เสียงซอเซบาสเตียนจากวงดนตรีหลวงบรรเลงเคล้าคลอไปกับเสียงแก้วเจียระไนกระทบกันในห้องโถงจัดเลี้ยงแกรนด์บอลรูม ทว่าเสียงเหล่านั้นกลับเงียบงันลงทันทีเมื่อบานประตูไม้สักทองแกะสลักสไตล์โรโกโกถูกผลักเปิดออกด้วยความนุ่มนวลแต่ทรงพลัง
สายตานับร้อยคู่ในห้องโถงหันขวับไปมองยังจุดเดียวกันราวกับถูกสะกดจิต
ลูเซียน่า วาเลนเซีย ก้าวเท้าลงบนพรมแดงทีละก้าวอย่างมั่นคงและสง่างาม เรือนร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมปักดิ้นทองคำแท้ระยิบระยับสะท้อนกับแสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลโบฮีเมีย ดีไซน์ชุดเปิดไหล่เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดตัดกับสีมรกตเข้มของเนื้อผ้าที่เข้ารูปเน้นสัดส่วนสมบูรณ์แบบ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาผู้คนมากที่สุดไม่ใช่ความงามอันเย้ายวนใจจนแทบลืมหายใจนั้น หากแต่เป็นชายหนุ่มที่เดินเคียงข้างและประคองเอวคอดของเธอเข้ามาอย่างสนิทสนม
คาร์ลอส แวน เดอร์ กราฟ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในอาณาจักร ปรากฏกายในชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีดำสนิท ไร้ที่ติ ท่วงท่าของเขาเย็นชา สูงส่ง และเปี่ยมด้วยอำนาจล้นพ้นที่พร้อมจะบดขยี้ใครก็ตามที่บังaอาจขวางทาง ทว่านัยน์ตาคมกริบสีเทาเข้มคู่นั้นยามที่เหลือบมองหญิงสาวข้างกาย กลับทอประกายความอ่อนโยนและปกป้องคุ้มครองอย่างชัดเจน
เสียงซุบซิบนินทาที่ดังระงมอยู่ก่อนหน้านี้พลันเงียบกริบลงราวกับมีใครกดปุ่มปิดเสียง
*“นั่น... นั่นมันคุณลูเซียน่าไม่ใช่เหรอ? เธอยังไม่ตายหรอกเหรอ!”*
*“แล้วทำไมเธอถึงมากับท่านคาร์ลอสได้ ข่าวลือที่ว่าเธอกำลังถังแตกและถูกเนรเทศล่ะ?”*
*“ดูเครื่องเพชรบนคอเธอนั่นสิ... สร้อยเพชรน้ำงามเซ็ตนั้นมันมูลค่าเท่ากับคฤหาสน์ทั้งหลังเลยนะ!”*
บรรดาไฮโซและขุนนางที่เคยร่วมกันเหยียบย่ำและปล่อยข่าวลือเสียๆ หายๆ เพื่อหวังจะเหยียบย่ำลูเซียน่าให้จมดิน ต่างหน้าซีดเผือดราวกับเห็นผี บางคนถึงกับมือไม้สั่นทำแก้วไวน์หลุดมือร่วงลงมาแตกกระจายบนพื้น
ลูเซียน่ากวาดสายตามองฝูงชนที่เคยหันหลังให้เธอด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันอันเงียบงัน ดวงตาสีไพลินคู่สวยฉายแววเฉียบคมและทรงอำนาจ เธอไม่ต้องเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ สักคำ เพราะการยืนหยัดเคียงข้างมหาเศรษฐีผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งค่อนประเทศในงานสังคมที่ทรงเกียรติที่สุดแห่งปี คือการตบหน้าพวกปากหอยปากปูเหล่านี้ได้อย่างเจ็บแสบและเด็ดขาดที่สุดแล้ว
"ดูเหมือนว่าแมลงหวี่แมลงวันบางตัว จะรำคาญเสียงหึ่งๆ ของพวกมันเสียแล้วนะคะ" เสียงทุ้มนุ่มกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของเธอ พร้อมกับสัมผัสอุ่นที่กระชับเอวเธอให้แน่นขึ้นอีกนิด
ลูเซียน่าช้อนตาขึ้นมองคู่ชีวิตของเธอ รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มปรากฏบนเรียวปากสีชาด "ปล่อยให้พวกมันเห่าไปเถอะค่ะคุณคาร์ลอส หมาเห่ามักไม่กัด... ยิ่งพวกมันดิ้นรนมากเท่าไหร่ มูลค่าของความพินาศที่จะได้รับคืนก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น"
ทั้งสองหยุดยืนอยู่ตรงกลางฟลอร์เต้นรำพอดี วงดนตรีหลวงบรรเลงเพลงวอลaltz จังหวะแรกขึ้น คาร์ลอสผายมือข้างหนึ่งออกอย่างสง่างาม ลูเซียน่าวางมือเรียวลงบนฝ่ามืออุ่นของเขาอย่างรู้ใจ ท่ามกลางแสงไฟที่สาดส่องลงมายังคนทั้งคู่ราวกับโลกใบนี้มีเพียงแค่พวกเขาสองคน
การหมุนตัวครั้งแรกช่างพลิ้วไหว สง่างาม และสะกดทุกสายตา ลูเซียน่าเคลื่อนกายราวกับหงส์ขาวผู้สูงศักดิ์ ขณะที่คาร์ลอสคือนักล่าผู้ทรงอำนาจที่คอยโอบอุ้มและนำทางเธอในทุกย่างก้าว เคมีอันร้อนแรงและลงตัวอย่างไร้ที่ติระหว่างคนทั้งคู่แผ่ซ่านออกไปจนคนรอบข้างแทบหายใจไม่ออก
ที่มุมหนึ่งของห้องโถง เคาน์เตอร์วีไอพีและกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ที่เคยปฏิเสธการร่วมทุนกับบริษัทของลูเซียน่า ต่างยืนตัวแข็งทื่อ เหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับ พวกเขาเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า ข่าวลือการล่มสลายของตระกูลวาเลนเซียเป็นเพียงเรื่องโกหกที่ถูกปั้นแต่งขึ้นโดยความโง่เขลาของพวกเขาเอง เพราะในความเป็นจริง ลูเซียน่าไม่ได้สูญเสียอะไรเลย... เธอกลับครอบครองแบ็กอัพที่ทรงพลังที่สุดในโลกการเงินต่างหาก
ขณะที่บทเพลงวอลทซ์กำลังดำเนินไปถึงท่อนฮุกอันเร้าใจและงดงามที่สุด จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงประตูบานใหญ่ทางด้านทิศตะวันตกก็ถูกกระชากเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงอารมณ์ ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทรelégantที่ยับย่นเล็กน้อยปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวสุดขีด
"ลูเซียน่า! หยุดเดี๋ยวนี้!" เสียงตะโกนก้องของเคาน์เตอร์หนุ่ม "เอ็ดเวิร์ด" อดีตคู่หมั้นผู้หักหลังเธอ ดังแทรกเสียงดนตรีขึ้นมาท่ามกลางความตกใจของทุกคนในงาน
ลูเซียน่าหยุดการเคลื่อนไหวเล็กน้อย เธอค่อยๆ หันกลับไปมองผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยโง่เขลาหลงรัก ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า เยชา และเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา
เอ็ดเวิร์ดหอบหายใจหนักหน่วง ก้าวเท้าพรวดพราดเข้ามาใกล้ฟลอร์เต้นรำ หมายจะพุ่งเข้ามาคว้าแขนเธอ แต่ทว่า...
*คลิก!*
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทรงพลังพอที่จะหยุดยั้งฝีเท้าของเอ็ดเวิร์ดได้ทันที บอร์ดี้การ์ดสวมชุดดำสนิทไม่ต่ำกว่าสิบนายก้าวออกมาจากเงาสถาปัตยกรรม ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงสีดำสนิทถูกยกขึ้นเล็งตรงมาที่หน้าผากของเอ็ดเวิร์ดอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางความตื่นตระหนกกรีดร้องของบรรดาคุณหญิงคุณนาย
คาร์ลอสยังคงโอบเอวของลูเซียน่าไว้ด้วยมือข้างหนึ่งอย่างใจเย็น นัยน์ตาคมกริบสีเทาเข้มกวาดมองเอ็ดเวิร์ดราวกับมองมดปลวก ก่อนที่มุมปากของมหาเศรษฐีหนุ่มจะยกยิ้มเย็นเยียบ
"ถ้าไม่อยากให้สมองของแกกระจายติดพรมราคาแพงคู่นี้ จงถอยหลังกลับไปสามก้าวซะ" คาร์ลอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงอำนาจจนทำให้เอ็ดเวิร์ดเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นในทันที
ลูเซียน่ายกยิ้มมุมปากอย่างงดงาม เธอโน้มตัวกระซิบเบาๆ ข้างหูของเอ็ดเวิร์ดที่กำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ขณะที่เพลงวอลทซ์บทสุดท้ายกำลังจะจบลง
"ยินดีต้อนรับสู่ค่ำคืนแห่งการล่มสลายของคุณนะคะ... อดีตคู่หมั้นที่น่าสมเพชของฉัน"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของเอวาลินน์ปลายพู่กันมาโดยตลอดนะคะ
จักรพรรดินีผู้ล่มสลาย กับนายทุนไร้หัวใจ•ตอนที่ 20
ค่ำคืนแห่งการเต้นรำ
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ล่มสลาย กับนายทุนไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!