เสียงกระดาษแผ่นบางที่ถูกฉีกออกจากสมุดบัญชีธนาคารหลวงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันราวกับเสียงประกาศิตแห่งความตาย อดีตองค์จักรพรรดิเอ็ดเวิร์ดทรงยืนตัวสั่นเทา เม็ดพระสุคนธ์ผุดพรายบนพระนลาฏ แม้จะทรงประทับอยู่บนบัลลังก์ทองคำอร่ามเรืองรอง ทว่าในวินาทีนี้ อำนาจที่แท้จริงหาได้สถิตอยู่บนเศียรของพระองค์ไม่ หากแต่อยู่ในอุ้งมือของบุรุษผู้ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า
"เจ้า... เจ้ากล้าดียังไง..." อดีตกษัตริย์เค้นพระ The voice ออกมาด้วยความเคียดแค้นจนเส้นพระโลหิตปูดโปน "นี่คือทรัพย์สินของแผ่นดิน! เป็นสมบัติของราชวงศ์วาเลนเรียนมานับร้อยปี! พวกเจ้าเป็นแค่นายทุนหน้าเลือด ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้อง!"
ลูเซียน่า วาเลนเซีย แย้มยิ้ม มุมปากเชิดขึ้นเล็กน้อยในแบบที่ทำให้อดีตคู่หมั้นผู้เคยเหยียบย่ำเธอยามตกอับต้องเบือนหน้าหนีด้วยความหวาดกลัว เธอในชุดสูทผ้าไหมเข้ารูปสีชาเข้ม งดงาม หรูหรา และเยือกเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคู่คมกวาดมองเหล่าขุนนางที่เคยร่วมกันใส่ร้ายเธอจนต้องโทษประหารในชาติก่อน บัดนี้พวกเขากลับคุกเข่าอยู่บนพรมเปอร์เซีย ซีดเผือดและไร้ซึ่งทางสู้
"สมบัติของราชวงศ์อย่างนั้นหรือเพคะ ฝ่าบาท?" ลูเซียน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ตอนที่ท่านยึดทรัพย์สินตระกูลวาเลนเซียของดิฉันไปเพื่อปรนเปรอสนมเอกและซื้อเสียงขุนนาง ท่านเคยคิดบ้างไหมว่ามันมาจากหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อของประชาชน? วันนี้ ในเมื่อพระองค์บริหารประเทศจนล้มละลาย บริษัทโฮลดิ้งของพวกเราก็แค่เข้ามา 'ยึดกิจการ' ของประเทศนี้ตามกฎหมายการค้าก็เท่านั้น"
คำว่า *ยึดกิจการประเทศ* กระแทกใจคนฟังจนแทบกระอักเลือด ขุนนางเฒ่าคนหนึ่งผู้เคยเป็นหัวหอกในการถอดถอนเธอล้มลงกราบแทบเท้า พยายามคลานเข้าไปหาคาร์ลอส แวน เดอร์ กราฟ มหาเศรษฐีผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งค่อนโลกไว้ในมือ
"ท่านแวน เดอร์ กราฟ! โปรดเมตตาด้วยเถิดขอรับ! พวกเราพร้อมเจรจา..."
คาร์ลอสปรายตามองร่างที่กำลังหมอบกราบราวกับมองเศษฝุ่น รองเท้าหนังขัดเงาราคาแพงก้าวถอยหลังครึ่งก้าวเพื่อไม่ให้ชายเสื้อสูทต้องแปดเปื้อนความสกปรก ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ นอกจากความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาสสีเทาเข้มคู่นั้นทอดมองทุกคนด้วยความเหยียดหยาม
"เจรจา?" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงพลังจนห้องโถงใหญ่เงียบกริบ "พวกคุณไม่มีอำนาจพอที่จะมาเจรจากับผม ตั้งแต่เมื่อวานนี้ หนี้สินสาธารณะทั้งหมดของอาณาจักรนี้ถูกโอนมาเป็นของผมแล้ว และบัญชีเงินเดือนของพวกคุณ... ถูกยกเลิกตั้งแต่ตอนนี้"
บรรยากาศในท้องพระโรงเย็นเยียบลงจนแทบหายใจไม่ออก เงินคือพระเจ้า และในยุคสมัยนี้ คาร์ลอส แวน เดอร์ กราฟ คือผู้กุมกุญแจประตูสวรรค์และขุมนรก
ลูเซียน่าก้าวเข้าไปใกล้บัลลังก์ทีละก้าว เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง *กริ๊บ... กริ๊บ...* ราวกับนาฬิกาแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลัง เธอยืนเผชิญหน้ากับอดีตองค์จักรพรรดิในระยะประชิด สายตาที่เคยอ่อนแอและอ้อนวอนเมื่อชาติก่อน บัดนี้เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและสะใจ
"จำได้ไหมคะ ฝ่าบาท..." ลูเซียน่าโน้มตัวเข้าไปกระซิบบริเวณพระoก "วันที่ดิฉันถูกลากตัวไปประหารชีวิต พระองค์ตรัสว่าคนจนตรอกอย่างดิฉันไม่มีวันเอื้อมมือมาแตะต้องบัลลังก์นี้ได้ วันนี้ดิฉันไม่ได้มาแตะต้องมันหรอกค่ะ... ดิฉันแค่ซื้อตึกนี้ทั้งหลัง และกำลังจะไล่พวกท่านออกไปต่างหาก"
"อีนังปีศาจ!" อดีตกษัตริย์ทรงบันดาลโทสะ เงื้อมพระหัตถ์จะตบลงบนใบหน้าเรียวสวย
ทว่า—ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะสัมผัสอากาศ ฝ่ามือหนาอันทรงพลังของคาร์ลอสก็ควσόข้อมือนั้นไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงบีบมหาศาลทำให้อดีตกษัตริย์ต้องร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด คาร์ลอสปัดมือออกอย่างไม่ใยดีราวกับปัดแมลงวัน ก่อนจะดึงเอวบางของลูเซียน่าเข้ามาแนบชิดในอ้อมแขนอย่างปกป้อง สายตาที่เขามองอดีตกษัตริย์เต็มไปด้วยจิตสังหารที่แทบจะฉีกร่างอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ
"อย่าได้บังอาจใช้มือสกปรกนั่นแตะต้องภรรยาของผม" คาร์ลอสกล่าวเสียงต่ำ ลมหายใจกรุ่นไอสังหารแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
ขุนนางและทหารองครักษ์ต่างก้มหน้าคุดคู้ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง อำนาจที่แท้จริงในห้องนี้ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยสายเลือดหรือมงกุฎอีกต่อไปแล้ว แต่มันถูกวัดด้วยจำนวนตัวเลขในบัญชี และอำนาจเบ็ดเสร็จที่คาร์ลอสกับลูเซียน่าถือครองไว้ในมือ
ลูเซียน่ายกยิ้มอย่างพึงพอใจ เธอกวาดสายตามองความพินาศย่อยยับของคนที่เคยเหยียบย่ำเธอ ความแค้นที่สุมอกมาตลอดชีวิตถูกชำระสะสางจนหมดสิ้นในวินาทีนี้ เงินสร้างอำนาจได้จริง... และเธอกับคาร์ลอสก็คือผู้ใช้อำนาจนั้นในการสร้างกฎเกณฑ์ใหม่ขึ้นมา
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันและความพ่ายแพ้ราบคาบ เสียงปรบมือเบาๆ แว่วมาจากมุมมืดของระเบียงชั้นสอง
*แปะ... แปะ... แปะ...*
ทุกลมหายใจชะงักงัน ลูเซียน่าและคาร์ลอสขมวดคิ้วพร้อมกัน หันขวับไปมองยังทิศทางของเสียง ท่ามกลางเงาสลัวของเสาหินขนาดใหญ่ ร่างระหงในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมา พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว
"ช่างเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมจริงๆ เพคะ ท่านหญิงวาเลนเซีย..." น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่เย็นเยียบราวดาบอาบยาพิษเอ่ยขึ้น "แต่ท่านคิดจริงๆ หรือว่า... อาณาจักรนี้มีแค่หนี้สินที่พวกท่านเห็น?"
หญิงสาวลึกลับก้าวออกมาจากเงา เผยให้เห็นใบหน้าครึ่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากเงิน และในวินาทีที่เธอยื่นเอกสารสีดำสนิทแผ่นหนึ่งออกมาให้ทหารรับใช้ส่งต่อ ทั่วทั้งห้องโถงก็พลันเย็นเยียบลงยิ่งกว่าเดิม เพราะตราประทับบนซองเอกสารนั้น... คือสัญลักษณ์ของตระกูลขุนนางเร้นลับที่ควรจะสูญพันธุ์ไปตั้งแต่ร้อยปีก่อน!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
จักรพรรดินีผู้ล่มสลาย กับนายทุนไร้หัวใจ•ตอนที่ 23
อำนาจที่แท้จริง
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ล่มสลาย กับนายทุนไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!