เสียงปรบมือเบาๆ แต่บาดลึกราคมมีดกรีดลงบนความเงียบงันของห้องจัดเลี้ยงแกรนด์บอลรูม ดังขึ้นท่ามกลางวงล้อมของบรรดาชนชั้นสูงที่กำลังหน้าซีดเผือด
"ช้าก่อน... ดูเหมือนว่าพวกคุณจะสนุกกันเกินไปหน่อยนะ ลูเซียน่า คาร์ลอส"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เปี่ยมด้วยอำนาจและกลิ่นอายอันตรายดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเท้าออกจากเงาสลักของเสาหินอ่อนอิตาลีของเคาน์เตอร์ดยุกเซบาสเตียน ผู้ที่ทุกคนต่างคิดว่ากำลังนอนป่วยอยู่บนเตียง โคมระย้าคริสตัลนับร้อยดวงสะท้อนประกายระยับบนใบหน้าหล่อเหลาที่ฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ดวงตาสสีอำพันคู่นั้นกวาดมองเอกสารลับสิทธิ์การถือครองเหมืองแร่ที่หล่นกระจายอยู่บนพื้น ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างระหงของลูเซียน่า วาเลนเซีย
บรรยากาศภายในห้องแทบหยุดหายใจ บรรดาคุณوนายและขุนนางที่เคยร่วมกันหัวเราะเยาะลูเซียน่าเมื่อนาทีที่แล้ว ต่างพากันถอยกรูดราวกับเจอสัตว์ประหลาด ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง
แต่ลูเซียน่ากลับไม่แม้แต่จะชายตามองผู้มาใหม่ ดวงตากลมโตคู่สวยภายใต้แพขนตางอนงามยังคงจดจ้องอยู่เพียงชายหนุ่มเบื้องหน้า—คาร์ลอส แวน เดอร์ กราฟ มหาเศรษฐีผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งค่อนอาณาจักร
"คิดจะเล่นสนุกอะไรอีกหรือคะ ท่านดยุก" ลูเซียน่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับเซบาสเตียนเป็นเพียงฝุ่นละอองที่ปลิวผ่านรองเท้าปักลายทองของเธอ "หรือว่าเอกสารสละสิทธิ์ที่ท่านถือครองอยู่ จะยังทำให้ท่านอับอายไม่พอ"
เซบาสเตียนกัดฟันกรอด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยว "นังสารเลว! แกกล้าดีอย่างไรมาฮุบ..."
"ระวังปากหน่อยค่ะ ท่านเซบาสเตียน"
เสียงทุ้มต่ำอันทรงอำนาจขัดขึ้นอย่างเฉียบขาด คาร์ลอส ก้าวเข้ามาขวาง1ก้าว ร่างสูงใหญ่ในชุดสูททักซิโดตัดเย็บพิเศษบังร่างบางของลูเซียน่าไว้มิดชิด ดวงตาสีฟ้าครามเข้มดุจมหาสมุทรลึกกวาดมองดยุกเซบาสเตียนด้วยแววตาเหยียดหยามขั้นสุด ราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่ง
แรงกดดันจากอำนาจเงินตราและบารมีที่คาร์ลอสแผ่ออกมา ทำให้เซบาสเตียนถึงกับผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ในอาณาจักรนี้ ไม่มีใครกล้าต่อกรกับ 'แวน เดอร์ กราฟ' ผู้กุมระบบการเงินและการธนาคารทั้งหมดไว้ในอุ้งมือ
"คุณ... คาร์ลอส ทำไมคุณถึงต้องปกป้องผู้หญิงคนนี้ขนาดนี้ด้วย!" เซบาสเตียนเค้นเสียงลอดไรฟัน "หรือว่าคุณไม่รู้ว่ายัยนี่ในอディตเคย..."
"เคยทำไมหรือคะ?" ลูเซียน่าแทรกขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก เธอก้าวออกมาจากด้านหลังของคาร์ลอส ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเซบาสเตียน "เคยถูกพวกคุณใส่ร้าย ป้ายสี และเหยียบย่ามจนต้องตายอย่างโดดเดี่ยวในคุกมืดเมื่อชาติก่อน... อย่างนั้นใช่ไหมคะ?"
สิ้นคำพูดนั้น อุณหภูมิในห้องจัดเลี้ยงก็คล้ายจะลดฮวบลงทันที
เซบาสเตียนชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือกราวกับกระดาษ ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด คำว่า *'ชาติก่อน'* ที่หลุดออกมาจากปากของลูเซียน่า มันไม่ใช่คำเปรียบเปรย แต่มันคือความจริงที่ควรรู้กันแค่สองคน... หรือไม่ใช่?
"เธอ... เธอพูดบ้าอะไรของเธอ ลูเซียน่า!" เซบาสเตียนเสียงสั่นพร่า
ลูเซียน่าไม่ตอบ เธอหันไปมองคาร์ลอส ชายหนุ่มข้างกายที่เวลานี้กำลังจ้องมองเธอด้วยแววตาที่สั่นไหวอย่างรุนแรง แววตาที่เยือกเย็นและไร้หัวใจมาตลอด กลับฉายประกายความเจ็บปวด ความโหยหา และความทรงจำอันแสนเจ็บปวดที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น
คาร์ลอสค่อยๆ ยกมือขึ้นสัมผัสเส้นผมสีบลอนด์เงินของลูเซียน่าแผ่วเบา สัมผัสนั้นสั่นเทาเล็กน้อย ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน
"เธอจำมันได้จริงๆ ด้วยสินะ... ลูซ"
เสียงกระซิบแผ่วเบาจากริมฝีปากของคาร์ลอส ทำให้หัวใจของลูเซียน่ากระตุกวูบ
คำว่า *"ลูซ"* เป็นชื่อเล่นที่ไม่มีใครในชาตินี้รู้ นอกจากตัวเธอในชาติก่อน... และชายหนุ่มที่เคยยอมล้มละลายทุกอย่างเพื่อซื้อชีวิตเธอคืนมาในวินาทีสุดท้ายก่อนลมหายใจจะดับลง
ลูเซียน่าเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่สวยคลอหน่วงด้วยหยาดน้ำใสระเรื่อ แต่รอยยิ้มกลับประดับอยู่บนเรียวปาก "คุณล่ะคะ คาร์ลอส... ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะจำฉันได้ในชาตินี้?"
คาร์ลอสแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลานั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตา "ตั้งแต่วินาทีแรกที่ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงโรงพยาบาลเมื่อสามปีก่อน... วินาทีที่ฉันรู้ว่า ฉันย้อนเวลากลับมาเพื่อแก้แค้นให้ผู้หญิงที่โง่ที่สุดในโลกคนนั้น"
เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มนั้นอบอุ่นและทรงพลังจนทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุน
"และต่อให้โลกใบนี้จะแตกสลายเป็นจุล... ฉันก็จะไม่ยอมปล่อยให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้วเดียวอีกแล้ว ลูเซียน่าของฉัน"
ท่ามกลางความตกตะลึงของแขกเหรื่อทุกคน ดยุกเซบาสเตียนทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นเมื่อตระหนักได้ว่า ตัวเองกำลังเล่นอยู่กับปิศาจสองคนที่จำความแค้นจากชาติก่อนได้แม่นยำ
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงก파زโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของคาร์ลอสก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
คาร์ลอสละสายตาจากลูเซียน่าชั่วขณะ เขากดรับสายโดยไม่ละมือจากการโอบเอวบางไว้ ปลายสายรายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรนผ่านสปีกเกอร์โฟนที่ตั้งใจเปิดให้ทุกคนได้ยิน
*“ท่านประธานครับ! หุ้นทั้งหมดของตระกูลเซบาสเตียนถูกเทขายจนหมดเกลี้ยงในเวลาสามวินาที... และตอนนี้ ทีมกฎหมายของเราเข้ายึดคฤหาสน์หลักและอายัดบัญชีทั้งหมดเรียบร้อยแล้วครับ!”*
คาร์ลอสยกย่องมุมปากอย่างเย็นชา ก่อนจะเอ่ยคำสั่งสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจเด็ดขาด
"ดี... ส่งเฮลิคอปเตอร์มารับเราที่ดาดฟ้า และเตรียมรถขนย้ายนักโทษให้พร้อม"
เขากดตัดสาย ก่อนจะหันมามองลูเซียน่าด้วยแววตาพราวระยับ "กลับบ้านกันเถอะค่ะที่รัก... สามีคนนี้จะพาไปดูฉากจบของพวกสวะพวกนี้ให้สาสมกับที่พวกมันเคยทำกับเธอ"
*เคร้ง!* เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวรุ่นท็อปสุดหรูบินต่ำลงมาจอดสนิทบนลานดาดฟ้าของโรงแรม พร้อมกับแสงไฟสปอตไลท์สาดส่องลงมายังระเบียงห้องจัดเลี้ยง และในวินาทีนั้นเอง... ประตูห้องก็ถูกถีบกระเด็นเปิดออกโดยบอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำนับสิบชีวิตที่ก้าวเข้ามาล้อมกรอบทุกคนไว้ทั้งหมด!
--------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เอวาลินน์ปลายพู่กัน" เสมอมานะคะ!
จักรพรรดินีผู้ล่มสลาย กับนายทุนไร้หัวใจ•ตอนที่ 16
ความลับใต้เงาแสงจันทร์
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ล่มสลาย กับนายทุนไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!