กลิ่นไอน้ำฝนที่เพิ่งซาลงผสมผสานกับกลิ่นอายดินชื้นแฉะในยามค่ำคืนของเมืองรองชายแดนภาคตะวันออก ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในรถยนต์ยุโรปกันกระสุนคันหรูดูผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย พื้นที่แคบๆ ด้านหลังเบาะโดยสารอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันที่แทบจะบดขยี้ปอดให้แหลกสลาย ธาม ธราดล นั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างน่ากลัว ดวงตาคมกริบภายใต้ความมืดสลัวจ้องมองเอกสารลับในมือสลับกับร่างบางที่นั่งเกร็งอยู่ริมประตูอีกฝั่ง รินลดา เม้มริมฝีปากแน่นจนแทบไร้สีเลือด ฝ่ามือชื้นเหงื่อกำชายกระโปรงสูทเข้ารูปของตัวเองไว้แน่นเพื่อระงับความสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อภารกิจดงกระสุนที่รออยู่เบื้องหน้า แต่เป็นเพราะไออุ่นจากกายหนาที่แผ่ซ่านคุกคามพื้นที่ส่วนตัวของเธอจนแทบหายใจไม่ออก
"ถ้ายังจิกชายกระโปรงแรงขนาดนั้น เนื้อผ้าคงขาดคามือคุณก่อนที่เราจะถึงโกดังสินค้าของคาร์ลอสเสียอีก รินลดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์นักล่าดังขึ้นทำลายความเงียบ ธามวางเอกสารลง ปลดกระดุมเสื้อสูทออกหนึ่งเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างและกลิ่นกายบุรุษเพศที่ผสมผสานกับกลิ่นนิโคตินจางๆ ชวนให้หัวใจคนมองเต้นผิดจังหวะ
"ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ ท่านประธานธาม ไม่จำเป็นต้องให้คุณมาห่วงเรื่องเสื้อผ้า" รินลดาเชิดหน้าขึ้น สบตากับดวงตาสีนิลคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้ข้างในอกข้างซ้ายจะเต้นรัวรากับกลองศึกก็ตาม เธอกับเขาต้องปลอมตัวเป็นคู่สามีภรรยาที่เดินทางมาเจรจธุรกิจส่วนตัว เพื่อตบตา
ลูกน้องของคาร์ลอสที่แฝงตัวอยู่ทั่วภูมิภาคนี้ และความจำเป็นที่ต้อง "แนบชิด" เพื่อความสมจริงนี่เอง ที่กำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อย
รถเบนซ์สีดำสนิทเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทหน้าเรือนไม้สักโบราณหลังใหญ่กลางสวนยางพารา ซึ่งถูกใช้เป็นเซฟเฮาส์ชั่วคราว ทันทีที่ประตูรถเปิดออก ลมหนาวปะทะเข้าผิวเนื้อจนรินลดาสั่นสะท้อน ธามก้าวลงไปก่อนจะวกกลับมาเปิดประตูฝั่งเธอ มือหนาคว้าข้อมือเรียวไว้ด้วยแรงบีบหนักหน่วงที่ไร้ซึ่งความปรานี แต่แฝงไว้ด้วยสัมผัสร้อนผ่าวที่วิ่งพล่านไปตามกระแสเลือด
"ลงมา... อย่าลืมบทบาทของคุณ สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันที่กำลังระหองระแหงกันน่ะ เล่นให้มันเนียนหน่อย" ธามกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเผลอขนลุกซู่
ภายในเรือนไม้โบราณที่เปิดไฟสลัว กลิ่นอับชื้นและกลิ่นไม้เก่าคละคลุ้ง ทว่าความตึงเครียดกลับพุ่งสูงยิ่งกว่าอุณหภูมิภายนอก ทั้งคู่อยู่ในห้องนอนขนาดใหญ่ที่มีเตียงไม้สักหลังคลาสสิกตั้งอยู่กลางห้อง นี่คือแผนการที่บีบให้พวกเขาต้องใช้ห้องเดียวกันเพื่อความปลอดภัย ทันทีที่ประตูปิดลงและลงกลอน ร่างสูงก็ไม่รอช้าที่จะปลดเปลื้องเปลือกนอกอันน่าอึดอัดออก ธามถอดเสื้อสูทและเนคไทโยนลงบนโซฟา ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับนักเจรจาสสาวที่กำลังถอยหลังกรูจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
"อะ... คุณจะทำอะไร นี่ไม่ใช่เวลามารังแกฉันนะ เรามีงานต้องวางแผนกันคาร์ลอสอาจจะกำลังส่งคนมาจับตาดู..." รินลดาเอ่ยเสียงสั่น พยายามดันอกกว้างที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเมื่อใด
"ชูส์..." นิ้วแกร่งแตะลงบนริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียง สัมผัสนั้นร้อนจัดจนเธอต้องสะดุ้ง "งานก็ต้องทำ... แต่เรื่องของเราก็ต้องเคลียร์ให้จบด้วย คุณทำให้ฉันเสียสมาธิมาตลอดทางรู้ตัวไหม รินลดา"
แววตาดุดันคู่นั้นเปลี่ยนเป็นประกายไฟปรารถนาที่ลุกโชนอย่างปิดไม่มิด ธามใช้แขนแกร่งกักกันร่างบางไว้ระหว่างกำแพงกับตัวเขา ระยะห่างแทบไม่เหลือช่องว่างให้อากาศผ่าน รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตา เขารู้ดีว่าความใกล้ชิดในบรรยากาศที่ไร้การควบคุมแบบนี้มันอันตรายแค่ไหน แรงกดดันจากภายนอกและความตึงเครียดของภารกิจ กลับกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่จุดชนวนสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวมาเฟียหนุ่มให้ตื่นขึ้น
"ฉันเป็นแค่นักเจรจา ไม่ใช่เครื่องมือระบายอารมณ์ของคุณ..." เธอยังคงพยายามงัดเอาความแข็งกระด้างมาสู้ แม้เสียงจะเริ่มขาดห้วงเมื่อมือหนาเริ่มเลื้อยมาสัมผัสเอวคอดกิ่วผ่านเนื้อผ้า
"ปากเก่งนักนะ..." ธามหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน ก่อนจะฉวยโอกาสที่เธอเผลอประกบเรียวปากลงมาบดขยี้อย่างเร่าร้อนและเอาแต่ใจ การจูบที่ไม่ทันตั้งตัวทำให้รินลดาเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ แรงขัดขืนที่พยายามผลักไสค่อยๆ อ่อนระโหยโรยแรงลงเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวรุกรานเข้ามาอย่างไร้ความปรานี เรียวลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย ความดุดันและดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสุขุมถูกปลดปล่อยออกมาผ่านรสจูบที่ทั้งหวานล้ำและแผดเผาจนแทบละลาย
มือหนาเลื่อนขึ้นสอดเข้าใต้กลุ่มผมยาวสลวย บังคับให้เธอแหงนเงยรับสัมผัสที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น รินลดาครางแผ่วในลำคอ มือเรียวที่เคยพยายามผลักไส เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น แรงสั่นสะเทือนจากความใกล้ชิดทะลุทะลวงเข้ามาถึงขั้วหัวใจ ความหวาดกลัวต่อภารกิจมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงไฟสวาทที่กำลังแผดเผาทุกตารางนิ้วของผิวกาย
เมื่อธามยอมผละริมฝีปากออกอย่างนึกเสียดาย หญิงสาวหอบหายใจโยนตัวด้วยความเหนื่อยอ่อน ดวงตาฉ่ำน้ำมองเขาด้วยความตัดพ้อและหลงใหลในเวลาเดียวกัน ใบหน้าคมคายอยู่ใกล้แค่เอื้อม ลมหายใจร้อนรินรดกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร
"ทีนี้... หวังว่าคุณจะมีสมาธิพอที่จะคุยเรื่องแผนงานกับฉันแล้วนะ" ธามกระซิบชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบ น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ยังค้างคา
ทว่า ก่อนที่รินลดาจะได้เอ่ยคำพูดใดโต้ตอบ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่ระเบียงด้านนอกห้อง พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังปัง! สามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงลูกน้องคนสนิทของธามที่ตะโกนลอดเข้ามาด้วยน้ำเสียงแตกตื่น
"นายครับ! แผนเปลี่ยน! ลูกน้องของคาร์ลอสบุกมาล้อมเรือนหลังนี้ไว้หมดแล้วครับ พวกมันรู้ตัวเร็วกว่าที่เราคิด!"
ธามชะงัก ร่างกายที่เคยผ่อนคลายและเต็มไปด้วยไออุ่นของความเสน่หาแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบและดุดันขึ้นในเสี้ยววินาที ดวงตาสีนิลวาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร เขาละสายตาจากรินลดาช้าๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบปืนพกสั้นเก็บเสียงใต้หมอนขึ้นมาปลดเซฟด้วยความชำนาญ
"อยู่ตรงนี้ ล็อคประตูให้ดี..." ธามสั่งเสียงต่ำเฉียบขาด ก่อนจะหันหลังก้าวไปที่ประตู
แต่ยังไม่ทันที่มือหนาจะเอื้อมถึงลูกบิด ประตูไม้สักบานหนาก็ถูกถีบกระเด็นพังทลายเข้ามาด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับควันสีขาวพวยพุ่งและเสียงปืนนัดแรกที่ดังสนั่นหวั่นไหวผ่าความเงียบยามวิกาล! รินลดากรีดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อร่างของชายชุดดำสามคนพุ่งทะลวงเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ และคนที่ก้าวตามเข้ามาเป็นคนสุดท้ายด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยอันคุ้นเคย คือ คาร์ลอส ศัตรูตัวฉกาจที่ถือปืนเล็งตรงมาที่ธาม!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับห้วงอารมณ์อันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ดีลเดือดเชือดเฉือนคม: มาเฟียหน้าตายกับนักเจรจาจอมบงการ•ตอนที่ 7
ก้าวแรกสู่สมรภูมิที่แท้จริง
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดเฉือนคม: มาเฟียหน้าตายกับนักเจรจาจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!