เสียงกระแทกของถ้วยชาพอร์ซเลนราคาแพงกระทบลงบนจานรองดัง ‘กริ๊ง’ สะท้อนก้องไปทั่วห้องรับรองส่วนตัวของคฤหาสน์ตระกูลดยุก บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดออกเป็นชิ้นๆ ได้
‘ดยุกอัลберต์’ อดีตคู่หมั้นผู้เคยประกาศถอนหมั้นเธออย่างไร้เยื่อใยกลางงานเลี้ยงเต้นรำเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน กำลังหรี่ตามองสตรีเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและไม่อยากจะเชื่อสายตา มือหนาที่ถือเอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดินเขตการค้าเสรีสั่นระริกเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด
“เป็นไปไม่ได้... ตระกูลวาเลนเซียของเธอประกาศล้มละลายไปตั้งแต่ปีที่แล้ว หนี้สินท่วมหัวจนแม้แต่เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อยู่ก็น่าจะถูกยึดไปหมดแล้วด้วยซ้ำ ลูเซียน่า... เธอนำเงินจากไหนมาประมูลซื้อสัมปทานเหมืองแร่เหล็กของราชวงศ์ไปได้ในราคาห้าสิบล้านเหรียญทองคำขาวภายในพริบตาเดียว!”
ลูเซียน่า วาเลนเซีย ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้าหยอกที่แฝงไปด้วยความเย็นชาและคมกริบดั่งใบมีดโกน เธอนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามในชุดเดรสยาวเข้ารูปสีดำสนิท ประดับด้วยอัญมณีรัตนชาติระยิบระยับที่ส่งประกายบาดตาบาดใจผู้พบเห็น ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองอดีตคู่หมั้นที่ครั้งหนึ่งเคยเหยียดหยามเธอราวกับเศษดินติดรองเท้าด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา
“ท่านดยุกอัลเบิร์ตคะ ความจำของท่านช่างสั้นเสียจริง หรือว่าความโลภมันบังตาจนทำให้สมองส่วนวิเคราะห์ของท่านเสื่อมถอยไปเสียแล้ว?” ลูเซียน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทรงพลังจนอีกฝ่ายต้องสะดุ้ง “คนที่ล้มละลายและกำลังจะถูกฟ้องล้มละลายคาสภาสูงในอีกสามวันข้างหน้า... ดูเหมือนจะไม่ใช่ฉันนะคะ แต่เป็นตระกูลของท่านต่างหาก”
อัลเบิร์ตหน้าถอดสีทันที เขาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนโซฟาไม้เนื้อดีครูดกับพื้นส่งเสียงดังน่ารำคาญ “เธอหมายความว่ายังไง! กล้าดียังไงมาพูดจาดูหมิ่นตระกูลเก่าแก่ของฉัน!”
“ดูหมิ่นเหรอคะ? ฉันเรียกว่า ‘การรายงานข้อเท็จจริงตามหลักเศรษฐศาสตร์’ ต่างหากล่ะคะ”
ลูเซียน่าปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนเรียวแขนอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะผายมือไปยังประตูห้องที่เปิดอ้าไว้เบื้องหลัง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีเทาเข้มเนื้อดี ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับกลิ่นอายของอำนาจและเงินตราที่แผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที
คาร์ลอส แวน เดอร์ กราฟ มหาเศรษฐีผู้กุมกลไกตลาดการเงินครึ่งหนึ่งของอาณาจักร ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและเยือกเย็น นัยน์ตาสสีอำพันคู่นั้นกวาดมองอัลเบิร์ตด้วยความเหยียดหยามระดับที่แทบจะไม่มองเป็นมนุษย์ ก่อนที่เขาจะเดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างลูเซียน่าอย่างสนิทสนม ฝ่ามือหนาวางลงบนพนักพิงเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่ราวกับเป็นการประกาศความเป็นเจ้าaและปกป้องคุ้มครองในเวลาเดียวกัน
“ดูเหมือนว่าสุนัขจรจัดแถวนี้จะเห่าเสียงดังเกินไปหน่อยนะคะที่รัก” คาร์ลอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน แต่เมื่อเขาก้มลงมองลูเซียน่า แววตานั้นกลับเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลึกซึ้งที่สงวนไว้ให้เธอผู้เดียวเท่านั้น “ให้ผมจัดการสลักชื่อพวกเขาลงในบัญชีลูกหนี้ล้มละลายของธนาคารกลางเลยดีไหมครับ?”
อัลเบิร์ตผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่งเมื่อเผชิญหน้ากับมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล เขารู้จักคาร์ลอสดี ชายคนนี้คือปีศาจแห่งตลาดทุน ผู้ซึ่งสามารถทำให้ตระกูลขุนนางใหญ่ล่มสลายได้ภายในชั่วข้ามคืนด้วยการกระดิกนิ้วเพียงครั้งเดียว แต่สิ่งที่ทำให้อัลเบิร์ตช็อกยิ่งกว่าคือความสัมพันธ์ระหว่างคาร์ลอสกับลูเซียน่า!
“คะ... คาร์ลอส ท่านทำไมถึงมาอยู่กับผู้หญิงคนนี้!” อัลเบิร์ตตะโกนออกมาอย่างลืมตัว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและหวาดกลัว “ผู้หญิงคนนี้เป็นแค่ตัวร้ายที่ถูกเนรเทศ! เธอไม่มีค่าอะไรเลย ทำไมท่านถึงทุ่มเงินมหาศาลหนุนหลังเธอ!”
ลูเซียน่าหัวسเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวسเราะนั้นช่างไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งเงิน แต่กลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ ปรับระยะห่างระหว่างเธอกับอัลเบิร์ตให้แคบลง จนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงและเหงื่อกาฬที่ไหลซึมออกมาจากความเครียดของชายหนุ่ม
“ฉันไม่มีค่าเหรอคะ อัลเบิร์ต... ตอนที่ฉันยังเป็นคู่หมั้นโง่เขลาที่คอยเอาอกเอาใจท่าน ยอมแม้กระทั่งเอาสมบัติชิ้นสุดท้ายของมารดามาค้ำ2ประกันหนี้การพนันให้ท่าน ท่านบอกว่าฉันน่ารำคาญและไร้ค่า แต่พอฉันเดินออกมาจากนรกคู่นั้นพร้อมกับสมองและความสามารถ... ท่านกลับรับความจริงไม่ได้ว่าผู้หญิงที่ท่านเหยียบย่ำ สามารถกลับมาเหยียบหัวท่านได้ในวันที่เธอกลายเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของท่าน”
ดวงตาของลูเซียน่าคมกริบราวกับมีดสั้น เธอยื่นหน้าเข้าไปกระซิบเสียงเบาที่ข้างหูของอดีตคู่หมั้น “จำตึกทำการใหญ่ของตระกูลท่านได้ไหมคะ? ตอนนี้โฉนดใบนั้นอยู่ที่ฉันแล้วค่ะ และอีกไม่ถึงชั่วโมง... เจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์จะไปเคาะประตูบ้านของท่านพร้อมหมายยึดทรัพย์สินทุกชิ้น รวมถึงแหวนหมั้นเฮงซวยวงนั้นด้วย”
อัลเบิร์ตเบิกตากว้างจนแทบถลนออกมา ความหวาดกลัวพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เขาพยายามจะคว้าแขนของลูเซียน่าไว้เพื่ออ้อนวอน แต่ทว่า—
*พรึบ!*
ร่างของอัลเบิร์ตถูกกระชากถอยหลังอย่างแรงด้วยมือข้างเดียวของคาร์ลอส แรงกดดันมหาศาลจากมหาเศรษฐีหนุ่มทำให้เขาล้มลงไปกองกับพื้นพรมอย่างหมดสภาพ ลมหายใจติดขัดด้วยความหวาดกลัวต่อรัศมีคุกคามที่แผ่ออกมาจากตัวของคาร์ลอส
“อย่าใช้มือสกปรกของแกมาแตะต้องเธอ” คาร์ลอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงพลังอำนาจจนอัลเบิร์ตไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
ลูเซียน่ามองภาพอดีตคู่หมั้นที่กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องล่างด้วยความรู้สึกสะใจที่เอ่อล้นอยู่ในอก ความแค้นในชาติภพก่อนได้รับการชำระสะสางไปทีละนิดอย่างงดงาม แต่ทว่า ในวินาทีที่เธอกำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องรับรองเพื่อไปเฉลิมฉลองชัยชนะ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่รัวเร็วกว่าปกติก็ดังขึ้นจากด้านนอก
“นายท่านขอรับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” พ่อบ้านส่วนตัวของคาร์ลอสพุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก “ระบบรักษาความปลอดภัยหลักของกลุ่มบริษัทแวน เดอร์ กราฟถูกเจาะ... และเงินสำรองฉุกเฉินมูลค่าหนึ่งพันล้านเหรียญทองคำขาวถูกโอนย้ายไปยังบัญชีปลายทางปริศนาแล้วขอรับ!”
คาร์ลอสขมวดคิ้วมุ่นทันที นัยน์ตาสีอำพันวาบแสงอันตรายในขณะที่ลูเซียน่าหันขวับกลับมามองหน้าคู่หมั้นหนุ่มด้วยความตกใจ
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร หน้าจอโฮโลแกรมฉุกเฉินกลางอากาศในห้องก็สว่างวาบขึ้นเองอัตโนมัติ พร้อมกับปรากฏภาพใบหน้าของบุคคลที่ไม่คาดฝัน—สตรีในชุดคลุมสีดำสนิทผู้ซ่อนใบหน้าไว้ใต้ฮู้ดลึกลับ เธอยกย่องรอยยิ้มเย้ยหยันให้กล้อง พร้อมกับเสียงหัวسเราะแหบพร่าที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง
*“ยินดีต้อนรับสู่เกมใหม่นะคะ... คุณหนูลูเซียน่า และคุณคาร์ลอสผู้ยิ่งใหญ่ ทุนก้อนสุดท้ายของพวกท่าน... ตอนนี้อยู่ในการดูแลของฉันแล้วค่ะ”*
เอวาลินน์ปลายพู่กันขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับตอนนี้ และเตรียมพบกับความเดือดระอุขั้นสุดในตอนต่อไปนะคะ!
จักรพรรดินีผู้ล่มสลาย กับนายทุนไร้หัวใจ•ตอนที่ 10
การเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจ
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ล่มสลาย กับนายทุนไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!