"แกแน่ใจนะว่าแผนนี้จะทำให้ยัยผู้หญิงน่ารังเกียจคนนั้นหายไปจากสังคมชั้นสูงได้ตลอดกาล?"
เสียงกระซิบกระซาบที่เต็มไปด้วยความริษยาและกลิ่นอายของความสกปรก ดังลอดผ่านผ้าม่านกำมะหยี่สีแดงเข้มของห้องรับรองส่วนตัว ในงานราตรีการกุศลอันหรูหราอลังการ ณ คฤหาสน์ดยุกแลงคาสเตอร์
ลูเซียน่า วาเลนเซีย ยืนนิ่งอยู่หลังบานประตูไม้แกะสลักอย่างประณีต รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างบางเบา ภายใต้ชุดราตรีผ้าไหมสีดำสนิทปักด้ายเงินระยิบระยับขับผิวให้ผุดผ่องราวนางพญา เธอมองผ่านรอยแง้มของประตู เห็นใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้นของเลดี้เอลินาและสมุนบริวารที่กำลังสุมหัวกันวางแผนชั่วร้าย
พวกมันคงคิดว่าแผนการมอมยาในแก้วไวน์และการจัดฉากให้อับอายขายหน้าในห้องพักรับรองชั้นบนจะเป็นแผนการที่แยบยลและไร้รอยต่อที่สุด ช่างน่าขันสิ้นดี… คิดจะเล่นละครตบตาอดีตคนที่เคยถูกพวกมันลากไปสังหารในชาติก่อนอย่างเธอ ช่างเป็นความโง่เขลาที่ระคนด้วยความน่าสมเพชเสียจริง
"คุณหนูคะ... สีหน้าแบบนั้น แปลว่าเหยื่อกำลังเดินเข้าสู่งดลลวงของเราแล้วสินะคะ" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นข้างกาย พร้อมกับสัมผัสอุ่นวาบที่ฝ่ามือเรียวยาวซึ่งยื่นถุงมือลูกไม้สีขาวมาประคองอย่างทะนุถนอม
คาร์ลอส แวน เดอร์ กราฟ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งค่อนทวีป และเป็นบุรุษเพียงคนเดียวที่กุมหัวใจของลูเซียน่า ยืนอยู่เคียงข้างเธอด้วยท่าทีผ่อนคลาย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะสีเงินทอประกายเย็นเยียบและอันตรายยามที่เขามองลอดผ่านร่องประตูไปยังกลุ่มคนชั้นต่ำที่กำลังวางแผนทำร้ายคนของเขา
"พวกมันช่างกล้าหาญเสียจริงค่ะคุณคาร์ลอส กล้าแม้กระทั่งขุดหลุมฝังศพรอต้อนรับดิฉันอีกรอบ" ลูเซียน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสจิตสังหารที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที "แต่ก็นั่นแหละค่ะ คนพวกนี้ไม่เคยเรียนรู้เลยว่า... หมาที่เห่าเสียงดัง มักจะเป็นหมาที่รอวันถูกเชือดเสมอ"
คาร์ลอสหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทุ้มต่ำและเซ็กซี่ราวกับเสียงดนตรีคลาสสิกในยามวิกาล เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านเส้นผมสีทองประกายบลอนด์ของหญิงสาว "ถ้าอย่างนั้น... คืนนี้ เราควรจะปล่อยให้พวกมันขุดหลุมฝังตัวเอง หรือเราจะช่วยเร่งมือกวาดล้างพวกเศษสวะนี่ให้พ้นทางเพื่อความสะอาดของสังคมดีล่ะคะ ที่รัก?"
"ปล่อยให้พวกมันได้ลิ้มรสชาติของความหวัง... ก่อนจะกระชากมันลงสู่เหวลึกที่แท้จริงค่ะ" ลูเซียน่าหันไปสบตากับชายหนุ่ม รอยยิ้มของทั้งคู่สะท้อนความเหี้ยมเกรียมและทรงพลังอย่างสมน้ำสมเนื้อ "เกมนี้ ดิฉันจะเป็นคนเดินหมากตาChesmateด้วยตัวเองค่ะ"
ไม่กี่นาทีต่อมา บรรยากาศภายในงานเลี้ยงหรูหราก็ดำเนินไปตามปกติ เสียงดนตรีบรรเลงคลอเคล้าเสียงหัวเราะและบทสนทนาอันเสแสร้งของบรรดาชนชั้นสูง เลดี้เอลินาเดินเข้ามาหาลูเซียน่าด้วยท่าทีอ่อนหวานฉาบยาพิษ ในมือถือแก้วไวน์สองใบที่ถูกผสมสารบางอย่างเรียบร้อยแล้ว
"ลูเซียน่าคะ... ฉันต้องขอโทษสำหรับเรื่องบาดหมางในอดีตจริงๆ เรามาดื่มฉลองเพื่อกระชับมิตรกันสักแก้วเถอะค่ะ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่" เอลินายื่นแก้วไวน์ให้ด้วยรอยยิ้มที่พยายามซ่อนความตื่นเต้นระคนหวาดระแวง
ลูเซียน่าปรายตามองแก้วในมือของอีกฝ่าย รอยยิ้มหวานหยดถูกปั้นแต่งขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ มือเรียวยื่นไปรับแก้วนั้นมาถือไว้ "ด้วยความยินดีค่ะ เลดี้เอลินา... การเริ่มต้นใหม่ เป็นสิ่งที่ดิฉันโปรดปรานที่สุดอยู่แล้ว โดยเฉพาะการเริ่มต้นด้วยการ ‘ชำระสะสาง’"
เอลินายิ้มกริ่มเมื่อเห็นลูเซียน่ายกแก้วขึ้นจิบจนหมดแก้วโดยไม่ลังเล สมุนที่ยืนอยู่รอบข้างต่างส่งสายตากระยิ้มกระย้อยรอเวลาออกฤทธิ์ ทว่าผ่านไปหลายนาที ลูเซียน่ากลับยืนสง่างาม แววตาคมกริบไร้ซึ่งอาการมึนเมาหรือเซซัดแม้แต่น้อย
"อะ... ทำไมคุณถึง..." เอลินาหน้าถอดสี เสียงเริ่มสั่นพร่าด้วยความตกใจ
"คิดว่าดิฉันจะโง่ซ้ำสอง ดื่มยาพิษจากมือของงูพิษอย่างคุณหรือคะ?" ลูเซียน่าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะสะบัดข้อมือเทไวน์ที่เหลือในแก้วลงบนพรมราคาแพงอย่างไร้เยื่อใย "น่าเสียดายนะคะที่ไวน์ราคาแพงต้องมาเปื้อนพื้น... แต่คงไม่น่าเสียดายเท่ากับอนาคตของคุณในสังคมชั้นสูง ที่กำลังจะพังทลายลงในอีกสามวินาทีข้างหน้า"
สิ้นคำพูดของลูเซียน่า ประตูบานใหญ่ของห้องโถงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี เจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นสูงและคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินแห่งราชสำนักก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม พร้อมกับเอกสารหลักฐานปึกใหญ่ในมือ
"เลดี้เอลินา และสมุนผู้สมรู้ร่วมคิด! พวกท่านถูกจับกุมในข้อหาสมรู้ร่วมคิด ลักลอบค้าสิ่งผิดกฎหมาย และพยายามวางยาพิษทำร้ายขุนนางชั้นสูง!" เสียงประกาศก้องของหัวหน้าเจ้าหน้าที่ดังสนั่นไปทั่วห้อง งานราตรีที่เคยเงียบสงบพลันโกลาหลขึ้นทันที
เอลินากรีดร้องออกมาด้วยความสติแตก หล่อนหันขวับมามองลูเซียน่าด้วยความอาฆาตมาดร้าย "นังบ้า! แก... แกเป็นคนใส่ร้ายฉัน! แกทำแบบนี้ได้อย่างไร!"
ลูเซียน่าก้าวเข้าไปใกล้ชิดผู้หญิงที่กำลังดิ้นรนราวกับสุนัขจนตรอก เธอโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เยือกเย็นจนเข้ากระดูกดำ "เพราะฉันไม่ใช่ลูเซียน่าคนเดิมที่ยอมให้พวกแกเหยียบย่ำอีกต่อไปแล้วอย่างไรล่ะคะ... และที่สำคัญที่สุด"
เธอยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ผายมือไปยังร่างสูงสง่าของคาร์ลอสที่เดินเข้ามาโอบเอวเธอไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ
"เงินตราและอำนาจในอาณาจักรนี้... อยู่ในมือของสามีฉันค่ะ"
เอลินาเบิกตากว้างด้วยความสิ้นหวังเมื่อเห็นตราประทับตระกูลแวน เดอร์ กราฟ บนเอกสารหมายจับ นั่นหมายความว่า ต่อให้ตระกูลของหล่อนยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็ไม่มีทางรอดพ้นจากเงื้อมมือของมหาเศรษฐีผู้กุมเศรษฐกิจคนนี้ไปได้
ทว่า ในขณะที่ความวุ่นวายกำลังถึงขีดสุด และเจ้าหน้าที่กำลังคุมตัวพวกเอลินาออกไป แสงไฟแฟลชจากสื่อมวลชนด้านนอกก็สาดส่องเข้ามา พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลปริศนาในชุดสูทสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาทางประตูหลัง พร้อมรอยยิ้มปริศนาที่ทำให้ลูเซียน่าต้องหรี่ตาลงด้วยความระแวง
ผู้ชายคนนั้น... คนที่ถือร่มสีดำสนิททั้งๆ ที่ข้างนอกท้องฟ้าปลอดโปร่ง และส่งสายตาคมปลาบมาตรงที่เธอ ยื่นโทรศัพท์มือถือหน้าจอสีดำสนิทที่มีสายเรียกเข้าปริศนามาให้ลูเซียน่าโดยตรง
"คุณลูเซียน่าครับ... นายใหญ่ฝากข้อความนี้มาถึงคุณโดยเฉพาะครับ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของเอวาลินน์ปลายพู่กันมาโดยตลอดนะคะ
จักรพรรดินีผู้ล่มสลาย กับนายทุนไร้หัวใจ•ตอนที่ 19
กลลวงของพวกชั้นต่ำ
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ล่มสลาย กับนายทุนไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!