เอกสารสัญญาซื้อขายหุ้นร้อยละสี่สิบห้าของบริษัทเดินเรือหลวงถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเนื้อดีจนเกิดเสียงดังสนั่น ลูเซียน่า วาเลนเซีย ไม่แม้แต่จะชายตากลมโตคู่นั้นมองเศษกระดาษราคาแพงตรงหน้า เธอนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามบนเก้าอี้บุสักหลาดสีแดงเข้ม ปลายนิ้วเรียวยาวจิบชา Earl Grey จากถ้วยกระเบื้องเคลือบพอร์ซเลนอย่างใจ
ท่าทีที่เยือกเย็นและเหนือกว่าของอดีตสตรีร้ายกาจที่สังคมชั้นสูงเคยตราหน้าว่าไร้ค่า ทำให้ท่านเคោนต์ดิวอาร์ต ผู้ถือหุ้นใหญ่รายเก่าถึงกับเหงื่อกาฬแตกพลั่ก
"คุณลูเซียน่า... นี่มันบ้าชัดๆ! หุ้นส่วนนี้คือเส้นเลือดใหญ่ของตระกูลผมนะ คุณจะฮุบมันไปในราคาตลาดที่ต่ำกว่าความเป็นจริงครึ่งหนึ่งได้อย่างไร!" เสียงแหบพร่าของชายวัยกลางคนสั่นเครือ เขาลุกขึ้นยืนค้ำโต๊ะด้วยความตื่นตระหนก ทว่าดวงตาคมกริบที่เงยขึ้นมองเขากลับเต็มไปด้วยประกายเย้ยหยันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ต่ำกว่าความเป็นจริงงั้นหรือคะ ท่านเคานต์?" ลูเซียน่าวางถ้วยชาลงอย่างนิ่มนวล เสียงกระทบของจานรองดังก้องกังวานในห้องประชุมอันเงียบงัน เธอยิ้มมุมปาก ชนิดที่เรียกว่ารอยยิ้มของมัจจุราช "ตระกูลดิวอาร์ตกำลังจะล้มละลายในอีกเจ็ดสิบสองชั่วโมงข้างหน้า หนี้สินก้อนโตที่ท่านแอบกู้ยืมมาจากธนาคารใต้ดินกำลังจะครบกำหนดชำระ... ถ้าฉันไม่ยื่นข้อเสนอซื้อหุ้นนี้ในราคา 'เศษกระดาษ' นี้ให้ ท่านคิดว่าพรุ่งนี้เช้า ตัวเองจะยังมีสิทธิ์มายืนหายใจรดต้นคอฉันอยู่ในห้องนี้ด้วยซ้ำหรือคะ?"
คำพูดนั้นเฉียบคมราวนิดรกร้างที่กรีดแทงลงกลางใจจนท่านเคานต์ทรุดตัวลงนั่งแปะกับเก้าอี้ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว เขาพึ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า ผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่ลูเซียน่าคนเดิมที่เคยถูกหลอกใช้ แต่เธอคือปีศาจจำแลงที่กุมเส้นตายชีวิตของเขาไว้ในกำมือ
"คุณ... คุณรู้เรื่องหนี้ก้อนนั้นได้ยังไง..."
"ความลับไม่มีในโลกหรอกค่ะ ท่านเคานต์ โดยเฉพาะความลับที่อยู่ในมือของ... คาร์ลอส"
สิ้นเสียงหวานกังวาน ประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกผลักออกอย่างช้าๆ ร่างสูงสง่าในชุดสูททักซิโด้ตัดเย็บพิเศษรับกับเรือนร่างสมส่วนก้าวเข้ามา ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก คาร์ลอส แวน เดอร์ กราฟ ปรากฏตัวขึ้นพร้อมรัศมีแห่งอำนาจที่แผ่ซ่านไปทั่วห้อง ดวงตาสีเทาเข้มดั่งพายุฤดูหนาวกวาดตามองเอกสารบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะทอดสายตาอ่อนโยนลงทันทีเมื่อร่างสูงหยุดยืนเคียงข้างเก้าอี้ของลูเซียน่า มือหนาวางลงบนพนักพิงเบาๆ เป็นการแสดงออกถึงการปกป้องและประกาศความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน
"จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหมที่รัก" เสียงทุ้มนุ่มที่มักจะใช้พูดจาเยียบเย็นกับคนทั้งโลก กลับอบอุ่นและอ่อนหวานเป็นพิเศษเมื่อเอ่ยกับหญิงสาวข้างกาย
"ทุกอย่างเป็นไปตามแผนค่ะ คาร์ลอส" ลูเซียน่าช้อนตามองชายหนุ่ม รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนเรียวปากสีชาด "คุณทำให้ฉันประหลาดใจเสมอ ข้อมูลเส้นทางการเงินของตระกูลดิวอาร์ตที่คุณส่งมาเมื่อคืน ทำให้เกมนี้จบเร็วกว่าที่ฉันคาดไว้เสียอีก"
คาร์ลอสระบายยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง "ถ้าเป็นเรื่องที่คุณต้องการ ต่อให้ต้องกวาดล้างตลาดหุ้นทั้งทวีปเพื่อมาวางแทบเท้าคุณ ผมก็ยินดีทำ ลูเซียน่า"
บรรยากาศรอบตัวคนทั้งสองราวกับมีโลกใบเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความผูกพันลึกซึ้งคอยโอบล้อมอยู่ พวกเขาผ่านความยากลำบาก ผ่านคืนวันอันหนาวเหน็บที่ถูกทรยศและเหยียบย่ำมาด้วยกัน และในวันนี้ เมื่อพวกเขากุมอำนาจเงินตราและระบบเศรษฐกิจไว้ในกำมือ ก็ไม่มีใครหน้าไหนบนแผ่นดินนี้กล้าอาจหาญที่จะขวางทางอีกต่อไป
ท่านเคานต์ดิวอาร์ตที่นั่งตัวสั่นงกๆ อยู่ฝั่งตรงข้ามกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก เขาเพิ่งเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งในนาทีนี้เองว่า ข่าวลือที่ว่ามหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลอย่างคาร์ลอส แวน เดอร์ กราฟ ยอมทุ่มเงินครึ่งค่อนอาณาจักรเพื่อสนับสนุนลูเซียน่านั้น... เป็นเรื่องจริงแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ และการที่เขาบังaาญมาต่อกรกับลูเซียน่า ก็เท่ากับการขุดหลุมฝังศพให้ตระกูลของตัวเองโดยแท้
"ผม... ผมยอมแล้วครับคุณลูเซียน่า ผมยอมเซ็นสัญญาโอนหุ้นทั้งหมดให้คุณแต่โดยดี ขอความกรุณา... ไว้ชีวิตทางธุรกิจของผมด้วยเถอะครับ" ท่านเคานต์ละทิ้งซึ่งศักดิ์ศรีทั้งปวง สองมือสั่นเทาหยิบปากกาขึ้นมาจรดลงบนกระดาษอย่างจำยอม
ลูเซียน่ามองภาพนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความสงสารเวทนา คนที่เคยเหยียบย่ำเธอจนจมดิน สมควรได้รับบทเรียนที่สาสมแล้ว "เซ็นให้เรียบร้อยค่ะ แล้วก้าวออกไปจากบริษัทนี้ซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจเปลี่ยนจาก 'ซื้อหุ้น' เป็น 'ฟ้องล้มละลาย' ให้คุณต้องไปนอนในคุกแทน"
หลังจากเอกสารทุกฉบับถูกเซ็นชื่อและประทับตราอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ท่านเคานต์ก็ล ากสังขารอันหมดแรงพ้นออกไปจากห้องประชุม ทิ้งให้ลูเซียน่าและคาร์ลอสอยู่ตามลำพัง
หญิงสาวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความโล่งอก ทว่าก่อนที่เธอจะได้พักผ่อนสมอง คาร์ลอสกลับโน้มตัวลงมาใกล้ ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มจนเธอต้องผับเปลือกตาลงเล็กน้อยด้วยความประหม่า
"จัดการธุระเสร็จเรียบร้อยแล้ว... รางวัลของผมล่ะครับ?" น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบข้างใบหู พร้อมกับปลายนิ้วอุ่นที่แตะเบาๆ บนหลังมือเรียว
ลูเซียน่ายกยิ้มมุมปาก เธอไม่ได้ถอยหนี แต่กลับเอื้อมมืออีกข้างไปโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงชายหนุ่มให้โน้มลงมาใกล้กว่าเดิม จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน "อยากได้รางวัลอะไรล่ะคะ ท่านมหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ..."
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะกะทันหัน ตามด้วยการผลักเข้ามาพรวดพราดของเลขาธิการส่วนตัวด้วยสีหน้าตื่นตระหนกจนเสียอาการ
"คุณลูเซียน่าครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เลขาหนุ่มหอบหายใจถี่รัว "ที่ท่าเรือขนส่งสินค้าหลักของตระกูลวาเลนเซีย... ตอนนี้ตู้คอนเทนเนอร์สินค้าล็อตใหญ่ที่สุดถูกอายัดไว้ทั้งหมดโดยคำสั่งเร่งด่วนจาก... จากสำนักพระราชวังครับ!"
ดวงตากลมโตของลูเซียน่าหรี่แคบลงทันที รอยยิ้มบนเรียวปากเลือนหายไปในพริบตา ขณะที่คาร์ลอสผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นัยน์ตาสีเทาเข้มแปรเปลี่ยนเป็นประกายคมกริบดั่งคมดาบที่พร้อมฟาดฟัน
และในวินาทีนั้นเอง เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มก้องกังวานอยู่เหนือหลังคาอาคารสำนักงานใหญ่ แรงลมจากการลงจอดพัดกระจกหน้าต่างบานใหญ่สั่นสะเทือน ก่อนที่ร่างของบุรุษปริศนาในชุดเครื่องแบบทหารชั้นสูง พร้อมตราสัญลักษณ์กางเขนทองคำแห่งราชสำนัก จะก้าวเท้าลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ และมุ่งตรงมายังห้องประชุมนี้โดยไม่มีใครกล้าขวางทาง!
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
— เอวาลินน์ปลายพู่กัน
จักรพรรดินีผู้ล่มสลาย กับนายทุนไร้หัวใจ•ตอนที่ 8
นักธุรกิจผู้ไม่เคยแพ้
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ล่มสลาย กับนายทุนไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!