"ถ้าพวกท่านยังกล้าเอาข้าวสารก้นถังของอาเป่าไปให้ลูกชายแทรกซึมเกียจคร้านในบ้านใหญ่อีกแม้แต่เมล็ดเดียว อย่าหาว่าฉันคนนี้ไม่เตือน!"
น้ำเสียงเย็นเยียบเฉียบคมดังขึ้นตัดบทความหน้าด้านของแม่ใหญ่จางที่กำลังทำท่าจะกวาดต้อนข้าวของในครัวเรือนของหลินว่านหลิวไปต่อหน้าต่อตา ดวงตาหงส์คู่สวยของหลินว่านหลิวทอประกายกร้าวระยับ เธอไม่ได้เป็นสะใภ้รองผู้หัวอ่อนที่ยอมให้ใครมาโขกสับเหมือนเจ้าของร่างเดิมอีกต่อไปแล้ว ร่างเพรียวระหงก้าวเข้าไปขวางหน้าตู้เก็บเสบียง พร้อมกับตวัดสายตาคมกริบใส่ป้าสะใภ้ตัวแสบที่อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
แม่ใหญ่จางหน้าเจื่อนลงครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงแล้วแผดเสียงแหลมสูงขึ้นทันที "นังว่านหลิว! นี่แกกล้าขึ้นเสียงกับฉันผู้เป็นป้าสะใภ้คนโตอย่างนั้นรึ? แค่ข้าวสารไม่กี่ทะนานกับมันฝรั่งสองหัว แกทำเป็นหวงแหนไปได้ บ้านรองของพวกแกมีสามีเป็นทหารหาญเบี้ยหวัดก็พอมีกินไม่ใช่หรือไง ลูกฉันต้องอ่านหนังสือสอบจอหงส์ เอ้ย สอบเข้าทำงานในอำเภอ นะยะ! เอาไปแค่นี้ทำเป็นบ่น เดี๋ยวฉันจะฟ้องคุณท่านผู้เฒ่าให้มาจัดการพวกแกซะนี่!"
หลินว่านหลิวหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะเย็นเยียบจนแม่ใหญ่จางถึงกับขนลุกซู่โดยไม่รู้ตัว "ฟ้องหรือคะ? เชิญตามสบายเลยค่ะ! บ้านใหญ่สูบเลือดสูบเนื้อบ้านรองของเรามาสามปีเต็ม เงินเบี้ยหวัดของจินถิงที่ส่งกลับมาถูกพวกท่านผลาญจนหมดเกลี้ยง แม้แต่ค่ารักษาพยาบาลยามอาเป่าป่วยพวกท่านยังปัดสลัดความรับผิดชอบ ตอนนี้ข้าวสารก้นถังนี้คือหยาดเหงื่อแรงงานของฉันกับสามer... ของฉันสองคน อย่าหวังว่าจะได้ไปแม้แต่เศษผง!"
บรรยากาศในครัวอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก อาเป่าวัยสี่ขวบที่หลบอยู่หลังชายผ้าซิ่นของมารดาเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยแววตากลมโตเป็นประกายความชื่นชม เด็กน้อยกำมือแน่นราวกับต้องการปกป้องมารดาเช่นกัน
ในจังหวะที่แม่ใหญ่จางกำลังจะอาละวาดกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยว ลู่จินถิงที่เพิ่งเดินกลับมาจากแปลงเกษตรหลังบ้านก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนซ้อนหลังภรรยา ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าทหารเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้านแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างแนบเนียน ไหล่กว้างและแผงอกกำยำบังร่างของภรรยาและบุตรชายไว้มิดชิด ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์กวาดมองป้าสะใภ้ด้วยความเย็นชาไร้ก้นบึ้ง
"ป้าใหญ่... ถ้ายังไม่อยากมือหักขากลับบ้านใหญ่ เชิญออกไปจากบ้านของผมครับ" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงประโยคเดียว แต่กลับทรงพลังกดดันจนแม่ใหญ่จางสะท้านเฮือก นางถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวต่อรัศมีของหลานเขยคนนี้ แม้ลู่จินถิงจะเป็นคนนิ่งเงียบและไม่ค่อยพูดจา แต่ทุกคนในตระกูลต่างรู้ดีว่าทหารหนุ่มผู้นี้ผ่านสนามรบมาอย่างโชกโชน มือคู่นั้นเคยปลิดชีพสัตว์ร้ายมาแล้วนับไม่ถ้วน
"อะ... แก... พวกอกตัญญู! จำไว้เลยนะ!" แม่ใหญ่จางสะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคือง พลางถลึงตาใส่หลินว่านหลิวครั้งหนึ่งก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าออกจากรั้วบ้านไปอย่างหัวเสีย
เมื่อร่างของตัวน่ารำคาญลับสายตาไป หลินว่านหลิวจึงผ่อนลมหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับคนหน้าหนาทำเอาสมองของเธอเริ่มตื้อขึ้นมาเล็กน้อย แต่ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะหันไปปลอบโยนลูกชายตัวน้อย จู่ๆ ศีรษะของเธอก็เกิดอาการหมุนคว้างวูบใหญ่ ความรู้สึกราวกับจิตสำนึกถูกดึงดูดให้ดำดิ่งลงไปในห้วงเหวลึกอันไร้ขอบเขต
ภาพรอบกายเลือนหาย... เสียงลมหายใจของสามีและลูกชายค่อยๆ แผ่วเบาลงจนกลายเป็นความเงียบงัน
หลินว่านหลิวลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทว่าเบื้องหน้าเธอกลับไม่ใช่ห้องครัวบ้านไม้เก่าๆ ทรุดโทรมหลังเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นผืนดินกว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตาที่ถูกโอบล้อมด้วยหมอกสีทองเรืองรอง อากาศที่นี่บริสุทธิ์สดชื่นจนแทบจะเรียกได้ว่ามีละอองทิพย์แห่งชีวิตล่องลอยอยู่ทุกอณู พื้นดินสีดำสนิทอุดมสมบูรณ์ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของไอดินอันเป็นเอกลักษณ์ และสิ่งที่ทำให้ดวงตาของนักวิชาการเกษตรสาวเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง คือ "คลังแสงและห้องทดลองการเกษตรอัจฉริยะ" ขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางพื้นที่!
"นี่มัน... ระบบมิติฟาร์มสวรรค์ระดับสูงสุด!"
ว่านหลิวอุทานออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา ตัวเธอเองที่เป็นนักวิชาการเกษตรยุคปัจจุบันในร่างเดิมเคยศึกษาโครงการลับระดับประเทศมาบ้าง แต่มิติฟาร์มแห่งนี้กลับล้ำหน้ากว่าเทคโนโลยีในโลกยุคปัจจุบันไปไกลนับร้อยปี!
เธอเดินเข้าไปใกล้คลังเก็บเมล็ดพันธุ์อัตโนมัติ นิ้วเรียวสัมผัสเบาๆ บนหน้าจอโฮโลแกรมที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ทันใดนั้น รายชื่อพืชพันธุ์นาน种ก็หลั่งไหลเข้ามาในสมอง เมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีสายพันธุ์ทนแล้งระดับพรีเมียม มะเขือเทศทิพย์ที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แตงกวาหวานกรอบที่เติบโตได้ภายในเวลาเพียงสามวัน และที่สำคัญที่สุดคือ "เครื่องมือการเกษตรนาโน" ที่สามารถไถพรวนและเก็บเกี่ยวได้เองโดยไม่ต้องใช้แรงงานคนแม้แต่น้อย
"ถ้ามีสิ่งนี้อยู่ในมือ... การพลิกฟื้นฐานะของครอบครัวเรา หรือแม้แต่การยกระดับเศรษฐกิจของหมู่บ้านนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยนะคะ"
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจผุดขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบอุปกรณ์แปรรูปอาหารสวรรค์ออกจากชั้นวาง เสียงทุ้มคุ้นเคยของลู่จินถิงก็ดังแว่วมาจากที่ไกลแสนไกล ราวกับกำลังฉุดดึงเธอกลับสู่โลกความเป็นจริง
"ว่านหลิว... ว่านหลิวครับ! เป็นอะไรไป ทำไมหน้าซีดเช่นนี้?"
สัมผัสอบอุ่นจากมือหนาที่กุมไหล่เธอไว้แน่นทำให้เปลือกตาของหลินว่านหลิวสั่นระริก เธอสะดุ้งเฮือกเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้นมาพบกับใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและเป็นห่วงเป็นใยของสามี ลู่จินถิงโอบประคองร่างของเธอไว้ในอ้อมอก แววตาคมกริบคู่นั้นฉายชัดถึงความหวาดกลัวว่าภรรยาจะ เป็นอะไรไป
หลินว่านหลิวสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับสติ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจเมื่อรู้ว่าสามีหนุ่มคนนี้รักและห่วงใยเธอมากแค่ไหน แต่ทว่า... ในขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากบอกสามีเกี่ยวกับความลับมหัศจรรย์ที่เพิ่งค้นพบ สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นเงาดำทะลายร่างหนึ่งที่กำลังแอบปีนกำแพงรั้วหลังบ้านเข้ามาอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับประกายแสงวาววับของมีดสั้นในมือของบุคคลปริศนาผู้นั้น!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สูตรลับกลิ่นไอดินกับสามีชาวสวนสายซัพพอร์ต•ตอนที่ 2
มิติลับฟาร์มสวรรค์ปรากฏ
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับกลิ่นไอดินกับสามีชาวสวนสายซัพพอร์ต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
