รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ•ตอนที่ 27

ความกดดันจากครอบครัว

ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
"แม่จะให้ลลินออกจากบริษัท แล้วยุติความสัมพันธ์กับธาวินเสียตั้งแต่วันนี้" ประโยคเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางของ ‘คุณหญิงมณีจันทร์’ กรีดลึกลงบนบรรยากาศที่ตึงเครียดภายในห้องทำงานส่วนตัวของลลิน กลิ่นชาเอิร์ลเกรย์ที่เคยหอมกรุ่นดูจะจืดจางลงไปถนัดตา เมื่อถูกแทนที่ด้วยความกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากสตรีผู้ทรงอิทธิพล ลลินประสานมือเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอมองสบตาหญิงวัยกลางคนตรงหน้าด้วยความนิ่งสงบที่พยายามฝืนประคองไว้ "คุณหญิงคะ... การตัดสินใจเรื่องธุรกิจเป็นเรื่องของบอร์ดบริหาร ไม่ใช่เรื่องที่ครอบครัวจะเข้ามาแทรกแซงได้ตามอำเภอใจนะคะ อีกอย่าง... เรื่องของธาวิน เราสองคนมีวิถีทางของเราค่ะ" "วิถีทางหรือ? หรือว่าเธอหมายถึงการที่เธอกำลังใช้ความเป็นคนรักดึงธาวินให้ถลำลึกจนเสียงานเสียการ!" คุณหญิงมณีจันทร์วางถ้วยชาลงบนจานรองเสียงดังเคร้ง ช้อนสายตาคมกริบดุจมีดโกนจ้องมองลลินราวกับจะชำแหละความนัยออกมา "ข่าวลือเรื่องการฮุบกิจการนั่น... เธอคิดจริงๆ หรือว่าฉันไม่รู้ว่าต้นตอมันมาจากไหน? ลลิน ฉันชื่นชมในความเก่งของเธอ แต่ถ้าความเก่งนั้นมันต้องแลกมาด้วยอนาคตที่ธาวินจะถูกตราหน้าว่าเป็นคนเนรคุณผู้มีพระคุณอย่างตระกูลฉัน ฉันก็ไม่มีวันยอม" ลลินนิ่งไปครู่หนึ่ง เสียงหัวใจเต้นโครมครามอยู่ในอก ราวกับมีกลองรัวเร่งเร้าให้เธอต้องตอบโต้ แต่คำว่า ‘คนปล่อยข่าวไม่ใช่ใครที่ไหน’ จากตอนที่แล้วยังคงก้องอยู่ในหัว... เธอเพิ่งรับรู้ว่าคนที่หักหลังพวกเธอไม่ใช่คนอื่นไกล แต่มันคือคนในสายเลือดเดียวกับธาวิน "ถ้าคุณหญิงหมายถึงการที่คนในครอบครัวของธาวินเป็นคนปล่อยข่าวเอง... ลลินว่าคุณหญิงควรจะไปจัดการที่ต้นเหตุก่อนจะมาลงที่ลลินนะคะ" ลลินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสั่นสะท้านเล็กน้อยในตอนท้าย เสียงประตูห้องทำงานเปิดออกอย่างแรง ธาวินก้าวเข้ามาในจังหวะที่บรรยากาศกำลังเดือดพล่าน ใบหน้าของเขาดูเหนื่อยล้า แต่แววตาที่มองมารดาของตนกลับเต็มไปด้วยความแข็งกร้าวที่ลลินไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก "ผมว่าเราคุยกันเรื่องนี้แล้วนะครับ แม่" ธาวินเดินตรงเข้ามาหยุดข้างลลิน มือหนาเอื้อมมาแตะไหล่เธอเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโลมและยืนยันสถานะ "ลลินเป็นหุ้นส่วนและเป็นคู่ชีวิตที่ผมเลือกเอง ไม่ใช่เครื่องมือที่จะให้ใครมาบงการเพื่อผลประโยชน์ของตระกูล" "ธาวิน! แกกล้าขึ้นเสียงกับแม่เพราะผู้หญิงคนนี้งั้นหรือ?" คุณหญิงมณีจันทร์ลุกขึ้นยืน ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธจัด "แกคงลืมไปแล้วสินะว่าชีวิตของแกในตอนนี้ ใครเป็นคนประคับประคองมา! ถ้าข่าวฉาวนี่แพร่ออกไปมากกว่านี้ ชื่อเสียงของบริษัทที่แกสร้างขึ้นมากับมือจะกลายเป็นขยะในสายตาผู้ถือหุ้น!" "ผมไม่ได้ลืมครับ" ธาวินขยับยิ้มเย็น "แต่ผมจำได้แม่นว่า ใครกันแน่ที่อยู่เคียงข้างผมในวันที่ผมไม่มีอะไรเลย... และใครกันแน่ที่กำลังพยายามทำลายทุกอย่างเพียงเพราะอยากรักษาอำนาจในมือเอาไว้" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด ลลินรู้สึกเหมือนลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด ความหลังในชาติที่แล้วค่อยๆ ฉายชัดขึ้นในความคิด—ภาพของเธอที่ต้องพ่ายแพ้ให้กับความกดดันของครอบครัวธาวิน จนต้องเดินจากไปโดยทิ้งบาดแผลที่ไม่มีวันจางหาย แต่ครั้งนี้... เธอจะไม่ยอมให้วงจรเดิมๆ นั้นกลับมาซ้ำรอยเดิมอีก "คุณหญิงคะ" ลลินตัดสินใจก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว แม้ขาทั้งสองข้างจะอ่อนแรง "ถ้าคุณหญิงต้องการให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี... ลลินขอเวลาสามวัน ถ้าลลินพิสูจน์ได้ว่าเรื่องการฮุบกิจการที่ถูกปล่อยออกมาเป็นเพียงแผนลวงเพื่อบีบให้ธาวินต้องลาออก คุณหญิงจะต้องหยุดยุ่งกับชีวิตส่วนตัวของเรา และสัญญาว่าจะไม่ก้าวก่ายการบริหารของเขาอีก" คุณหญิงมณีจันทร์หัวเราะร่วนในลำคอ แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน "สามวัน? เธอจะสู้กับคนทั้งบริษัทและหุ้นส่วนที่จ้องจะกินหัวธาวินได้ยังไงลลิน?" "ลลินอาจจะทำไม่ได้เพียงลำพัง" ลลินเหลือบมองธาวินที่ส่งยิ้มให้กำลังใจ "แต่ถ้าเราสองคนร่วมมือกัน... สามวันก็มากพอที่จะเปิดโปงความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้พรมครับ... ไม่ใช่สิคะ... ที่ซ่อนอยู่ใต้คำโกหกของใครบางคน" ธาวินบีบไหล่ลลินแน่นขึ้นอีกนิด ก่อนจะหันไปสบตาแม่ของเขาด้วยความเด็ดขาด "ตามนั้นครับแม่... ถ้าครบสามวันแล้วผมพิสูจน์ไม่ได้ ผมจะถอนตัวออกจากทุกโครงการและยอมรับการแต่งงานที่คุณแม่จัดหาให้ตามที่ตกลงกันไว้" "ธาวิน!" ลลินร้องเรียกเสียงหลง ไม่คิดว่าเขาจะยอมเอาอนาคตเป็นเดิมพันขนาดนี้ "แต่ถ้าผมทำได้..." ธาวินเว้นจังหวะ สายตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองไปที่ประตูห้องทำงานที่ยังคงปิดสนิท ซึ่งตอนนี้มีเงาของใครบางคนทอดผ่านเข้ามาทางช่องกระจกฝ้า "แม่จะต้องเป็นคนประกาศต่อหน้าบอร์ดบริหารเอง ว่าคนที่ปล่อยข่าวฉาวทั้งหมด... คือคนที่ยืนอยู่หลังประตูบานนั้นตั้งนานแล้ว" สิ้นคำพูดของธาวิน บานประตูที่ปิดสนิทก็ถูกผลักออกช้าๆ ร่างของคนสนิทที่ลลินไว้ใจที่สุดก้าวเข้ามาพร้อมกับสีหน้าที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความโกรธแค้นและความผิดหวังฉายชัดบนใบหน้าของคนคนนั้น มือที่ถือซองเอกสารสีน้ำตาลสั่นระริก "ฉันไม่ได้ทำเพราะเกลียดแก... ธาวิน" รินรดาเอ่ยเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้า "แต่ฉันทำเพราะทนไม่ได้ที่เห็นแกเลือกผู้หญิงคนนี้มากกว่าความถูกต้องของตระกูลที่สร้างแกมา!" ลลินเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นเข้าสู่หัวใจเมื่อรู้ว่า ‘เพื่อนรัก’ ที่เธอไว้วางใจที่สุด คือคนที่ถือมีดเล่มสุดท้ายเตรียมแทงข้างหลังพวกเขาในเวลาที่อ่อนแอที่สุด "ริน..." ลลินครางชื่อเพื่อนสนิทด้วยความเจ็บปวดลึกๆ แต่ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยอะไรไปมากกว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของธาวินก็ดังขึ้น สายเรียกเข้าแสดงชื่อหัวหน้าฝ่ายกฎหมายที่เขาสั่งให้ตามสืบเรื่องนี้... ธาวินกดรับสายด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะวางสายแล้วมองมาที่รินรดาด้วยสายตาที่เย็นชาจนลลินต้องเผลอกลั้นหายใจ "ริน... เธออาจจะคิดว่าเธอทำเพื่อผม แต่เธอรู้ไหมว่าหลักฐานที่เธอกำลังถืออยู่ในมือนั่นน่ะ... จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ข้อมูลของผม แต่มันคือบัญชีรายชื่อคนที่โอนเงินจ้างให้เธอทำลายชื่อเสียงบริษัทเรา" ธาวินขยับยิ้มที่มุมปาก ทว่าดวงตากลับว่างเปล่า "และหนึ่งในชื่อผู้โอนเงิน... คือชื่อของคนที่เป็นแม่แท้ๆ ของคุณหญิงมณีจันทร์... แม่ของแม่ผมเอง" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน คุณหญิงมณีจันทร์หน้าถอดสี รินรดาช็อกจนทำเอกสารในมือร่วงกระจายเต็มพื้น ดาริกาส่องแสงหวังว่ารี้ดที่น่ารักของข้าพเจ้าจะยังคงไม่วางมือจากเนื้อเรื่องที่กำลังเข้มข้นในบทนี้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามเดินทางไปพร้อมกับความรักที่ไม่ง่ายของลลินและธาวินค่ะ
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%