ความเงียบงันคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดในการตบหน้าพวกที่หลงระเริงในอำนาจ
หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานยังคงกะพริบเตือนสติไคเซอร์ หัวหน้ากิลด์ผู้เคยยิ่งใหญ่ที่สุดในสมรภูมิคลาวด์ ข้อความแจ้งเตือนการสูญเสียอำนาจทางกฎหมายและทรัพย์สินทั้งหมดในเกมถูกโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ "เอเลียส" สะท้อนอยู่ในดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว เสียงหอบหายใจดังสะท้อนในห้องประชุมกิลด์ที่เคยคลาคล่ำไปด้วยสมาชิกนับร้อย แต่บัดนี้ กลับเหลือเพียงความว่างเปล่าและความหวาดผวา
ไม่มีใครกล้าสบตา ไม่มีใครกล้าขยับตัว แม้แต่คนสนิทที่เคยเลียแข้งเลียขาไคเซอร์ ต่างก็ถอยร่นไปจนชิดมุมห้องราวกับกลัวว่าเงาของเอเลียสจะแผ่ขยายมาครอกคลุมพวกมันด้วย
เอเลียสไม่ได้กล่าววาจาใดๆ เพิ่มเติม ชายหนุ่มเพียงแค่ปรายตามองเศษสวะที่ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความสิ้นหวัง ราวกับกำลังมองดูฝุ่นผงใต้รองเท้าที่ไร้ซึ่งค่าควรแก่การใส่ใจ ความนิ่งเฉยของเขานี่แหละที่บีบหัวใจของไคเซอร์ให้แตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย อำนาจเงินตราและบั๊กที่มันสะสมมานับแรมปี พังทลายลงภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที
"ไปกันเถอะครับ เซเลสเทีย"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังพอกลบเสียงสะอื้นของอดีตหัวหน้ากิลด์ผู้โอหัง
เซเลสเทีย แม่ทัพหญิงผู้เย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี ซึ่งบัดนี้ดวงตาคู่สวยฉายแววเทิดทูนและภักดีอย่างสุดซึ้ง เธอก้าวตามแผ่นหลังกว้างของเอเลียสอย่างมั่นคง ปลายดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือยังคงส่งเสียงครางฮัมเบาๆ ราวกับตื่นเต้นที่จะได้อาบเลือดในสถานที่ที่ไม่มีมนุษย์คนใดกล้าเหยียบย่ำมาก่อน
เป้าหมายต่อไปของพวกเขาไม่ใช่การแก้แค้นตบตีกับพวกเศษสวะข้างถนนเหล่านี้อีกต่อไป... แต่คือ "ดันเจี้ยนเขาวงกตอเวจีเพลิง" ดันเจี้ยนระดับ S ที่ถูกระบุไว้ในระบบว่าเป็นเขตต้องห้ามสูงสุด ซึ่งทุกกิลด์ใหญ่ต่างลงความเห็นตรงกันว่า มันคือ "สุสานมนุษย์" ที่ต่อให้ระดมผู้เล่นระดับท็อปมาร้อยคนก็มีแต่ตายกับตาย
เบื้องหน้าของพวกเขาคือประตูหินมหึมาที่สลักลวดลายอสูรกายพันหัว บรรยากาศรอบตัวอلبดอวบไปด้วยไอหมอกสีดำทมิฬที่ส่งกลิ่นอายแห่งความตายคละคลุ้ง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนเบาๆ ราวกับดันเจี้ยนแห่งนี้กำลังตื่นจากการหลับใหลเพื่อต้อนรับผู้บุกรุก
"ท่านเอเลียส..." เซเลสเทียหยุดเดินเล็กน้อย เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่เจือความกังวลเพียงน้อยนิด ไม่ใช่เพราะเธอหวาดกลัวความตาย แต่เพราะเธอเป็นห่วงภาระบนบ่าของชายหนุ่ม "ดันเจี้ยนระดับ S นี้... แม้แต่ตระกูลขุนนางเก่าแก่ยังสูญเสียกองกำลังครึ่งหนึ่งในการสำรวจรอบนอก ท่านแน่ใจแล้วหรือครับที่จะลุยมันเพียงแค่สองคน?"
เอเลียสหยุดเดิน ชายหนุ่มหันกลับมามองหญิงสาว นัยน์ตาสนธยาคู่นั้นสะท้อนประกายแสงเวทสีครามจางๆ
"กองกำลังร้อยคนมีไว้เพื่อเป็นเหยื่อล่อความตายครับ เซเลสเทีย" เอเลียสกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด "แต่สำหรับเราสองคน... ที่นี่คือสนามเด็กเล่น"
สิ้นคำพูดนั้น เอเลียสก็ก้าวเท้าผลักประตูหินหนักอึ้งนับตันให้เปิดออกด้วยมือเปล่า เสียงครูดคราดของหินผาประสานกับเสียงคำรามกึกก้องจากความมืดมิดเบื้องล่าง แรงกดดันมหาศาลระดับที่สามารถบดขยี้ปอดของผู้เล่นทั่วไปให้แหลกเหลวในพริบตาพัดกระหน่ำใส่ร่างของทั้งสองทันที
เซเลสเทียสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมพลังเวททั้งหมดคุ้ม 1550 กันร่าง ก่อนจะก้าวตามเอเลียสข้ามธรณีประตูแห่งความตายเข้าไปอย่างไร้ความลังเล
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เขตชั้นในของดันเจี้ยน ประตูหินเบื้องหลังก็ปิดสนิทลงทันที ความมืดมิดเข้าปกคลุมรอบด้านราวกับถูกกลืนกินโดยห้วงอวกาศ ทว่าในเสี้ยววินาทีต่อมา ดวงตานับร้อยคู่สีแดงก่ำก็สว่างวาบขึ้นในความมืด พร้อมกับเสียงคำรามก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ "ราชันย์อสูรโลกันตร์" บอสประจำดันเจี้ยนระดับ S พร้อมบริวารนับพันตัวปรากฏกายขึ้นปิดกั้นทุกเส้นทาง
เงาร่างมหึมาของราชันย์อสูรสูงตระหง่านจนชนเพดานถ้ำ มันกางกรงเล็บอันลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีดำสนิท พร้อมที่จะฉีกกระชากผู้บุกรุกให้เป็นจุลในคราเดียว
เซเลสเทียกระชับดาบในมือแน่น เตรียมพร้อมระเบิดพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อเปิดทางให้เอเลียสถอย แต่ทว่า... มือหนาของชายหนุ่มกลับแตะลงบนไหล่ของเธอเสียก่อน
"ยืนดูเฉยๆ ก็พอครับ"
เสียงกระซิบที่เรียบเฉยราਤกับกำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศดังขึ้นข้างหูของเซเลสเทีย เอเลียสไม่ได้แม้แต่จะชักอาวุธออกมา ชายหนุ่มเพียงแค่ยกมือข้างหนึ่งขึ้นช้าๆ แล้วดีดนิ้วกลางอากาศเบาๆ ครั้งหนึ่ง
*แป๊ะ*
เสียงดีดนิ้วก้องกังวานราวกับเสียงฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน คลื่นกระแทกเวทมนตร์สีครามบริสุทธิ์ระเบิดออกรอบทิศทางในเสี้ยววินาที แรงดันมหาศาลระดับที่ทำลายล้างทวีปได้พุ่งทะยานจากร่างของเอเลียสอย่างไร้ขีดจำกัด เปลวเพลิงสีดำของราชันย์อสูรดับวูบลงในพริบตา ราวกับเทียนไขที่ถูกลมพัดจนดับ
บริวารอสูรนับพันตัวแข็งค้าง แววตาที่เคยดุร้ายแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายของพวกมันเริ่มแตกร้าวและสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองโดยที่ยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยซ้ำ
ราชันย์อสูรโลกันตร์ บอสระดับ S ที่เหล่ากิลด์อันดับหนึ่งต้องใช้เวลาวางแผนนับเดือนและสูญเสียกำลังพลมหาศาล บัดนี้กลับคุกเข่าลงแทบเท้าของเอเลียส ร่างกายมหึมาสั่นเทาราวกับลูกนกตกในพายุ โครงสร้างของดันเจี้ยนสั่นคลอนอย่างรุนแรงราวกับมันกำลังก้มหัวยอมจำนนต่อผู้เป็นนายที่แท้จริง
เซเลสเทียยืนตะลึงงัน อ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความทึ่งจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ความแข็งแกร่งนี้มันเหนือกว่าคำว่า "มนุษย์" ไปไกลโข ราวกับเทพเจ้าผู้สร้างกำลังลงมาพิพากษาโลกใบนี้ด้วยความเมตตาอันน้อยนิด
"ท่าน... ท่านเอเลียส..." เซเลสเทียพึมพำออกมาด้วยเสียงอันสั่นเทา หัวใจของเธอเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความภักดีที่เคยมีล้นปรี่อยู่แล้ว บัดนี้กลับทวีคูณขึ้นจนกลายเป็นความหลงใหลอย่างไร้ก้นบึ้ง
เอเลียสลดมือลง กวาดสายตามองซากปรักหักพังของดันเจี้ยนระดับ S ที่สงบลงภายในชั่วพริบตา ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบกลับมาเยือน ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินสีทองอร่ามก็เด้งขึ้นตรงหน้าของเอเลียส พร้อมกับเสียงก้องกังวานจากห้วงมิติที่ไม่รู้จัก ซึ่งไม่ได้มาจากระบบของเกม
*[แจ้งเตือนระบบภารกิจลับข้ามจักรวาล: ตรวจพบผู้บุกรุกจาก 'ดินแดนแห่งพระเจ้า' นอกเหนือขอบเขตสมรภูมิคลาวด์กำลังมุ่งหน้ามายังพิกัดนี้เพื่อเก็บกวาด...]*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "จอมเวทไร้นาม" มาโดยตลอดนะครับ
เซียนจอมเวทผู้จุดชนวนสงครามเทวะบนสมรภูมิคลาวด์•ตอนที่ 5
ดันเจี้ยนต้องห้ามที่ไร้คนเหยียบย่ำ
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนจอมเวทผู้จุดชนวนสงครามเทวะบนสมรภูมิคลาวด์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!