เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างกล้องปากร้าย•ตอนที่ 2

ปากเสียเป็นเหตุ

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
กลิ่นฉุนของน้ำยาอัดภาพและกลิ่นฝุ่นเก่าคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก แต่สิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่าคือลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้ากับผิวแก้มของฉัน ปลายนิ้วแข็งกระด้างของธีร์ที่ตรึงข้อมือฉันไว้แน่นเปรียบเสมือนคีมเหล็ก ขณะที่แสงไฟฉายกราดเลยผ่านชั้นวางฟิล์มขนาดยักษ์ไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร เสียงฝีเท้าหนักๆ ของยามรักษาความปลอดภัยเดินวนเวียนอยู่แถวหน้าประตูห้องมืด หัวใจของฉันเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัวว่าจะถูกจับได้ว่าเป็นผู้บุกรุก... แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างฉันกับช่างภาพปากร้ายคนนี้มันใกล้เกินไป ใกล้จนสัมผัสได้ถึงแรงกระเพื่อมไหวของแผงอกกว้างที่แนบชิดอยู่ไม่ห่าง "ถ้าไม่อยากโดนหามออกไปส่งตำรวจ ก็หุบปากแล้วหายใจให้เบาที่สุดซะ คุณนักข่าวพลอย" กระซิบแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดลอดไรฟันของเขา เจ้าของร่างสูงใหญ่ยังคงกดไหล่ฉันให้แนบชิดไปกับชั้นวางไม้เก่าๆ เพื่อซ่อนเงาจากลำแสงที่ลอดผ่านช่องว่างเข้ามา ฉันอยากจะอ้าปากเถียง อยากจะยกเท้าขึ้นกระทืบลงบนรองเท้าผ้าใบราคาแพงของเขาเสียให้เข็ดหลาบข้อหาถือวิสาสะลากฉันมาหลบในมุมอัปยศแบบนี้ แต่ปลายนิ้วที่เขาเลื่อนขึ้นมาปิดริมฝีปากฉันไว้แน่นกลับทำให้คำพูดทั้งหมดกลืนหายลงไปในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้ความมืดคู่นั้นจ้องมองมาอย่างคาดโทษ ทว่าแววตากลับไหววูบประหลาดจนฉันเผลอสบตากลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ กระทั่งเสียงฝีเท้าข้างนอกเงียบหายไปพร้อมกับเสียงปิดประตูดังลั่น ธีร์ถึงยอมผ่อนแรงที่ตรึงฉันไว้ออก เขารีบชักมือกลับราวกับว่าผิวเนื้อของฉันเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ไม่อยากแตะต้องนานเกินความจำเป็น ชายหนุ่มก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ยืนกอดอกมองฉันด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ซึ่งเป็นรอยยิ้มแบบเดียวกับที่ทำให้ฉันอยากจะหยิกเนื้อเขาให้เขียวชะอู่สักทีสองที "เก่งนักนะ... คิดยังไงถึงบุกเข้ามาในห้องมืดส่วนตัวของฉันตอนตีสองแบบนี้ หิวแสงจนตัวสั่น หรือว่าติดใจฝีมือถ่ายรูปของฉันจนต้องแอบตามมาถึงสตูดิโอส่วนตัวกันแน่ล่ะ" น้ำเสียงเย้ยหยันและสายตาที่มองลงมาอย่างดูแคลนทำเอาเลือดในกายของฉันพุ่งพล่านขึ้นมาทันที ไอ้ช่างภาพปากเสีย! คนเขามีธุระสำคัญเรื่องหลักฐานสำคัญในคดีฉ้อโกงโຄรงการหลวง แต่พ่อคุณกลับคิดไปไกลถึงดาวอังคารว่าฉันตามมาแอ๊บอ่อยเขาอย่างนั้นแหละ "หลงตัวเองเกินไปหน่อยไหมคะ คุณธีร์" ฉันเชิดหน้าขึ้นโต้กลับทันควัน พยายามจัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่จากการถูกลากให้เข้าที่ "ฉันไม่ได้ว่างงานจนต้องมาแอบตามผู้ชายปากเสียแบบคุณหรอกนะคะ ถ้าไม่ใช่เพราะแฟลชไดรฟ์ตัวนั้นมันดันมีเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับผู้มีอิทธิพลที่คุณ... เอ่อ... พยายามปกปิดอยู่ ฉันไม่มีทางเหยียบเข้ามาในสถานที่อับทึบชวนคลื่นไส้แบบนี้หรอกค่ะ!" คำว่า 'ปกปิด' ดูเหมือนจะไปสะกิดต่อมบางอย่างของช่างภาพหนุ่มเข้าอย่างจัง ใบหน้าคมคายที่เคยประดับรอยยิ้มเยาะเย้ยพลันบึ้งตึงขึ้นมาในเสี้ยววินาที ดวงตาสนุกสนานเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาคมกริบราวกับใบมีดโกน ธีร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันอีกครั้งด้วยความเร็วที่ฉันไม่ทันตั้งตัว จนแผ่นหลังของฉันต้องแนบชิดติดกับชั้นวางของอีกรอบ "เธอรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นบ้าง... พลอย" เสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำลงจนน่ากลัวทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงทันที ธีร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกาแฟคั่วเข้มเป่ารดผิวแก้ม ฉันชะงักไปเล็กน้อยด้วยความตกใจ แต่ก็ยังฝืนทำใจดีสู้เสือ จ้องลึกลงไปในดวงตาคู่นั้นที่ไม่ยอมหลบหนี "รู้เท่าที่คุณพยายามทำเป็นมองไม่เห็นนั่นแหละค่ะ!" ฉันเค้นเสียงตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว "รูปถ่ายพวกนั้นในกล้องของคุณ มันไม่ใช่แค่ภาพถ่ายแฟชั่นหรือสารคดีท่องเที่ยวธรรมดา แต่คุณกำลังซ่อนหลักฐานชิ้นสำคัญที่อาจจะกระชากหน้ากากพวกนักการเมืองท้องถิ่นคนนั้นได้ ทำไมล่ะคะ? กลัวว่าตัวเองจะเดือดร้อน หรือว่ารับเงินปิดปากมาจนชินมือแล้วถึงได้ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนแบบนี้!" เพล้ง! ประโยคสุดท้ายเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดผึ่ง ร่างสูงใหญ่ชะงักกึก ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจี้ใจดำ ธีร์แค่นหัวเราะออกมาในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันใดๆสิ้นเชิง "ปากเก่งดีนี่... กล้าหาญ ชาญชัย ตั้งตัวเป็นศาลเตี้ยคอยเที่ยวสืบเรื่องชาวบ้านโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังเอาขาข้างหนึ่งไปก้าวอยู่ในโลงศพ" ธีร์เอื้อมมือมาบีบคางฉันเบาๆ แต่เน้นน้ำหนักจนรู้สึกเจ็บแปลบ บังคับให้ฉันเงยหน้าสบตากับเขาตรงๆ "เธอคิดว่าตัวเองเป็นนางเอกผู้ผดุงความยุติธรรมหรือไง? ตื่นจากฝันกลางวันได้แล้วคุณนักข่าว โลกความจริงมันไม่ได้สวยงามแบบในคอลัมน์หนังสือพิมพ์ที่คุณเขียนหรอกนะ บางเรื่อง... ถ้ารู้มากเกินไป ชีวิตอาจจะสั้นโดยไม่รู้ตัว" "ปล่อยค่ะ!" ฉันปัดมือเขาออกอย่างแรงด้วยความโมโห พลอยผลักอกกว้างของเขาเต็มแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองก้าว "อย่ามาทำเป็นพูดจาข่มขู่ฉันหน่อยเลย ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจจริง ทำไมต้องทำลับๆ ล่อๆ ทำไมต้องเก็บฟิล์มชุดนั้นไว้ในเซฟลับหลังห้องนี้ด้วยล่ะคะ!" คำพูดของฉันทำให้ช่างภาพหนุ่มชะงักค้างไป ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจที่ฉันล่วงรู้ความลับเรื่องเซฟลับหลังห้องนี้เข้าจนได้ บรรยากาศในห้องมืดตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของเราสองคนที่เต้นระรัวแข่งกัน ความโกรธ กลิ่นอายความอันตราย และแรงดึงดูดประหลาดบางอย่างผสมปนเปกันจนแทบจะหายใจไม่ออก ธีร์หรี่ตามองฉันด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอีกครั้ง แต่รอยยิ้มคราวนี้มันเต็มไปด้วยความอันตรายและเยียบเย็นจนน่าขนลุก "อยากรู้เรื่องในเซฟนักใช่ไหม..." ธีร์กระซิบเสียงพร่า พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าข้อมือฉันอีกรอบอย่างรวดเร็ว "ในเมื่ออยากรู้นัก ฉันก็จะให้เธอดูให้สมใจอยากเลย... แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ถ้าได้เห็นความจริงข้างในนั้นแล้ว ชีวิตของเธอจะไม่มีวันกลับไปสงบสุขเหมือนเดิมอีกต่อไปแน่!" ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือดึงข้อมือกลับ เสียงกุกกักจากหน้าต่างบานเกล็ดด้านหลังห้องมืดก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน! กริ๊ก... เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ตามด้วยเงาดำมหึมาที่ทาบทับลงมาบนกระจกใส ธีร์หน้าเปลี่ยนสีในพริบตาเดียว ชายหนุ่มปล่อยมือจากข้อมือฉันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาคว้าเอวบางของฉันแล้วกดให้หมอบราบลงไปกับพื้นห้องมืดหลังชั้นวางฟิล์มพร้อมกับเสียงกระซิบทุ้มต่ำที่แนบชิดริมหูจนขนลุกซู่ "เงียบ... มีคนกำลังพยายามจะเข้ามาทางหน้าต่าง... และดูเหมือนว่ามันไม่ได้มาดีซะด้วยสิ" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดตามและเป็นกำลังใจให้ "ตุ๊กตาโบราณ" เสมอมานะคะ นั่งจับตารอดูกันตอนต่อไปได้เลยค่ะ รับรองว่าแซ่บซีดจนแทบไม่อยากกระพริบตาแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างกล้องปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%