เสียงคำรามต่ำของฟ้าผ่าด้านนอกราวกับจะฉีกกระชากเซฟเฮาส์หลังนี้ให้พังครืนลงมา แต่ความอื้ออึงของพายุภายนอกยังเทียบไม่ได้เลยกับแรงกดดันอันมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ภายในห้องนอนกว้างขวาง รินลดาหายใจติดขัด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าคมคายที่มักจะเชิดหยิ่งและเต็มไปด้วยชั้นเชิงการเจรจา ทว่าในนาทีนี้ เธอกลับทำได้เพียงยืนพิงแผ่นหลังติดกับบานกระจกเย็นเฉียบ ขณะที่สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีของธามกำลังจดจ้องมาที่เธอราวกับนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมไร้ทางหนี
"เกมเจรจาของคุณจบลงตรงนี้แล้ว รินลดา"
เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของมาเฟียหนุ่มดังขึ้นท่ามกลางความมืดที่มีเพียงแสงวาบจากสายฟ้าสาดส่องใบหน้าคมสันที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความกระหาย ธามก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าหนักหน่วงดั่งมัจจุราชคุกคาม กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของสายฝนลอยเข้ามาแตะจมูก ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก
"ฉันยังไม่ได้แพ้..." เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษามามาดและศักดิ์ศรีของนักเจรจาจอมบงการเอาไว้ แม้ขาเรียวทั้งสองข้างจะสั่นเทาจนแทบพยุงร่างตัวเองไม่ไหว "คุณไม่มีสิทธิ์มาขังฉันไว้ที่นี่ ธาม ปล่อยฉันกลับไปซะ!"
"สิทธิ์งั้นเหรอ?" ธามหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นพร่าต่ำและเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกดทับมานาน เขาเอื้อมมือหนาขึ้นไปกักขังร่างบางไว้ด้วยการทาบฝ่ามือลงกับกระจกทั้งสองข้าง คร่อมร่างเธอไว้ใต้ร่มเงาของร่างกายกำยำที่แผ่ไอความร้อนระอุ "จำไว้ริน... ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในโลกของฉัน ไม่มีคำว่าปล่อยตัว มีแต่คำว่า 'กลืนกิน' จนกว่าฉันจะพอใจ"
สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น แต่มือเรียวที่พยายามยกขึ้นดันแผงอกกว้างกลับถูกรวบด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนที่เขาจะตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยความแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็ก ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาปัดป้ายอยู่ริมแก้มสากระคาย ผิวเนื้อที่เสียดสีกันแม้จะมีเสื้อผ้ากั้นขวาง แต่มันกลับเร่าร้อนเสียจนรินลดาต้องห่อไหล่ด้วยความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง
ดวงตากลมโตตวัดมองเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "คุณมันเห็นแก่ตัว... คนสารเลว!"
"ใช่... ฉันมันเลว และความเลวของฉันก็กำลังจะทำให้คุณเป็นบ้าไปพร้อมกัน"
สิ้นคำประกาศิต ริมฝีปากร้อนจัดก็ทาบทับกลีบปากอิ่มที่ดื้อรั้นทันทีอย่างไร้ความปรานี รินลดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามจะเบือนหน้าหนีและขัดขืนสุดกำลัง แต่เรียวปากแข็งแกร่งกลับบดขยี้ลงมาด้วยความหิวกระหายและรุนแรงราวกับต้องการลงทัณฑ์ รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและไฟเสน่หาดึงเอาสติสัมปชัญญะของเธอหลุดลอยไปชั่วขณะ ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสั่นสะท้านที่วิ่งพล่านเข้าสู่กระแสเลือด เมื่อเรียวลิ้นร้อนล้ำลึกรุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้เลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น จนร่างทั้งสองแทบหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
ความหอมหวานจากซอกคอระหงที่เขาซุกไซ้ไล้เล็มทำให้รินลดาส่งเสียงครางประท้วงในลำคออย่างลืมตัว เรียวขาที่อ่อนแรงทรุดฮวบลง แต่ธามไม่ปล่อยให้เกรมนี้นำไปสู่การล้มพับ เขาช้อนร่างบางขึ้นแนบอกในอ้อมแขนอันทรงพลังแล้วก้าวสาวเท้าไปยังเตียงนอนกว้างกลางห้องอย่างมั่นคง ทิ้งโลกภายนอกที่โหมกระหน่ำด้วยพายุฝนไว้เบื้องหลัง
ร่างระหงถูกวางลงบนฟูกนุ่มอย่างทะนุถนอมในชั่ววินาทีหนึ่ง ก่อนที่ร่างกำยำจะทาบทับลงมาอีกครั้ง ดั่งราชสีห์ที่ตะครุบเหยื่อสาวไว้ใต้ร่าง ดวงตาคมกราบกรานมองสำรวจเรือนร่างที่สะท้านไหวภายใต้แสงจันทร์ที่ลอดผ่านม่านหน้าต่าง มือหนาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น เผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนละเอียดที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยแรงอารมณ์ รินลดายกมือขึ้นป้องกายด้วยความเขินอายและความประหม่า แต่นั่นกลับยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวมาเฟียหนุ่มให้พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด
"อย่ามอง..." เสียงหวานขาดห้วงเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาลูบไล้ผ่านเนินอกอิ่มอย่างจงใจ
"มองคุณ... งดงามและน่ารังแกเสียจนฉันไม่อาจละสายตาได้เลย รินลดา" ธามกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปาก ก่อนจะประทับจูบซับลงบนเปลือกตาที่หลับพริ้มอย่างจำนน ปัดเป่าความหวาดกลัวทั้งหมดด้วยสัมผัสอันลึกซึ้งและร้อนรุ่มที่ค่อยๆ แผดเผาทุกความรู้สึก
ค่ำคืนแห่งพายุฝนด้านนอกยังคงโหมกระหน่ำ สายฟ้าแลบแปลบปลาบสะท้อนภาพเงาของคนทั้งสองที่หลอมรวมบทเพลงรักอันเร่าร้อนและดิบเถื่อนเข้าด้วยกัน เสียงหอบหายใจระคนเสียงครางหวานหูและเสียงกระซิบพร่าเล็ดลอดแข่งกับเสียงสายฝนที่โปรยปราย แรงปรารถนาอันอันตรายดึงดูดพวกเขาทั้งคู่ให้ดิ่งลึกสู่ห้วงเสน่หาที่ไม่มีวันปีนป่ายกลับขึ้นมาได้ ทุกสัมผัส ทุกรอยจูบ และทุกแรงกระซับกอดเกี่ยว คือการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์แบบที่ไม่อาจปฏิเสธ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ ท่ามกลางความเงียบงันที่เหลือเพียงเสียงหอบหายใจสม่ำเสมอ รินลดานอนซบอยู่บนแผงอกกว้างที่มีรอยข่วนจางๆ จากอารมณ์รักเมื่อครู่ มือหนาของธามลูบไล้เส้นผมยาวสลวยอย่างอ่อนโยน ราวกับซาตานที่แปลงร่างเป็นผู้พิทักษ์ ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะเคลิ้มหลับไปกับความอบอุ่นอันแปลกประหลาดนี้ เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังแว่วมาจากชั้นล่างของเซฟเฮาส์ พร้อมกับเสียงกระจกแตกกระจายตามด้วยเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวกลบเสียงพายุ!
ธามผุดลุกขึ้นจากเตียงด้วยความรวดเร็วราวดุร้าย ดวงตาคมกริบทอประกายอำมหิตขึ้นในความมืดทันที รินลดาเบิกตากว้างด้วยความตระหนกเมื่อชายหนุ่มคว้าปืนพกเก็บเสียงใอนาซีขึ้นมาปลดเซฟอย่างคล่องแคล่ว
"ซ่อนตัวอยู่ใต้เตียง อย่าส่งเสียงเด็ดขาด... คาร์ลอสตามมาเจอเราแล้ว"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งและเผชิญหน้ากับพายุแห่งอารมณ์นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ดีลเดือดเชือดเฉือนคม: มาเฟียหน้าตายกับนักเจรจาจอมบงการ•ตอนที่ 8
คืนพายุฝนกับการเผยใจ
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดเฉือนคม: มาเฟียหน้าตายกับนักเจรจาจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!