สูตรลับกลิ่นไอดินกับสามีชาวสวนสายซัพพอร์ต•ตอนที่ 1

ฟื้นตื่นในกลิ่นไอดินและคราบน้ำตา

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
“ถ้าพวกแกยังดึงดันจะเอาข้าวสารกระสอบสุดท้ายนี้ไปแบ่งบ้านใหญ่ วันนี้ฉัน หลินว่านหลิว คนนี้ จะเอาหัวชนเสาเรือนตายคาที่ให้ดู!” เสียงกรีดร้องที่แหบพร่าแต่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตพยาบาทดังสะท้านไปทั่วกระท่อมไม้ไผ่ผุพัง หยาดเลือดสีสดที่ไหลซึมลงมาตามหน้าผากของหญิงสาวร่างบาง ย้อมชุดผ้าฝ้ายเก่าขาดให้ดูน่าเวทนาและน่าสยดสยองในคราวเดียวกัน แม่ใหญ่จางชะงักมือที่กำลังฉุดกระชากกระสอบข้าวสารเก่าๆ บนแว่นไม้ไผ่ ดวงตาตี่รีบหันขวับมามองลูกสะใภ้รองที่ปกติอ่อนแอราวกับผักตบชะอมริมทาง แต่วันนี้กลับมีแววตาดุดันราวนางพญาอสูร หล่อนแค่นسเสียงหัวเราะในลำคอด้วยความดูแคลน พร้อมกับถ่มน้ำลายลงพื้นดินอย่างไม่แยแส “ถุย! นึกว่าเอาเลือดหัวมาทาตัวแล้วจะขู่ฉันได้หรือไงนังว่านหลิว! แกกับไอ้ลูกภาระนี่มันก็แค่ตัวกินข้าวสุกที่รอวันอดตาย ผัวแกส่งเงินมาให้ก็เงียบหาย หรือไปตายห่ายังไงที่ชายแดนก็ไม่รู้ ข้าวสารกระสอบนี้ถือเป็นภาษีที่บ้านรองต้องจ่ายให้บ้านใหญ่เพื่อแลกกับการซุกหัวนอน! ถอยไป!” แม่ใหญ่จางกระชากเสียงแหลมสูง พลางใช้มือหยาบกร้านผลักร่างบางจนเซถอยหลัง อาเป่า เด็กชายวัยสี่ขวบที่เนื้อตัวมอมแมมและผอมโซจนเห็นซี่โครง รีบวิ่งเข้าไปกอดขาเรียวของมารดาแน่น ร่างเล็กสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบน้ำตาเงยขึ้นมองมารดาด้วยแววตาที่เจ็บปวด “แม่จ๋า... อาเป่าหิว... อย่าให้ป้าใหญ่เอาข้าวของพวกเราไปเลยนะครับ” คำพูดเพียงไม่กี่คำของเด็กน้อย ราวกับมีคมมีดกรีดลงกลางใจของหลินว่านหลิว ในสมองของหญิงสาวเวลานี้ ความทรงจำอันสับสนอลหม่านกำลังหลอมรวมเข้าด้วยกัน เธคือหลินว่านหลิว นักวิชาการเกษตรอัจฉริยะแห่งศตวรรษที่ 21 ผู้ทุ่มเทชีวิตให้กับการวิจัยพืชพันธุ์เพื่อแก้ปัญหาความอดอยาก แต่กลับต้องมาจบชีวิตลงเพราะความเหนื่อยล้า และตื่นขึ้นมาในร่างของสะใภ้รองยุค 70 ที่สามีเป็นนายทหารไปปฏิบัติภารกิจลับ ปล่อยให้เธอกับลูกน้อยเผชิญชะตากรรมถูกญาติจอมสูบเลือดรังแกจนแทบเอาชีวิตไม่รอด *ติ๊ง! ตรวจพบชีพจรของผู้ถือครองเสถียรภาพ ระบบ ‘มิติฟาร์มสวรรค์’ ทำการเชื่อมต่อสำเร็จ 100%* เสียงใสราดลงมาในห้วงความคิด พร้อมกับภาพสามมิติของแปลงเกษตรดินดำอุดมสมบูรณ์และบ่อน้ำทิพย์วิเศษที่ปรากฏขึ้นในจิตสำนึก รอยยิ้มเยียบเย็นผุดขึ้นที่มุมปากของหลินว่านหลิว ความเจ็บปวดที่หน้าผากมลายหายไป เหลือเพียงความเด็ดเดี่ยวและสติปัญญาอันเฉียบคม ในเมื่อเธอได้โอกาสมีชีวิตใหม่อีกครั้ง แถมพ่วงด้วยระบบโกงระดับเทพ ใครหน้าไหนก็ไม่มีทางมาปล้นชิงอาหารจากปากลูกชายของเธอไปได้แม้แต่เม็ดเดียว! หลินว่านหลิวสูดลมหายใจเข้าลึก ใช้นิ้วเรียวเช็ดคราบเลือดบนหน้าผากออกอย่างไม่แยแส แววตาสีดำสนิทจ้องมองป้าสะใภ้ใหญ่ด้วยรังสีอำมหิตที่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับผงะถอยหลังโดยไม่รู้ตัว “ภาษีงั้นหรือคะแม่ใหญ่?” หลินว่านหลิวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานและทรงพลังจนคนฟังต้องขนลุกซู่ “บ้านรองของเราถูกตัดขาดออกจากกองมรดกตระกูลลู่ตั้งแต่สามีฉันแต่งเข้าบ้านมาแล้ว กระท่อมผุพังหลังนี้ก็เป็นคนละหลังกับเรือนใหญ่ ที่ดินทำกินก็เป็นนาเกลือรกร้างที่พวกท่านจงใจโยนให้ ข้าวสารกระสอบนี้คือเมล็ดพันธุ์สุดท้ายที่ฉันอุตส่าห์อดมื้อกินมื้อเก็บไว้เพาะปลูก ถ้าท่านกล้าขนมันออกไปจากประตูนี้แม้แต่เมล็ดเดียว วันนี้ฉันจะไปฟ้องหัวหน้าหมู่บ้านและทางการคอมมิวนิตี้ ให้มาดูว่าพี่สะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลลู่กำลังทำตัวเป็น ‘ปลิงสังคมนิยม’ สูบเลือดสูบเนื้อครอบครัวทหารแนวหน้าอย่างไร!” คำว่า ‘ปลิงสังคมนิยม’ ในยุค 70 นั้นมีน้ำหนักมหาศาล มากพอที่จะทำให้ตระกูลจางและตระกูลลู่เสื่อมเสียชื่อเสียง หรือหนักหนisถึงขั้นถูกส่งไปใช้แรงงานปรับทัศนคติที่ทุ่งหญ้าหนาวเหน็บ แม่ใหญ่จางหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก มือที่กำกระสอบข้าวสารหลุดร่วงลงทันที หล่อนชี้หน้าหลingว่านหลิวด้วยความแค้นเคืองแต่ไม่กล้าโวยวายเสียงดังเช่นก่อน “น...นัง... นังสะใภ้ตัวดี! แกกล้าขู่ฉันเรอะ! ปีกกล้าขาแข็งนักนะ ปีกพวกแกสองแม่ลูกแข็งเมื่อไหร่ อย่าหวังว่าจะได้เหยียบเข้าบ้านหลักอีก! ไป!” แม่ใหญ่จางสะบัดแขนเสื้อด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะหันหลังเดินกระแทกส้นเท้าออกจากกระท่อมไป พร้อมกับสมุนบริวารที่พากันมองค้อนด้วยสายตอาฆาตมาดร้าย เมื่อร่างของป้าสะใภ้ตัวแสบพ้นรั้วบ้านไปแล้ว หลินว่านหลิวก็ทรุดตัวลงนั่งกอดอาเป่าไว้แนบอก น้ำตาของความอัดอั้นตันใจไหลรินออกมาผสมกับคราบเลือด แต่รอยยิ้มกลับผุดขึ้นที่มุมปาก “อาเป่า ไม่ต้องกลัวนะลูก ต่อไปนี้แม่จะไม่ยอมให้ใครมารังแกพวกเราอีกแล้ว” เธอกระซิบปลอบโยนลูกน้อยพลางลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างอ่อนโยน ทว่า ความสงบสุขยังไม่ทันได้ก่อตัว ทันใดนั้นเอง กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวใหม่ผสมกับกลิ่นไอดินชุ่มฉ่ำก็ลอยอวลตลบอบอวลไปทั่วบริเวณห้องครัวเล็กๆ ทั้งที่ในกระท่อมนี้ไม่มีแม้แต่ฟืนจะหุงหาอาหาร! หลินว่านหลิวขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เธอเหลือบมองเข้าไปในมิติลับฟาร์มสวรรค์ พบว่าข้าวสาลีวิเศษที่ระบบเพิ่งมอบให้ กำลังออกรวงสีทองอร่ามและส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ ชนิดที่ต่อให้เป็นภัตตาคารในเมืองหลวงก็ยังเทียบไม่ติด ในขณะที่สองแม่ลูกกำลังตกตะลึงกับความมหัศจรรย์ตรงหน้า เสียงเคาะประตูกระท่อมอย่างเร่งรีบก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่ตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยความร้อนรนจากด้านนอก “ว่านหลิว! อาเป่า! พ่อกลับมาแล้ว... เปิดประตูให้ฉันที!” หลินว่านหลิวเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน... สามีหนุ่มนายทหารผู้ลึกลับที่ควรจะอยู่ชายแดน เหตุใดจึงกลับมาในสภาพที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันและบาดแผลเช่นนี้! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลามาสัมผัสกลิ่นอายไอดินและรสชาติแห่งความสุขในบทแรกนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับกลิ่นไอดินกับสามีชาวสวนสายซัพพอร์ต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%