จักรพรรดินีผู้ล่มสลาย กับนายทุนไร้หัวใจ•ตอนที่ 14

สายตาจากผู้มีอำนาจ

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
"เพชรต่อให้ถูกฝังอยู่ใต้กองโคลนตมอย่างไรเสีย ประกายแสงของมันก็ย่อมบาดตาสุนัขป่าที่คิดจะเหยียบย่ำอยู่ดี… ว่าไหมคะ ฝ่าบาท" เสียงหัวเราะเบาๆ ที่เจือไปด้วยความเย้ยหยันอย่างมีชั้นเชิงดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในท้องพระโรงกว้าง แสงไฟจากโคมระย้าคريสตัลนับร้อยดวงสะท้อนลงบนเรือนผมสีเงินยวดยวงของลูเซียน่า วาเลนเซีย ร่างระหงในชุดราตรีเข้ารูปสีดำสนิทปักด้ายทองระยิบระยับยืนหยัดอย่างสง่างาม สายตาคู่คมกริบราวกับใบมีดหิมะกวาดมองเหล่าขุนนางหน้าโง่ที่เมื่อครู่ยังกล้าส่งเสียงหัวเราะเยาะหยันเธอ ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วอากาศ ทว่าไม่มีใครกล้าสบตาเธอนอกจาก… พระเนตรคมปลาบของพระราชาเอ็ดเวิร์ดที่สาม ผู้ประทับอยู่บนบัลลังก์ทองคำ พระองค์ไม่ได้พิโรธอย่างที่พวกสุนัขรับใช้รอบกายคาดคิด ตรงกันข้าม มุมพระโอษฐ์กลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มของผู้ล่าที่เพิ่งค้นพบหมากตัวสำคัญบนกระดาน "เจ้าช่างกล้านักนะ ลูเซียน่า… สตรีที่ตระกูลถูกเนรเทศและถูกตราหน้าว่าเป็นตัวกาลกิณี กลับกล้าต่อปากต่อคำกับสภาขุนนางในท้องพระโรงศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้" สุรเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังก้องกังวาน สร้างความหวาดผวาให้แก่ผู้คนโดยรอบ ทว่าลูเซียน่ากลับไม่แม้แต่จะก้มหน้าลงหลบตา เธอย่อกายทำความเคารพอย่างงดงามไร้ที่ติ ท่วงท่าเยื้องกรายเปี่ยมด้วยความมั่นใจและสูงศักดิ์ยิ่งกว่าเชื้อสายราชวงศ์บางคนเสียอีก "หม่อมฉันมิได้ต่อปากต่อคำเพคะ ฝ่าบาท หม่อมฉันเพียงแต่พูดความจริง… ความจริงที่ว่า งบประมาณคลังหลวงที่รั่วไหลไปกับโครงการเหมืองแร่ทางตอนเหนือ ไม่ได้ล้มเหลวเพราะโชคชะตา แต่มันล้มเหลวเพราะ 'ความโลภ' ของคนที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดต่างหากเพคะ" สิ้นคำพูดนั้น เสียงสูดหายใจเข้าลึกๆ ก็ดังขึ้นระงม เคาท์บารอนผู้ดูแลการคลังหน้าซีดเผือกจนแทบจะเป็นลม เขารีบก้าวออกมาคุกเข่าโวยวายเสียงสั่น "บ… บังอาจ! ฝ่าบาท นางสารเลวผู้นี้กำลังกล่าวหาขุนนางผู้ใหญ่! นางไม่มีหลักฐานอะไรเลย แค่ใช้คารมล่อลวง..." "หลักฐานหรือคะ?" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังแทรกขึ้นจากประตูมหาสเกลที่เปิดอ้าออก ความหนາแน่นของบรรยากาศราวกับถูกแผดเผาด้วยอุณหภูมิที่ลดฮวบลงจนหนาวเหน็บ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง ทุกย่างก้าวสะท้อนถึงอำนาจเงินตราที่สามารถซื้อได้แม้กระทั่งวิญญาณของคนครึ่งค่อนอาณาจักร คาร์ลอส แวน เดอร์ กราฟ ปรากฏตัวขึ้นเคียงข้างลูเซียน่า ดวงตาสีนิลกาฬกวาดมองเคาท์บารอนผู้นั้นด้วยแววตาราวกับกำลังมองมดปลวก ในมือหนาถือแฟ้มหนังสีดำสนิท ประทับตราลับของธนาคารกลางแวนเดอร์กราฟ "นี่คือบัญชีลับที่โอนถ่ายเงินภาษีของประชาชนเข้าสู่บัญชีนอกระบบของตระกูลบารอนตลอดสามปีที่ผ่านมา" คาร์ลอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงพลังจนกดทับให้ทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ เขาวางแฟ้มลงบนโต๊ะกลางห้องอย่างไม่เกรงกลัว "และนี่คือสัญญากู้ยืมเงินห้าสิบล้านเหรียญทองที่ลูเซียน่า… คู่หมั้นของผม เป็นผู้คำนวณและอนุมัติผ่านระบบหลักทรัพย์ใหม่ เพื่อใช้กอบกู้สถานการณ์คลังของอาณาจักรในยามวิกฤต… โดยที่พวกท่านไม่เคยรู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่ากำลังขอทานเงินจากสตรีที่พวกท่านเหยียบย่ำ" ความเงียบเข้าปกคลุมท้องพระโรงอีกครั้ง มันเป็นความเงียบที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงกรีดร้อง บรรดาขุนนางที่เคยหัว الأהลเยาะเย้ยลูเซียน่าต่างหน้าซีดเผือก เหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับ พวกเขาเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้เองว่า ผู้หญิงที่พวกเขาร่วมมือกันกลั่นแกล้งและขับไล่ออกจากสังคมชั้นสูง แท้จริงแล้วคือกุญแจดอกเดียวที่ถือครองเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจทั้งหมดของอาณาจักร! พระราชาเอ็ดเวิร์ดทรงโน้มพระวรกายมาข้างหน้า พระเนตรจ้องมองลูเซียน่าด้วยความสนพระทัยอย่างยิ่งยวด แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความทึ่งและความกระหายในอำนาจที่ฉายชัดออกมา "น่าสนใจ… เจ้าวางแผนทั้งหมดนี่ไว้ล่วงหน้าสินะ ลูเซียน่า" สุรเสียงของพระราชาเต็มไปด้วยความชื่นชม "สตรีที่สามารถใช้ตัวเลขและกลยุทธ์ทางธุรกิจมาพลิกเกมการเมืองได้ในพริบตา… อาณาจักรของเรากำลังต้องการคนที่มีความสามารถเช่นนี้มาดำรงตำแหน่ง 'ที่ปรึกษาพิเศษส่วนพระองค์' เจ้าสนใจไหมล่ะ?" ข้อเสนอที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ราชสำนักถูกเอ่ยออกมาต่อหน้าธารกำนัล บรรดาขุนนางต่างเบิกตากว้างด้วยความอิจฉาริษยาและหวาดกลัว หากลูเซียน่าก้าวขึ้นมามีอำนาจในวังหลวง ชีวิตของพวกเขาคงไม่ต่างอะไรจากตกนรกทั้งเป็น ลูเซียน่าแย้มยิ้ม รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกกุหลาบอาบยาพิษ เธอเหลือบมองคาร์ลอสที่ยืนอยู่ข้างกาย ชายหนุ่มเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างตามใจ เปิดทางให้เธอเป็นผู้จัดการเกมนี้ด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ "นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างยิ่งเพคะ ฝ่าบาท…" ลูเซียน่าเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยพินิจพิจารณาพระราชาผู้ทรงอำนาจ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหวานใสที่แฝงไปด้วยความเฉียบคมบาดลึก "แต่เกรงว่าตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ คงยังเล็กเกินไปที่จะทำให้หม่อมฉัน 'สนใจ' มากพอจะกอบกู้บัลลังก์ที่กำลังจะผุพังนี้จากเงื้อมมือของหนอนบ่อนไส้หรอกนะเพคะ" เหล่าขุนนางถึงกับผงะ อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธและต่อรองกับพระราชาอย่างอวดดีเช่นนี้มาก่อน! พระราชาเอ็ดเวิร์ดทรงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงพระสรวลกังวานจะดังลั่นท้องพระโรง พระองค์ทรงพอพระทัยอย่างยิ่งกับความอวดดีที่เต็มไปด้วยความสามารถนี้ "ฮ่าๆๆ! ช่างเป็นสตรีที่กำเริบเสิบสานเสียจริง! แล้วเจ้าต้องการอะไรล่ะ ลูเซียน่า? แลกกับการช่วยอาณาจักรนี้จากวิกฤตเศรษฐกิจ" ลูเซียน่ายกยิ้มมุมปาก เธอก้าวเข้าไปใกล้บัลลังก์อีกก้าวหนึ่ง จนกระทั่งเงาสะท้อนในดวงตาของเธอคือองค์พระราชาผู้ทรงอำนาจสูงสุด "หม่อมฉันไม่ได้ต้องการเงินทองหรือยศถาบรรดาศักดิ์เพคะ… แต่หม่อมฉันต้องการ 'อำนาจเด็ดขาด' ในการสะสางบัญชีแค้นกับทุกคนที่เคยเหยียบย่ำตระกูลวาเลนเซีย โดยที่ไม่มีใครหน้าไหนในแผ่นดินนี้มีสิทธิ์แทรกแซง… แม้แต่พระองค์เองก็ตาม" สิ้นเสียงประกาศกร้าวอันทรงพลัง ประตูบานใหญ่เบื้องหลังท้องพระโรงก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของกองกำลังทหารรับจ้างนับร้อยในชุดเกราะสีดำสนิทของตระกูลแวนเดอร์กราฟ ที่เดินเรียงแถวเข้ามาปิดล้อมท้องพระโรงเอาไว้ทั้งหมดอย่างสมบูรณ์แบบ! และท่ามกลางความโกลาหลนั้น เสียงฝีเท้าของบุคคลปริศนาผู้สวมผ้าคลุมสีเงินก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลังลูเซียน่า พร้อมกับเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายของทุกคนต้องเย็นเฉียบ— "เกมสนุกๆ แบบนี้… จะขาดฉันไปได้อย่างไรกันล่ะ พี่สาว" เอวาลินน์ปลายพู่กันขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสะใจไปกับแผนการล้างแค้นในตอนนี้ และเตรียมพบกับความเดือดระอุขั้นสุดเมื่อตัวละครลับปรากฏตัวขึ้นในตอนต่อไปนะคะ!
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ล่มสลาย กับนายทุนไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%