"ถ้าคุณยังยืนกรานว่าจะใช้เกณฑ์การประเมินแบบมนุษย์จัดการกับคดีนี้ ผมเกรงว่าเราคงต้องใช้เวลาถึงเที่ยงคืนและเอกสารกองนี้คงจะงอกเงยจนทับถมเราตายเสียก่อนนะครับ ธันวา"
เสียงเรียบเรื่อยทว่าเจือกระแสเฉียบคมของอาจารย์อลิสา ดังลอดผ่านความเงียบงัดของห้องประชุมชั้นลบสาม แสงไฟนีออนสีขาวนวลสะท้อนบนกรอบแว่นทรงเหลี่ยมของเธอ ขณะที่นิ้วเรียวยาวกำลังพลิกแฟ้มเอกสารปกสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งถูกประทับตราด้วยหมึกสีแดงฉานคำว่า 'คดีค้างสะสม: แผนกจัดซื้อ'
ธันวาขยับเนคไทสีเข้มให้คลายลงเล็กน้อย เขาถอนหายใจยาวพลางเลื่อนสายตาจากหน้าจอแท็บเล็ตแสดงผลโครงสร้างพลังงานวิญญาณ ไปยังกระจกใสบานใหญ่ที่กั้นระหว่างห้องประชุมกับโถงทางเดินส่วนกลางของบริษัท
ในฐานะพนักงานวิเคราะห์ความตายหน้าใหม่ผู้ยึดมั่นในระเบียบวินัยและความสมเหตุสมผล ธันวาเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วว่า กฎของโลกหลังความตายไม่ได้ซับซ้อนไปกว่าตรรกะทางบัญชี เพียงแต่มันเต็มไปด้วย 'บัญชีหนังหมู' ที่ยังไม่ได้สะสาง และคดีแรกที่เขาและอาจารย์สาวต้องรับมืออย่างเป็นทางการในวันนี้ คือเรื่องราวของ 'คุณพิม' อดีตพนักงานสาวแผนกจัดซื้อผู้ล่วงลับ ที่ยังคงวนเวียนมาตอกบัตรและทวงสัญญาบางอย่างที่ไม่เคยถูกเติมเต็ม
"ผมไม่ได้ใช้เกณฑ์แบบมนุษย์ครับอาจารย์" ธันวาเอ่ยแย้งอย่างสุภาพ น้ำเสียงของชายหนุ่มราบเรียบแต่มั่นคง "แต่ระเบียบปฏิบัติของฝ่ายวิเคราะห์ระบุชัดเจนว่า การจะเคลียร์ดวงวิญญาณระดับอาฆาตตราบเท่าที่ยังผูกติดกับสัญญาทางกฎหมาย เราต้องตรวจสอบ 'เส้นทางการเงิน' และ 'เอกสารข้อตกลง' เสียก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดช่องโหว่ทางกฎระเบียบของนิติบุคคลวิญญาณ"
อลิสาชะงักมือที่กำลังจะหยิบปากกาขนนกสีดำ เธอเงยหน้าขึ้นมองลูกศิษย์หนุ่มด้วยแววตาที่อ่านยาก นัยน์ตาสสีนิลคู่นั้นสะท้อนภาพความเคร่งครัดที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าของธันวา
"กฎระเบียบเหรอครับ..." อลิสาทวนคำ น้ำเสียงเจือรอยยิ้มจางที่มุมปาก "ธันวา คุณต้องเข้าใจเสียก่อนว่า โลกของวิญญาณไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยตัวเลขในงบดุล แต่มันขับเคลื่อนด้วย 'ความคับแค้นใจ' ที่ไร้ทางออก สัญญาที่พิมทวงถาม ไม่ได้ถูกเขียนลงบนกระดาษ A4 ที่มีลายเซ็นผู้บริหาร แต่มันถูกสลักไว้ด้วยเลือดและความไว้ใจ"
หญิงสาววางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังทุบหนักหน่วง เธอผลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เสื้อคลุมสีเทายาวกวาดผ่านเก้าอี้ทำงาน ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้กระจกใสบานใหญ่ที่สะท้อนภาพโถงทางเดินมืดมิดเบื้องนอก
"ตามผมมาสิครับ ถ้าคุณยังเชื่อมั่นในตรรกะนักวิเคราะห์ของคุณนัก เราไปดูหลักฐานชิ้นสุดท้ายด้วยกัน"
ธันวากะพริบตาปริบๆ แม้จะรู้สึกขัดใจกับความดื้อรั้นที่ไม่อิงตำราของอาจารย์สาวอยู่บ้าง แต่เขาก็ยอมเก็บแท็บเล็ตใส่กระเป๋าเสื้อสูทอย่างเป็นระเบียบ แล้วก้าวตามแผ่นหลังบางนั้นไปอย่างเงียบเชียบ
โถงทางเดินของแผนกจัดซื้อในยามวิกาลวังเวงและเย็นยะเยือก แตกต่างจากความวุ่นวายในช่วงเวลางานอย่างสิ้นเชิง กลิ่นอับของกระดาษเก่าผสมผสานกับกลิ่นอโรมาเธอราพีจางๆ ลอยอบอวลในอากาศ บรรยากาศรอบตัวกดทับลงมาจนลมหายใจของธันวาเริ่มติดขัด เขายกข้อมือซ้ายขึ้นดูนาฬิกา ตัวเลขดิจิทัลสีแดงระบุเวลา 23:45 น. — อีกสิบห้านาทีจะถึงกำหนดเวลาที่วิญญาณของพิมจะปรากฏตัวตามสถิติการหลอนที่ระบบบันทึกไว้
"หยุดตรงนี้ครับ" อลิสายกมือขึ้นเป็นสัญญาณเตือน ธันวาหยุดฝีเท้าทันที ระยะห่างระหว่างเขากับอาจารย์ไม่ถึงก้าว
เบื้องหน้าของพวกเขาคือกระจกเงาบานใหญ่ติดผนัง ซึ่งทำหน้าที่เป็นบอร์ดประชาสัมพันธ์ของแผนกจัดซื้อ ทว่าผิวหน้ากระจกกลับเต็มไปด้วยคราบหมอกสีขาวขุ่น และที่น่าขนลุกที่สุดคือ... มีรอยนิ้วมือเรียวยาวหลายร้อยรอยประทับซ้อนทับกันจนยุ่งเหยิง ราวกับมีใครบางคนพยายามจะตะกุยตะกายออกมาจากอีกฝั่งของกระจก
"รอยนิ้วมือ..." ธันวาพึมพำ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นหรี่ลงเพื่อวิเคราะห์โครงสร้างพลังงานที่ตกค้าง "อุณหภูมิรอบตัวลดลงอย่างรวดเร็วถึงหC. โครงสร้างพลังงานวิญญาณระดับ 3 กำลังรวมตัว... อาจารย์ครับ พิมกำลังจะมา"
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะกระจกเบาๆ ดังขึ้นจากด้านหลังของแผ่นกระจกเงา เสียงนั้นไม่ได้ดังกระทบแก้วหู แต่สั่นสะเทือนลึกเข้าไปถึงโสตประสาทและกระดูกสันหลัง ธันวารู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่ไต่ขึ้นมาจากฝ่าเท้า แผ่นหลังของเขามีเหงื่อกาฬซึมออกมาแม้ห้องนี้จะหนาวเหน็บ ทว่าด้วยสัญชาตญาณของนักวิเคราะห์ เขากลับไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว มือขวาล้วงหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กและปากกาเหล็กคู่ใจออกเตรียมพร้อม
ในกระจกเงานั้น ภาพสะท้อนของธันวาและอลิสาค่อยๆ บิดเบี้ยว หมอกสีขาวขุ่นเริ่มจับตัวเป็นกลุ่มก้อน ก่อนจะปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มพนักงานออฟฟิศสีคราม ใบหน้าของเธอซีดเซียว ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนเห็นเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำ ริมฝีปากสีคล้ำเผยอออกเล็กน้อยคล้ายจะเอ่ยคำพูดบางอย่าง
*“สัญญา... สัญญาที่เคยให้ไว้...”*
เสียงกระซิบแหบพร่าดังลอดผ่านรอยต่อของกระจก ทว่ามันไม่ได้ลอยมาตามอากาศ มันดังขึ้นในหัวของธันวาโดยตรง แรงกดดันระดับวิญญาณพุ่งทะยานขึ้นสูงจนหน้าจอแท็บเล็ตในกระเป๋าเสื้อของเขาสั่นสะเทือนรุนแรง
ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขาไม่ได้หวาดกลัวรูปลักษณ์ที่น่าสยดสยองนั้น แต่เขากำลังประเมิน 'เงื่อนไข' ของสถานการณ์ สมองส่วนหน้าทำงานอย่างรวดเร็วราวกับคอมพิวเตอร์กำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาล
"คุณพิมครับ" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ นิ่งสนิท และชัดถ้อยชัดคำ ท่ามกลางบรรยากาศที่ชวนขนหัวลุก "ผมชื่อธันวา พนักงานวิเคราะห์ความตายประจำชั้นลบ... ผมตรวจสอบบัญชีของแผนกจัดซื้อย้อนหลังสามปีแล้ว และผมพบความผิดปกติในรายการจัดซื้อวัสดุสิ้นเปลืองเมื่อเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่คุณจะเสียชีวิต"
ร่างของหญิงสาวในกระจกชะงักงัน รอยนิ้วมือที่เคยตะกุยกระจกหยุดนิ่ง ดวงตาสีแดงก่ำจ้องมองทะลุกระจกตรงมายังธันวา
"คุณไม่ได้มาเพื่อทวงเงินเดือนหรือค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน... แต่คุณมาทวง 'บัญชีรายชื่อผู้รับสินบน' ที่คุณเป็นคนเก็บรักษาไว้ต่างหากใช่ไหมครับ" ธันวาหันไปสบตากับอลิสาสั้นๆ ชั่วพริบตาหนึ่ง เขาเห็นรอยยิ้มมุมปากที่เจือความภาคภูมิใจฉายชัดบนใบหน้าของอาจารย์สาว
อลิสาพยักหน้ารับน้อยๆ เป็นเชิงอนุมัติ
ธันวาหันกลับไปเผชิญหน้ากับวิญญาณสาวในกระจกอีกครั้ง เขายื่นมือซ้ายออกไปแตะที่พื้นผิวเย็นเฉียบของกระจก โดยไม่หวั่นเกรงต่อความหนับหน่วงของพลังงานอาฆาตที่แผ่ซ่านออกมา
"ถ้าคุณมอบรายชื่อนั้นให้เรา... ผมในฐานะนักวิเคราะห์ จะใช้สิทธิ์ตามมาตรา 12 ของกฎระเบียบโลกวิญญาณ ลากคอคนที่เซ็นอนุมัติโครงการทุจริตนั้นลงมาเผชิญหน้ากับคุณในศาลพิพากษาชั้นลบนี้ เดี๋ยวนี้ครับ"
สิ้นคำพูดของธันวา บรรยากาศรอบตัวก็เงียบสงบลงอย่างฉับพลัน ลมหายใจเย็นเยียบหยุดชะงัก ร่างของหญิงสาวในกระจกค่อยๆ ลดมือลง แววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความโล่งใจชั่วขณะ ทว่าในวินาทีที่นิ้วมือเรียวยาวของเธอขยับเพื่อจะล้วนกระดาษแผ่นเล็กออกจากอกเสื้อ...
หน้าจอแท็บเล็ตในกระเป๋าเสื้อของธันวาไม่ได้สั่นเตือนเบาๆ อีกต่อไปแล้ว แต่มันส่งเสียงร้อง 'ปี๊บ!' ยาวต่อเนื่องด้วยความดังสูงสุด พร้อมกับหน้าจอสีแดงฉานที่ปรากฏข้อความตัวอักษรขนาดใหญ่กระพริบถี่รัว
**[เตือนภัยระดับ SSS: ตรวจพบการแทรกแซงจากบุคคลภายนอก]**
**[ระบบความปลอดภัยชั้นลบสามถูกล็อกโดย: ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร (ที่ไม่ปรากฏนาม)]**
**[คำเตือน: วิญญาณเป้าหมายกำลังถูกดึงตัวลงสู่ชั้นลบสิบ... ก่อนที่การเจรจะบรรลุผล]**
ธันวาเบิกตากว้างเมื่อเงาสสะท้อนในกระจกไม่ได้มีแค่พิมคนเดียวอีกต่อไปแล้ว... ด้านหลังร่างของวิญญาณสาว มีเงาร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิท ไร้ใบหน้า และสวมหมวกปีกกว้างแบบวินเทจ ยื่นมือที่สวมถุงมือสีขาวสนิทออกมาคว้าไหล่ของพิมเอาไว้ พร้อมกับหันใบหน้าไร้ดวงตามาจ้องมองทะลุกระจกตรงมายังเขาและอลิสา
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ลิฟต์แก้วชั้นลบไปพร้อมกันนะครับ
พนักงานวิเคราะห์ความตายกับอาจารย์สาวผู้ไขรหัสศพ•ตอนที่ 6
รอยนิ้วมือบนกระจก
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานวิเคราะห์ความตายกับอาจารย์สาวผู้ไขรหัสศพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!