เสียงตบโต๊ะไม้ฮอกกานีชั้นดีดังสะท้านไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของสมาคมการค้าวาเลนเซีย แรงกระแทกนั้นมากพอจะทำให้ถ้วยชาพอร์ซเลนราคาแพงสั่นสะเทือนจนของเหลวสีอำพันกระฉอกออกมาเปื้อนเอกสารสัญญาลับ
"นี่พวกเธอเสียสติกันไปแล้วหรือไง! หุ้นสามัญสามสิบเปอร์เซ็นต์ในมือของตระกูลเรา ถูกกว้านซื้อไปจนเกลี้ยงภายในคืนเดียวได้อย่างไร?!"
เคาน์ต์วิลเลียมส์ ตะคอกใส่หน้าผู้จัดการฝ่ายการเงินด้วยเส้นเลือดที่ปูดโปนขมับ ดวงตาของชายวัยกลางคนเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก รอยยิ้มเย่อหยิ่งจองหองที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าเมื่อตอนงานเลี้ยงสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เริ่มกัดกินขั้วหัวใจ เมื่อตัวเลขในกระดานหุ้นฟ้องชัดเจนว่า ตระกูลวาเลนเซียกำลังจะสูญเสียการควบคุมกิจการทั้งหมด
ลูเซียน่า วาเลนเซีย นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้บุนวมกำมะหยี่สีแดงสดตรงข้ามกับพวกเขา ร่างระหงในชุดเดรสยาวเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นผิวขาวผ่องดุจหิมะ เธอยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ อย่างใจเย็น ราวกับมหันตภัยทางเศรษฐกิจที่กำลังถล่มตระกูลของตนเป็นเพียงเรื่องตลกขบขันในยามบ่าย
"ตกใจอะไรกันคะ ท่านอา" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น รอยยิ้มมุมปากของเธองดงามหยาดเยิ้มทว่าแฝงด้วยพิษร้าย "ก็แค่กรรมตามสนอง... สิ่งที่พวกท่านเคยทำกับฉันเมื่อหลายเดือนก่อน วันนี้มันก็แควย้อนกลับมาทวงคืนเท่านั้นเองค่ะ"
"นังตัวดี! แกมันเป็นแค่ผู้หญิงที่เกือบถูกประหารเพราะข้อหากบฏ กล้าดียังไงมาฮุบสมบัติของตระกูล!" คุณหญิงมาร์กาเร็ตกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่ง พยายามพุ่งเข้ามาหมายจะตบหน้าหญิงสาว ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสอากาศเบื้องหน้า ร่างของเธอก็ต้องชะงักกึกด้วยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ซ่านออกมาจากมุมห้อง
ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มก้าวออกมาจากเงาสลัว นัยน์ตาสีเทาเข้มดุจพายุหิมะกวาดตามองทุกคนในห้องด้วยความเหยียดหยัน คาร์ลอส แวน เดอร์ กราฟ ขยับเนคไทเนื้อดีเล็กน้อย ก่อนจะเดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างลูเซียน่า มือหนาวางลงบนพนักพิงเก้าอี้ของเธออย่างแสดงความเป็นเจ้าของและปกป้องในคราวเดียวกัน
"ระวังคำพูดด้วยครับ คุณหญิง" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงเบาๆ แต่กลับทำให้บรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนหนาวเหน็บ "คนที่ท่านกำลังตะคอกใส่เมื่อครู่ คือผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ และเป็นประธานกรรมการบริหารคนปัจจุบันของสมาคมการค้าวาเลนเซีย... ซึ่งก็คือภรรยาของผมเอง"
สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันสนิท บรรดาคณะกรรมการผู้เคยร่วมมือกันใส่ร้ายป้ายสีลูเซียน่าต่างหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ จะเอื้อนเอ่ย ทุกคนต่างรู้ซึ้งดีว่า มหาเศรษฐีหนุ่มผู้นี้ไม่ได้แค่พูดขู่ คาร์ลอส แวน เดอร์ กราฟ กุมเม็ดเงินครึ่งค่อนทวีปไว้ในมือ อำนาจของเขาสามารถเนรมิตให้ตระกูลใหญ่กลายเป็นขอทานได้ภายในชั่วข้ามคืน และตอนนี้ เขากำลังใช้มันเพื่อบดขยี้ทุกคนที่เคยทำร้ายผู้หญิงของเขา
"มองหน้าฉันทำไมคะ?" ลูเซียน่าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กวาดสายตามองหน้าเหล่าญาติผู้พี่และอาหนุ่มทีละคนด้วยแววตาสدคมกริบ "จำไม่ได้หรือคะว่าผู้หญิงคนที่พวกท่านเคยตราหน้าว่าเป็น 'ตัวซวย' และ 'นางมารร้าย' ผู้นี้ คือคนเดียวกับที่ถือสิทธิ์ขาดในการอนุมัติเงินกู้และค้ำประกันหนี้ทั้งหมดของพวกท่านในตอนนี้"
เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะประชุมโน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าสวยเฉี่ยวหยาดเยิ้มอยู่ห่างจากเคาน์ต์วิลเลียมส์เพียงคืบเดียว
"ดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละสิบห้าต่อเดือน... หรือจะเลือกให้ยึดทรัพย์สินทั้งหมดภายในสามวินาทีนี้ดีคะ?"
ความกดดันมหาศาลทำให้เคาน์ต์วิลเลียมส์ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี มือสั่นเทารipจนไม่กล้าสบตาหญิงสาวผู้ที่ตนเคยเหยียบย่ำ ความพินาศที่พวกเขาวางแผนไว้เพื่อทำลายลูเซียน่า บัดนี้มันได้ย้อนกลับมาฝังกลบพวกเขาทั้งเป็นแล้ว
คาร์ลอสเดินเข้ามาโอบเอวบางของลูเซียน่าไว้หลวมๆ สายตาคมปลาบมองผลงานตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนที่โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาจะสั่นขึ้น เสียงแจ้งเตือนข้อความจากระบบธนาคารกลางดังสะท้อนก้องความเงียบ
*(ติ๊ง! ยืนยันการโอนเงินจำนวน 500 ล้านเหรียญทอง เพื่อซื้อกิจการที่เหลือทั้งหมดของตระกูลวาเลนเซียเรียบร้อยแล้ว)*
หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบเผยให้เห็นตัวเลขมหาศาลที่ถูกโอนย้ายอย่างไร้รอยต่อ พร้อมกันนั้น เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำใหญ่ก็ดังกระหึ่มก้องกังวานมาจากนอกหน้าต่างกระจกใสบานยักษ์ ลมกรรโชกแรงพัดเข้ามาปะทะผ้าม่านจนปลิวไสว
เฮลิคอปเตอร์หรูหราสลักตราสัญลักษณ์ตระกูลแวน เดอร์ กราฟ ค่อยๆ ลดระดับลงจอดสนิทบนลานดาดฟ้าส่วนตัวของตึกอย่างสง่างาม ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกโดยบอดี้การ์ดในชุดสูทดำสนิท พร้อมกับร่างของเลขาฯ ส่วนตัวที่ก้าวเข้ามาโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
"ท่านประธานครับ... เครื่องพร้อมแล้วครับ และทางเราเพิ่งได้รับรายงานด่วนว่า 'บุคคลปริศนา' ที่เคยส่งจดหมายขู่คุณลูเซียน่าเมื่อสามปีก่อน ปรากฏตัวอยู่ที่สนามบินนานาชาติหลวงแล้วครับ"
ลูเซียน่าชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสองสีทอประกายวับวาวด้วยความตกใจระคนตื่นเต้น ก่อนที่มุมปากอิ่มจะยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่อันตรายที่สุดตั้งแต่เธอเกิดใหม่มา
เอวาลินน์ปลายพู่กันขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสะใจไปกับแผนการล้างแค้นในตอนนี้ และเตรียมพบกับความเดือดระอุขั้นสุดเมื่อตัวละครลับปรากฏตัวขึ้นในตอนต่อไปนะคะ!
จักรพรรดินีผู้ล่มสลาย กับนายทุนไร้หัวใจ•ตอนที่ 12
เปิดหน้าไพ่ใบแรก
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ล่มสลาย กับนายทุนไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!