ตึกสำนักงานโครงสร้างเหล็กกล้าและกระจกนิรภัยในยามวิกาลไม่ได้เงียบสงัดอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจ ในทางตรงกันข้าม มันเป็นสถานที่ที่ส่งเสียงกระซิบ เสียงครูด และเสียงทอดถอนหายใจดังที่สุด โดยเฉพาะเมื่อเข็มนาฬิกาดิจิทัลบนข้อมือของธันวาขยับผ่านเลข 02:47 น. ไป, อากาศภายในห้องทำงานแผนกวิเคราะห์ความเสี่ยงระดับสามก็เริ่มเย็นเยียบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวจางๆ
"คุณธันวาครับ... อย่าเพิ่งไขว้เขวกับตัวเลขอัตราการสลายตัวของวิญญาณตรงหน้า สมาธิของคุณกำลังหลุดจากแกนหลักของตรรกะแล้วนะครับ"
เสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจของอาจารย์อลิสา ดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เธอไม่ได้นั่งอยู่บนเก้าอี้สำนักงานตามหลักสรีรศาสตร์ แต่กลับยืนนิ่งอยู่ริมขอบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนเงาของตึกระฟ้าเบื้องล่าง ในมือเรียวขาวสวมถุงมือผ้าสีดำสนิทนั้นกำลังพลิกกระดาษบันทึกปกหนังสีเลือดหมู ซึ่งเป็นตำรากฎเกณฑ์แห่งโลกวิญญาณที่ธันวาต้องท่องจำให้ขึ้นใจทุกตัวอักษร
ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เขากวาดสายตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์สามจอที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงาน ตัวเลขสีแดงฉานกำลังวิ่งพล่านด้วยความเร็วสูง มันคือระบบคำนวณ "มูลค่าทางบัญชีของความตาย" ที่เขาต้องรับผิดชอบ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ปลายนิ้วของเขากำลังสั่นเทา
มันคือเสียง... เสียงที่ดังลอดออกมาจากช่องระบายอากาศเหนือศีรษะ
*กรี๊ด... กรี้ดดด— ตึก! ตึก! ครอดดด!*
เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมาน ผสมผสานกับเสียงเล็บขูดเหล็กอย่างบ้าคลั่งดังระรัวมาจากท่อส่งแอร์เหนือโต๊ะทำงานของเขา มันดังลั่นจนกระดาษเอกสารบนโต๊ะสั่นสะเทือน แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดและทำให้ธันวาต้องขมวดคิ้วแน่นจนเป็นปม ก็คือ ในขณะที่เสียงกรีดร้องนี้ดังบาดแก้วหูจนแทบทะลุ ประตูห้องทำงานที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อยกลับสะท้อนเสียงกรนเบาๆ ของหัวหน้าแผนกที่นอนหลับใหลอยู่ที่โต๊ะด้านนอก รวมถึงเสียงพิมพ์คีย์บอร์ดของเพื่อนร่วมงานอีกสามคนที่ยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานล่วงเวลาโดยไม่มีใครแสดงท่าทีว่าได้ยินเสียงกรีดร้องนั้นเลยแม้แต่น้อย
ไม่มีใครได้ยิน... มีเพียงธันวาคนเดียวเท่านั้นที่รับรู้
"อาจารย์ครับ..." ธันวาเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยแต่ยังคงพยายามรักษาความนิ่งสงบตามวิสัยของพนักงานเจ้าระเบียบ "นี่ไม่ใช่เสียงสะท้อนจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในระบบปรับอากาศตามทฤษฎีบทที่สี่ในหน้าสิบห้าอย่างแน่นอนครับ เสียงนี้มีแรงสั่นสะเทือนทางกายภาพ และที่สำคัญ... มันกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้โต๊ะของผมทุกที"
อลิสาปิดสมุดบันทึกในมือลงอย่างช้าๆ เสียงกระดาษกระทบกันดัง *ทึบ* ท่ามกลางความเงียบ เธอหันกลับมามองเขาด้วยแววตาคู่คมกริบไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ รัศมีรอบตัวของเธอบ่งบอกถึงการเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด
"ถูกต้องครับคุณธันวา มันไม่ใช่ความผิดพลาดทางเทคนิค แต่เป็น 'ผู้โดยสารนอกระบบ' ที่หลุดรอดจากลิฟต์แก้วชั้นลบขึ้นมาตามท่อส่งอากาศเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของระบบระเบียบวิญญาณ" อลิสาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเขา กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าและชาสมุนไพรลอยมาแตะจมูก "จำกฎข้อที่เจ็ดสิบสองที่ผมเคยสอนไว้ได้ไหมครับ? เมื่อเสียงกรีดร้องในยามวิกาลดังขึ้นโดยมีเพียงคุณที่ได้ยิน แปลว่าเป้าหมายของมันได้ถูกล็อกไว้ที่ตัวตนของคุณแล้ว... และเหยื่อรายแรกที่มันต้องการจะกลืนกิน ก็คือความทรงจำในอดีตที่คุณพยายามจะลืมเลือนนั่นเอง"
ทันทีที่สิ้นคำพูดของอาจารย์อลิสา แรงลมกระโชกแรงก็พัดทะลักออกมาจากช่องระบายอากาศเหนือโต๊ะจนเอกสารปลิวว่อน กลิ่นเหม็นเน่าของซากศพและสนิมเหล็กคละคลุ้งไปทั่วห้อง ความมืดมิดรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น ธันวารีบหยิบปากกาเหล็กสลักรูนเวทมนตร์ขึ้นมาถือไว้มั่น เขารู้ดีว่าหากเขาแสดงความหวาดกลัวแม้แต่นิดเดียว ตัวเลขอายุขัยบนข้อมือของเขาจะลดฮวบทันทีตามกฎของตึกสำนักงานแห่งนี้
แต่ก่อนที่ธันวาจะได้ตวัดปลายปากกาเพื่อวาดเขตอาคมป้องกันตัวตามตำรา มือที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งของอลิสาก็เอื้อมมาแตะที่ไหล่ของเขาเบาๆ เพื่อส่งผ่านพลังงานอุ่นร้อนบางอย่างเข้ามาในกระแสเลือด ช่วยดึงสติและระเบียบวินัยในจิตใจของเขาให้กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว
"ตั้งสติให้มั่นครับคุณธันวา ใช้ตรรกะวิเคราะห์รูปแบบการเคลื่อนไหวของมัน มันไม่ได้มาเพื่อจู่โจมด้วยพละกำลัง แต่มันมาเพื่อทดสอบว่า 'ระเบียบ' ในจิตใจของคุณแน่นหนาแค่ไหน" อลิสากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย เป็นการให้กำลังใจในแบบฉบับของเธอ
ธันวาพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น แววตาของเขาเปลี่ยนจากความลังเลเป็นประกายแห่งความมุ่งมั่น เขาหันกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตอนนี้โค้ดโปรแกรมทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยข้อความประหลาดสีเลือด และที่มุมจอขวาบน... หน้าต่างแจ้งเตือนระบบภารกิจพิเศษระดับ SSS ก็เด้งขึ้นมาพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท
[ตรวจพบตัวตนระดับภัยคุกคาม: ผู้คุมกฎแห่งชั้นลบ - หมายเลข 00]
[เงื่อนไขการเคลียร์ภารกิจ: ค้นหารหัสผ่าน 4 หลักจากเสียงกรีดร้องในท่อแอร์ ก่อนที่นาฬิกาจะตีบอกเวลา 03:00 น.]
[คำเตือนจากระบบ: หากไขปริศนาไม่สำเร็จ วิญญาณของคุณจะถูกดึงลงไปแทนที่ตำแหน่งพนักงานหมายเลข 00 ทันที]
เข็มวินาทีบนหน้าจอดิจิทัลขยับเข้าใกล้เลข 12 อย่างรวดเร็ว เหลือเวลาอีกเพียงสามสิบวินาทีก่อนจะถึงเวลาวิกฤต ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงกรีดร้องในช่องระบายอากาศก็เงียบลงอย่างกะทันหัน ตามมาด้วยเสียงเคาะกระจกเบาๆ จากด้านในท่อแอร์— *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* พร้อมกับรอยมือสีดำคล้ำที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนฝาตะแกรงเหล็กเหนือศีรษะของธันวา...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ลิฟต์แก้วชั้นลบไปพร้อมกันนะครับ
พนักงานวิเคราะห์ความตายกับอาจารย์สาวผู้ไขรหัสศพ•ตอนที่ 5
เสียงจากช่องระบายอากาศ
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานวิเคราะห์ความตายกับอาจารย์สาวผู้ไขรหัสศพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!