กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นดินปืนจางๆ ในโกดังร้างปลายท่าเรือ ไม่ได้น่าสะพรึงกลัวเท่ากับประกายตาคู่คมกริบของธาม ธราดล ที่กำลังจับจ้องร่างของคาร์ลอสซึ่งทรุดฮวบลงกับพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ
"แก..." ธามเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งทะยานยิ่งกว่ากองเพลิงเมื่อครู่ รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบลงบนข้อมือของศัตรูตัวฉกาจที่พยายามจะคว้าปืนพกสำรอง แรงกดหนักหน่วงจนกระดูกลั่นกรอบท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
รินลดา দাঁড়อยู่ไม่ห่าง ร่างบางสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะอדרัทธาและแรงปะทะทางอารมณ์ที่โหมกระหน่ำในอกตลอดหลายชั่วโมงแห่งความเป็นความตาย คราบเขม่าดินปืนและรอยเปื้อนคราบเลือดบนเสื้อเชิ้ตสีขาวของเธอคือเครื่องยืนยันว่าเกมการเจรจาครั้งนี้เดิมพันด้วยลมหายใจจริงๆ
คาร์ลอสหัวเราะร่าทั้งที่เลือดสดๆ ไหลทะลักมุมปาก "แกคิดว่าชนะแล้วงั้นเหรอ... ธาม... ผู้หญิงคนนี้... มันก็แค่หมากตัวหนึ่งที่รอวันถูกทิ้ง..."
"หุบปาก!" ธามคำรามลั่น นัยน์ตาคมกริบดุดันราวกับซาตานกระหายเลือด นิ้วแกร่งเหนี่ยวไกปืนจ่อตรงหน้าผากของคาร์ลอสโดยไม่ลังเล ชั่ววินาทีนั้นความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม รินลดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ เธอรู้ดีว่าหากธามลั่นไกในนาทีนี้ ความแค้นจะถูกชำระสะ้าง แต่วิญญาณของเขาจะแปดเปื้อนไปด้วยตราบาปที่ไม่อาจล้างออก
"ธาม... พอค่ะ" รินลดาก้าวเข้าไปใกล้ มือเรียวแตะลงบนท่อนแขนแกร่งที่เกร็งเครียดจนเส้นเลือดปูดโปน น้ำเสียงของเธอแม้จะสั่นพร่าแต่เต็มไปด้วยพลังแห่งการโน้มน้าวที่เขายอมรับ "อย่าเอาชีวิตของคนสารเลวมาแปดเปื้อนมือของคุณเลยค่ะชัยชนะครั้งนี้เป็นของเราแล้ว... มองหน้าฉันค่ะ ธาม"
ดวงตาคมดุที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะค่อยๆ หันกลับมามองเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวของชายหนุ่มปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน ธามผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างแรงเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเถื่อนที่กำลังพลุ่งพล่าน ก่อนที่เขาจะโยนปืนในมือทิ้งลงพื้นเสียงดังสนั่น แล้วกระชากร่างบางเข้าหาอกกว้างด้วยแรงอารมณ์ที่รุนแรงและโหยหาในเวลาเดียวกัน
วงแขนแข็งแกร่งรัดร่างเธอแน่นราวกับจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน รินลดาซบใบหน้าลงกับแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการเต้นของหัวใจ เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดของเขาบ่งบอกว่าความอดทนทั้งหมดได้พังทลายลงแล้ว
"เธอเกือบทำให้ฉันคลั่งตาย รินลดา" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดขอบหู น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความหวาดกลัวลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น "ถ้าเธอเป็นอะไรไป... ฉันคงเผาทุกอย่างในเมืองนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง"
รินลดาหลับตาลง ซึมซับไออุ่นและแรงปรารถนาอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขา เธอยกมือขึ้นโอบกอดแผ่นหลังกว้างของมาเฟียหนุ่มไว้แน่นเช่นกัน ความสูญเสีย ความหวาดกลัว และคราบเลือดรอบตัวราวกับถูกละลายหายไปในสัมผัสอันแน่นแฟ้นนี้
"ฉันอยู่นี่แล้วค่ะ... ฉันปลอดภัยแล้ว" เธอเอ่ยกระซิบตอบเสียงแผ่วเบา
ธามดันร่างเธอออกเล็กน้อยเพื่อพินิจพิเคราะห์ใบหน้ารูปไข่ที่เปรอะเปื้อนฝุ่นควัน ดวงตาคู่คมกวาดมองสำรวจทุกตารางนิ้วบนเรือนร่างของเธอราวกับจะย้ำเตือนว่าเธอยังมีชีวิตอยู่จริง นิ้วแกร่งเชยคางมนขึ้นอย่างถือสิทธิ์ ก่อนจะก้มลงประกบเรียวปากหนาเข้ากับริมฝีปากอิ่มของเธออย่างไร้การปรานี
จูบนั้นไม่ใช่ความอ่อนหวาน แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของ คือความโหยหา และคือไฟปรารถนาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ความตึงเครียดมาเนิ่นนาน รินลดาครางแผ่วในลำคอเมื่อเรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานอย่างไร้ความปรานี มือหนาข้างหนึ่งสอดเข้าใต้เส้นผมสลวยเพื่อล็อกต้นคอเธอให้รับรสจูบอันดุดันนี้อย่างเต็มที่ ส่วนมืออีกข้างเลื้อยลงมาโอบกระชับเอวบางแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน
รสจูบที่ร้อนแรงราวกับเปลวเพลิงแผดเผาความนึกคิดทั้งหมดให้มอดไหม้ รินลดาจิกปลายนิ้วลงบนลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังภายใต้เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นเล็กน้อย ทำให้ลมหายใจของเธอกระชั้นถี่ ความหวาดกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยคลื่นแห่งความเร่าร้อนที่ซัดสาดเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน
ในมุมมืดของโกดังที่คละคลุ้งด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย ความรักและความปรารถนาอันดำมืดกลับเบ่งบานขึ้นอย่างน่ากลัว ธามถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หอบหายใจรดรินกันและกัน นัยน์ตาคมกราดมองเธอด้วยประกายไฟที่ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยรอยเปื้อนบนริมฝีปากเจ่อบวมอย่างทะนุถนอมในแบบที่ไม่มีใครเคยได้รับจากมาเฟียผู้ไร้หัวใจคนนี้
"คำสัญญาที่ฉันเคยให้ไว้... ว่าจะไม่มีใครหน้าไหนแตะต้องเธอได้ แม้แต่เงาของตัวเอง... ฉันทำมันได้แล้ว" ธามกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากเธอ ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้ม "ทีนี้... ถึงตาเธอต้องทำตามสัญญาของเธอบ้างแล้ว รินลดา"
รินลดาสบตาเขา หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก เธอรู้ดีว่าคำว่า 'สัญญา' ในความหมายของมาเฟียร้ายผู้นี้คืออะไร และเธอก็ไม่มีทางปฏิเสธ หรือแม้แต่จะคิดหนีจากกรงทองที่เขาเตรียมไว้ให้
"ค่ะ... ฉันเป็นของคุณแล้ว" เธอเอ่ยรับคำด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและท้าทายในคราวเดียวกัน
ธามยправлениеยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่อันตรายและทรงเสน่ห์ที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น ชายหนุ่มช้อนร่างบางขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาวท่ามกลางสายตาของลูกน้องที่ยืนคุมเชิงอยู่รอบนอก โดยไม่สนใจสภาพความเสียหายรอบกายแม้แต่น้อย เขาก้าวเดินพาเธอออกไปจากขุมนรกแห่งนี้เพื่อมุ่งหน้าสู่อาณาจักรของเขา อาณาจักรที่เธอจะไม่มีวันได้เดินกลับออกมาอีกตลอดกาล
ทว่า... ในจังหวะที่ร่างของทั้งคู่กำลังจะก้าวพ้นประตูโกดังเหล็กบานใหญ่ เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงขึ้นลำกล้องปืนนับสิบกระบอกก็ดังประสานกันขึ้นจากความมืดเบื้องนอก พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่เยือกเย็นจนน่าขนลุก
ธามหยุดชะงัก ร่างหนาก้าวบังรินลดาไว้ด้านหลังทันทีด้วยสัญชาตญาณนักล่า นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงเมื่อเงาร่างของบุคคลที่ไม่คาดคิดว่าจะยังมีชีวิตอยู่ ก้าวออกมาจากความมืดพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ฉาบอยู่บนใบหน้า...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ อย่าลืมส่งกำลังใจให้ "กุหลาบอาบแสงจันทร์" ในตอนต่อไปด้วยนะคะ
ดีลเดือดเชือดเฉือนคม: มาเฟียหน้าตายกับนักเจรจาจอมบงการ•ตอนที่ 27
รอยเลือดและคำสัญญา
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดเฉือนคม: มาเฟียหน้าตายกับนักเจรจาจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!