ดีลเดือดเชือดเฉือนคม: มาเฟียหน้าตายกับนักเจรจาจอมบงการ•ตอนที่ 28

รุ่งอรุณหลังพายุ

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
"คิดว่าความตายจะราคาถูกขนาดนั้นเลยหรือไง... คาร์ลอส" เสียงกระซิบที่กดต่ำลอดไรฟันของธาม ธราดล แฝงไว้ด้วยไอสังหารที่เย็นยะเยือกจนอากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง ร่างหนาในชุดสูทสีเข้มยังคงยืนตระหง่านบังร่างบางของรินลดาไว้มิดชิด สัญชาตญาณดิบเถื่อนของนักล่าถูกปลุกเร้าขึ้นมาอีกครั้งเมื่อศัตรูก้าวข้ามความตายกลับมาทวงแค้น เบื้องหน้าของพวกเขาคือคาร์ลอส ชายผู้เคยพ่ายแพ้ให้กับเกมอำนาจของธาม ร่างของมันสะสะท้านด้วยรอยแผลเป็นจากเหตุการณ์ถล่มคลังสินค้าเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ดวงตาคมกริบสีสนิมคู่นั้นจ้องมองมาที่รินลดาด้วยความกระหาย หิวกระหายที่จะทำลายทุกสิ่งที่ธามรักให้พินาศคามือ "ความตายมันน่าเบื่อเกินไป ธาม... ฉันแค่อยากกลับมาดูว่า คนที่เก่งแต่สั่งการอย่างแก จะปกป้องผู้หญิงคนนี้ได้สักกี่น้ำ" คาร์ลอสหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแหบพร่าระคายหู พร้อมกับชักอาวุธสีดำสนิทขึ้นมาเล็งตรงมาที่รินลดา แต่รินลดากลับไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นกายคุ้นเคยจากแผ่นหลังกว้างของธามที่แผ่ไออุ่นเข้ามาโอบล้อมทำให้หัวใจที่เคยหวาดผวา กลับสงบนิ่งและเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอเอื้อมมือเรียวไปสัมผัสข้อศอกแกร่งของชายหนุ่มเบาๆ ส่งสัญญาณเตือนว่าเธอพร้อมที่จะเผชิญหน้าเคียงข้างเขา ไม่ใช่หลบอยู่ข้างหลังในฐานะจุดอ่อนอีกต่อไป "คุณคาร์ลอสคะ..." รินลดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และทรงพลังพอๆ กับแววตาของเธอ "เกมระหว่างคุณกับธามมันจบลงตั้งแต่คืนนั้นแล้ว สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้ มันไม่ใช่การแก้แค้น แต่มมันคือการดิ้นรนอย่างไร้ค่าของสุนัขจนตรอกต่างหาก" คาร์ลอสหน้าถอดสี รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "นังสารเลว ปากเก่งนักนะ!" นิ้วที่เหนี่ยวไกกำลังจะออกแรงกด แต่เร็วกว่าความคิด ธามไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นเกิดขึ้น ร่างหนาพุ่งทะยานออกไปราวกับเสือชีตาร์ที่ตะครุบเหยื่อ เสียงปืนคำรามลั่นสนั่นความมืด แต่กระสุนพลาดเป้าพุ่งเจาะเข้าใส่ผนังปูนด้านหลังอย่างเฉียดฉิว ธามกระแทกหมัดเข้าที่ใบหน้าของคาร์ลอสเต็มแรงจนร่างของศัตรูกระเด็นกระแทกพื้น เสียงกระดูกกระทบกันดังชัดเจนในความเงียบงัน ความโกรธที่อัดอั้นมานานถูกระบายออกผ่านหมัดหนักหน่วงและแววตาดุดันที่ไร้ซึ่งความปรานี ธามขึ้นคร่อมร่างของคาร์ลอส มือหนากำคอเสื้อของอีกฝ่ายแน่นจนหน้าดำหน้าแดง "ก I บอกแล้วใช่ไหม ว่าอย่ามาแตะต้องผู้หญิงของฉัน..." "พอค่ะ ธาม..." รินลดาเดินเข้ามาแตะไหล่หนาของเขา แววตานุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยวสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่คมที่หันกลับมามองเธอ เพลิงโทสะในอกของมาเฟียหนุ่มค่อยๆ มอดดับลงเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ธามผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมา ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าด้วยความรังเกียจราวกับคาร์ลอสเป็นเพียงเศษฝุ่นผงใต้รองเท้า ไม่มีอำนาจมืดใดมาขวางกั้นพวกเขาได้อีกต่อไปแล้ว... หลายชั่วโมงต่อมา ณ คฤหาสน์หรูริมอ่าวที่ไร้ซึ่งเงาของบอดี้การ์ดและสมุนยืนเฝ้าตามมุมมืดเช่นเคย บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง แสงจันทร์สีนวลสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ อาบไล้เรือนร่างระหงของรินลดาที่ยืนทอดสายตามองคลื่นทะเลซัดสาดเข้าหาฝั่ง อ้อมแขนแข็งแกร่งโอบกอดเธอจากด้านหลังอย่างนุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยความร้อนรุ่มที่พร้อมจะแผดเผา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง ทำให้รินลัดาสั่นสะท้านเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ "คิดอะไรอยู่ หืม?" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู ริมฝีปากหยักลึกกดจูบลงบนลาดไหล่เนียนอย่างอ้อยอิ่ง "คิดว่า... ในที่สุดเราก็เป็นอิสระเสียทีนะคะ ธาม" รินลดาเอี้ยวตัวกลับมาเผชิญหน้า มือเรียววางทาบลงบนอกแกร่งที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ รู้สึกได้ถึงหัวใจของเขาที่เต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก ธามโน้มใบหน้าลงมา ประทับจูบหนักหน่วงลงบนริมฝีปากอิ่ม รสจูบที่ไม่มีความเร่งรีบหรือบีบคั้นเหมือนในอดีต มีเพียงความลึกซึ้ง หิวกระหาย และโหยหาซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปาก นานจนร่างบางแทบละลายคาอ้อมอก แขนเรียวต้องยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งเพื่อพยุงตัวไม่ให้ทรุดฮวบลงไป สัมผัสจากปลายนิ้วสากไล้ต่ำลงตามแนวสันหลัง ปลดเปลื้องเสื้อผ้าเนื้อบางออกทีละชิ้นอย่างทะนุถนอม ราวกับกำลังบูชาเรือนร่างของเธอ ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน ร่างกายสองร่างแนบชิดสนิทแนบอย่างไร้รอยต่อ ความร้อนระอุแผ่ซ่านไปทั่วผิวสัมผัส เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดประสานไปกับเสียงคลื่นกระทบฝั่ง ธามพารินลดาไปยังเตียงนอนกว้าง ล้อมรอบด้วยแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา เขาก้มลงพรมจูบทั่วเรือนร่างเนียนนุ่ม ไล่ตั้งแต่ซอกคอ ไหปลาร้า จนถึงหน้าท้องแบนราบ ทุกสัมผัสเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันอันตรายที่ถูกเก็บกดไว้ และเมื่อบทรักเริ่มต้นขึ้น มันช่างเร่าร้อน ลึกซึ้ง และเต็มอิ่มไปด้วยความยินยอมพร้อมใจ รินลดาแอ่นกายรับสัมผัสวาบหวาม ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในห้วงเสน่หาที่มาเฟียหนุ่มมอบให้ครั้งแล้วครั้งเล่า จนโลกทั้งใบเหลือเพียงแค่เสียงครางแผ่วเบาและลมหายใจที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว รุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาเยือนพร้อมกับแสงแดดอ่อนๆ ที่ทอประกายอบอุ่น แตกต่างจากพายุร้ายที่เพิ่งผ่านพ้นไป รินลดาตื่นขึ้นมาในอ้อมแขนที่แข็งแกร่งและอบอุ่นที่สุดในชีวิต เธอยิ้มบางๆ ให้กับอนาคตที่ไม่มีโซ่ตรวนแห่งมาเฟียมาพันธนาการอีกต่อไป ทว่า... ความสุขมักอยู่กับพวกเขาได้ไม่นาน เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งที่หน้าห้องนอน—จังหวะเคาะที่คุ้นเคยจนน่าขนลุก ธามลืมตาขึ้นทันที นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเย็นชาในเสี้ยววินาที ร่างหนาขยับตัวลุกขึ้นบังร่างของรินลดาไว้พร้อมกับคว้าปืนพกใต้หมอนขึ้นมาเล็งตรงไปยังประตู ประตูกค่อยๆ เปิดออกเผยให้เห็นร่างของบุคคลที่ควรจะนอนจมกองเลือดอยู่ที่ท่าเรือเมื่อคืนนี้... คาร์ลอส ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเลือดเย็น และในมือของมันกำลังถือโทรศัพท์มือถือที่เปิดภาพถ่ายของใครบางคน—คนที่รินลคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่เด็ก "อรุณสวัสดิ์นะ ธาม... ดูเหมือนว่าเกมนรกนี่ จะยังไม่จบง่ายๆ หรอกนะ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ "กุหลาบอาบแสงจันทร์"
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดเฉือนคม: มาเฟียหน้าตายกับนักเจรจาจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%