กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคลุ้งปะปนกับกลิ่นไอน้ำฝนที่สาดซัดเข้ามาทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ซึ่งแตกละเอียด เศษแก้วระเกะระระกาดดั่งหยาดน้ำตาแห่งความพินาศ รินลดา দাঁড় (ยืน) ตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหลังเงาดำทะมึนของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าพญามัจจุราชแห่งวงการมืด ธาม ธราดล แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบฝนไม่ได้บดบังรัศมีอันคุกคามที่แผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย
ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงสีดำด้านในมือหนาของธามกำลังจ่อตรงไปที่หว่างคิ้วของลูกน้องทรยศที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้นพรมราคาแพง
"แกกล้าดียังไง... เอาตัว 'คุณหนูเล็ก' ไปซ่อนไว้ที่รังของคาร์ลอส" เสียงทุ้มต่ำพอดังลอดไรฟัน มันเย็นเยียบยิ่งกว่าอุณหภูมิภายนอกที่ติดลบเสียอีก
"ก... นายใหญ่ ผม... ผมถูกบังคับ..." เสียงนั้นขาดห้วงพร้อมกับลมหายใจเฮือกสุดท้ายเมื่อนิ้วแกร่งเหนี่ยวไกไร้ซึ่งความลังเล ร่างนั้นกระตุกเกร็งก่อนจะสงบนิ่งสนิท จมกองเลือดสีเข้มอย่างไร้ค่า
รินลดาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก เธอมองแผ่นหลังของคนที่เพิ่งปลิดชีพคนอย่างเลือดเย็นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งหวาดกลัว ระแวง และ... ปรารถนาที่จะถอยห่าง แต่สัญชาตญาณกลับกรีดร้องว่าเธอกำลังติดอยู่ในกรงเล็บของซาตานที่ไม่มีวันดิ้นหลุด
"กลัวฉันไหม... รินลดา"
ธามหมุนตัวกลับมาช้าๆ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองสำรวจเรือนร่างอรชรที่สั่นเทาของเธอ ไล่ตั้งแต่ลำคอระหงที่ไหวระริกตามจังหวะหายใจ ไปจนถึงเรียวปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าหาทีละน้อย ราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุมลงสู่หลุมพรางที่ตนขุดไว้
"คุณมันบ้า... ธาม" รินลดาเฟ้นหาเสียงของตัวเองขึ้นมาต่อกร แม้ขาเจ้ากรรมจะก้าวถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับมุมโต๊ะทำงานไม้สักทองอย่างจัง "คุณลากฉันเข้ามาพัวพันกับสงครามบ้าๆ นี่ ทำไมต้องเอาชีวิตเด็กคนนั้นมาเสี่ยงด้วย! ทายาทตระกูลศัตรูงั้นเหรอ? หึ... คุณก็ไม่ต่างจากคาร์ลอส!"
*หมับ!*
ไวเท่าความคิด มือหนาราวกับคีมเหล็กพุ่งเข้าคว้าหมับที่เอวคอดกิ่วของเธอ รั้งเข้าหาเรือนกายกำยำอย่างแรงจนแผ่นอกบางกระแทกเข้ากับแผงอกแกร่งของเขาเต็มรัก ลมหายใจอุ่นร้อนที่มีกลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงผสมกับกลิ่นเลือดจางๆ ปะทะเข้าที่ข้างแก้มเนียนทันที
"ระวังปากของเธอหน่อย รินลดา..." ธามโน้มใบหน้าคมคายลงมา กระซิบชิดริมใบหูเล็กจนความร้อนจากลมหายใจทำให้ขนกายของเธอลุกชัน "เด็กคนนั้นไม่ใช่เครื่องมือ แต่เป็นเหยื่อล่อ... และฉันกำลังจะไปลากคอไอ้คาร์ลอสมาสับเป็นชิ้นๆ เพื่อพิสูจน์ให้เธอเห็นว่า... บนโลกนี้ ไม่มีใครปกป้องเธอได้ดีไปกว่าฉันอีกแล้ว"
"ปล่อยฉันนะ! คนเผด็จการ!" รินลดาออกแรงผลักไส ทุบตีอกแกร่งด้วยกำปั้นน้อยๆ แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสะทกสะท้านคนตัวโตได้ กลับกัน... การดิ้นรนของเธอยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวมาเฟียหนุ่มให้ลุกโชนขึ้นไปอีก
ธามคำรามต่ำในลำคอ มืออีกข้างที่ว่างอยู่เลื่อนขึ้นไปล็อกท้ายทอยนุ่ม บังคับให้เธอแหงนเงยใบหน้าขึ้นรับสัมผัสอันดุดันจากเขา ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี บดขยี้กลีบปากนุ่มนิ่มจนบวมเจ่อ รสจูบทั้งดิบเถื่อน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยแรงหึงหวงผสมความโกรธเกรี้ยว ทำให้รินลดาแทบละลายคาอ้อมแขน
เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ มือแกร่งลูบไล้ไปตามแนวสันหลังโค้งเว้า บีบเคล้นสะโพกมนภายใต้ชุดกระโปรงเข้ารูปอย่างจาบจ้วง ความวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายจนเข่าของเธอแทบทรุด รินลดาหลงใหลในรสสัมผัสอันตรายนี้อย่างน่าละอาย แม้สมองจะสั่งให้ผลักไส แต่ร่างกายกลับแอ่นกายเข้าหาความอบอุ่นเร่าร้อนนั้นโดยสัญชาตญาณ
"อื้อ... ธาม..." เสียงครางประท้วงเล็ดลอดออกมาได้เพียงเท่านั้น เมื่อเขาอุ้มร่างบางขึ้นนั่งพาดไว้บนขอบโต๊ะทำงานอย่างไร้แรงต้านทาน ร่างสูงแทรกตัวเข้ามาอยู่ระหว่างกลางเรียวขาของเธอ บดเบียดกายเข้าหาจนรับรู้ถึงพละกำลังอันตรายที่ตื่นตัวอยู่ภายใต้เนื้อผ้า
ธามผริมริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอได้หอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่ดวงตาคู่คมดุจดั่งสัตว์ป่ากำลังจ้องมองผลงานของตัวเอง—ริมฝีปากบวมเจ่อสีแดงระเรื่อ และดวงตาฉ่ำน้ำที่เต็มไปด้วยหยาดอารมณ์
"มองตาฉัน... รินลดา" เสียงทุ้มแหบพร่าเอמהชิดริมฝีปากที่สั่นเทอ "คืนนี้... ฉันจะไปเอาตัวเด็กคนนั้นคืนมา และจะเผารังของคาร์ลอสให้เป็นจุล เพื่อแลกกับความเชื่อใจทั้งหมดที่เธอมี... ถ้าฉันกลับมา จงมอบหัวใจและร่างกายของเธอให้ฉันแต่เพียงผู้เดียว... ตกลงไหม?"
รินลดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นส่ำ ยามเมื่อปลายนิ้วสากไล้เกลี่ยแก้มเนียนแผ่วเบา แววตาร้าวลึกของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลในยามนี้ ไม่มีคราบของความโหดเหี้ยมหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความปรารถนาอันล้ำลึกที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้าเพื่อเธอ
ก่อนที่เธอจะทันได้เปล่งคำตอบใดๆ ออกมา เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่พร้อมกับเสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ทว่า... มันไม่ใช่เสียงของลูกน้องฝั่งธาม!
"นายใหญ่ครับ! สัญญาณเตือนภัยรอบคฤหาสน์กะทันหัน... มีคนบุกเข้ามาทางปีกตะวันตก และ... และพวกมันกำลังจุดไฟเผาห้องควบคุมระบบความปลอดภัยทั้งหมดแล้วครับ!"
ธามชะงัก แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นวาบหับด้วยความเหี้ยมเกรียมในเสี้ยววินาที เขาก้มลงจູບหน้าผากมนของรินลดาหนักๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะผละตัวออกแล้วหยิบปืนกลมือรุ่นล่าสุดขึ้นมาตรวจเช็กกระสุนด้วยความรวดเร็ว
"อยู่ที่นี่ ล็อกห้องให้แน่นหนา..." ธามหันมาสบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดดั่งประกาศิต "ไม่ว่าใครจะเคาะประตู... ห้ามเปิดเด็ดขาด จนกว่าฉันจะกลับมา"
พูดจบ ร่างสูงก็พุ่งตัวหายออกไปทางประตูหลังอย่างรวดเร็วดั่งเงา ทิ้งให้รินลดาอยู่ท่ามกลางความเงียบงัดและกลิ่นอายความตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที
ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะเอื้อมมือไปล็อกประตูตามคำสั่ง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็หยุดชะงักอยู่ที่หน้าห้องทำงานพอดี... พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเยือกเย็น และเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่ดังทะลุบานไม้เข้ามา ทำให้เลือดในกายของรินลดาเย็นเฉียบลงถึงขั้วหัวใจ
*"สวัสดีครับ... คุณหนูรินลดา จำผมได้หรือเปล่า?"*
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กุหลาบอาบแสงจันทร์" เสมอมานะคะ
ดีลเดือดเชือดเฉือนคม: มาเฟียหน้าตายกับนักเจรจาจอมบงการ•ตอนที่ 22
บททดสอบแห่งความเชื่อใจ
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดเฉือนคม: มาเฟียหน้าตายกับนักเจรจาจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!