“เก็บมันเดี๋ยวนี้ ริน!”
เสียงของลลินไม่ได้เกรี้ยวกราด แต่มันสั่นพร่าจนคนฟังอย่างรินรดาต้องชะงักมือที่กำลังเอื้อมไปหยิบเอกสารที่กระจายเกลื่อนพื้นห้องทำงานของหญิงสาว ใบหน้าของรินรดาซีดเผือดขณะมองดูเอกสารแผ่นหนึ่งที่พลิกหงายขึ้น เผยให้เห็นลายเซ็นและข้อความที่ลลินพยายามฝังกลบมันไว้ในอดีตชาติ—หรืออาจจะเป็นความจริงที่เพิ่งถูกเปิดโปงในชาตินี้
ห้องทำงานที่เคยเงียบสงบกลับกลายเป็นกรงขังที่บีบคั้น ลลินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง มือเรียวสั่นเทาจนต้องกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความรู้สึกเหมือนมรสุมที่ก่อตัวเงียบๆ กำลังถาโถมเข้าใส่กลางใจ
“ลลิน... เรื่องคุณหญิงมณีจันทร์ เธอไม่ได้ตั้งใจจะเอาเรื่องเธอหรอกนะ” รินรดาเอ่ยเสียงแผ่ว พยายามก้าวเข้ามาใกล้แต่ก็หยุดอยู่แค่ระยะปลอดภัย “แต่เอกสารพวกนี้... มันหมายความว่ายังไง?”
“ออกไปก่อนได้ไหมริน” ลลินหันไปมองหน้าเพื่อนสนิท ดวงตาคู่สวยที่เคยเด็ดเดี่ยวกลับดูเปราะบางจนน่าใจหาย “ฉันขอเวลา... แค่คนเดียว”
รินรดาลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมพยักหน้าแล้วถอยออกไป ลลินปล่อยให้ความเงียบเข้ากัดกินหัวใจอีกครั้ง เธอไม่ได้ต้องการความเห็นใจจากใคร ในเวลานี้สิ่งที่เธอต้องการมีเพียงพื้นที่เล็กๆ ที่ไม่ต้องแบกรับชื่อเสียงหรือความคาดหวังของใคร
โทรศัพท์บนโต๊ะสั่นครืดเบาๆ บนพื้นผิวไม้ขัดเงา ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอคือ ‘ธาวิน’
เขาส่งข้อความมาสั้นๆ เพียงประโยคเดียว *‘ผมรู้ว่าคุณเหนื่อย... ไปหาที่พักใจกันไหม?’*
ลลินมองข้อความนั้นอยู่ครู่ใหญ่ ความอบอุ่นที่ไม่ได้สัมผัสมานานเริ่มไหลซึมเข้าสู่หัวใจที่เย็นเฉียบ เธอตัดสินใจคว้ากระเป๋าถือแล้วเดินออกจากห้องโดยไม่หันกลับไปมองเอกสารที่ยังคงเกลื่อนพื้น
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ที่ร้านอาหารเล็กๆ ในย่านเมืองเก่าซึ่งห่างไกลจากความวุ่นวายของย่านธุรกิจ ธาวินรอเธออยู่แล้วในชุดเสื้อเชิ้ตสีอ่อนพับแขน ไม่มีสูท ไม่มีมาดนักธุรกิจผู้ทะเยอทะยาน มีเพียงผู้ชายที่ดวงตาเต็มไปด้วยความเข้าใจ
“คุณดูไม่ดีเลย” ธาวินเอ่ยขึ้นทันทีที่เธอนั่งลง เขาไม่ได้ถามไถ่เรื่องงานที่ตึงเครียด แต่กลับยื่นแก้วชาอุ่นๆ มาให้แทน
“ทำไมถึงเลือกที่นี่คะ?” ลลินถามพลางจิบชา ความอบอุ่นไหลผ่านลำคอลงไปช่วยให้ความสั่นเทาในกายลดน้อยลง
“เพราะที่นี่ไม่มีใครรู้จักเรา” ธาวินยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ปรุงแต่งเพื่อผลประโยชน์ “ที่นี่มีแต่เสียงฝนตกกระทบหลังคาสังกะสี กลิ่นดินหลังฝน และเราสองคนที่ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าคนธรรมดาที่อยากพักผ่อน”
ลลินจ้องมองเขานิ่ง เธอพบว่าการได้อยู่กับธาวินในห้วงเวลานี้ มันเหมือนกับการย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่พวกเขายังไม่ถูกโชคชะตาเล่นงาน ความเงียบระหว่างเขากับเธอในวันนี้ไม่ใช่ความอึดอัดเหมือนในห้องทำงาน แต่มันคือความเข้าใจในแบบที่คนวัยผู้ใหญ่เท่านั้นที่จะรับรู้ได้
“คุณเคยรู้สึกไหมคะว่า... อดีตมันเหมือนเงา” ลลินเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงฝนที่เริ่มพรำลงมา “ต่อให้เราวิ่งหนีแค่ไหน มันก็ยังตามมาทัน”
ธาวินวางช้อนส้อมลง เขาโน้มตัวมาข้างหน้า สายตาของเขาจดจ้องที่ดวงตาของเธอด้วยความจริงจัง “ผมเคยวิ่งหนีมันมาทั้งชีวิต ลลิน แต่คุณรู้ไหม... ผมเพิ่งเรียนรู้ว่าเราไม่ต้องหนีเงาหรอก เราแค่ต้องเรียนรู้ที่จะยืนข้างๆ มัน แล้วใช้ชีวิตต่อไปแม้ในวันที่แสงอาทิตย์ส่องมาไม่ถึง”
เขายื่นมือมาวางบนโต๊ะ ไม่ได้คว้ามือเธอ แต่เป็นเชิงเปิดรับหากเธอต้องการที่ยึดเหนี่ยว
ลลินรู้สึกถึงก้อนสะอื้นที่ตีตื้นขึ้นมา ความระมัดระวังตัวที่เธอสร้างไว้หนาแน่นเริ่มพังทลายลงทีละน้อย เธอวางมือลงบนฝ่ามือของเขา สัมผัสที่คุ้นเคยในชาติภพก่อนหวนคืนกลับมา แต่มันกลับรู้สึกมั่นคงและอ่อนโยนกว่าเดิม
“ธาวิน...”
“ไม่ต้องพูดอะไรตอนนี้หรอกครับ” เขาสวนขึ้นนุ่มนวล “แค่พักใจ... กินมื้อเย็นด้วยกัน เหมือนที่เราเคยทำในวันที่โลกยังไม่ใจร้ายกับเรา”
มื้ออาหารผ่านไปอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางเสียงฝนที่ค่อยๆ เบาบางลง ลลินพบว่าความกังวลเรื่องเอกสารในห้องทำงานเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยความสงบที่เธอไม่ได้สัมผัสมานาน เธอได้เห็นมุมมองชีวิตของธาวินที่เขาไม่เคยเผยให้ใครเห็น มุมที่เขารักในสิ่งเรียบง่ายและมีความสุขกับการได้เห็นเธอยิ้มเพียงน้อยนิด
“ขอบคุณนะคะ... สำหรับวันนี้” ลลินเอ่ยเมื่อพวกเขาเดินออกมาหน้าร้าน บรรยากาศยามค่ำคืนเงียบสงัดและเย็นเยียบ
ธาวินพยักหน้า เขามองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย “ผมจะรอคุณเสมอ ไม่ว่าคุณจะพร้อมเมื่อไหร่ หรือมรสุมลูกต่อไปจะมาถึงตอนไหน ผมก็จะเป็นที่พักให้คุณเอง”
เขาเดินไปเปิดประตูรถให้เธอ แต่ในขณะที่ลลินกำลังจะก้าวขึ้นรถ เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ ธาวินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู สีหน้าของเขาที่เคยอ่อนโยนกลับเปลี่ยนไปทันที เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้ามองเธอด้วยสายตาที่ลลินไม่สามารถตีความได้
“ลลิน...” เขารีบเก็บโทรศัพท์ “คุณรีบกลับไปที่ทำงานไหมครับ?”
“ทำไมคะ?” เธอถามด้วยความแปลกใจ
“รินรดาส่งข้อความมา” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้เป็นปกติที่สุด แต่ลลินสังเกตเห็นว่ามือของเขาที่กำโทรศัพท์นั้นสั่นเล็กน้อย “เธอส่งรูปเอกสารแผ่นที่คุณทำตกไว้... แต่เธอไม่ได้ส่งให้คุณคนเดียว เธอส่งมันให้กับ ‘บุคคลที่สาม’ ที่คุณไม่เคยอยากให้รู้เรื่องนี้มากที่สุดในตอนนี้”
ลลินตัวเย็นเฉียบจนแทบหยุดหายใจ “ใคร?”
ธาวินมองลึกเข้าไปในดวงตาเธอ “คนในอดีตที่คุณเพิ่งหนีมา... เขาไม่ได้แค่รู้แล้วนะลลิน เขากำลังยืนรอคุณอยู่ที่หน้าอาคารบริษัทของคุณตอนนี้เอง”
ดาริกาส่องแสงขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของลลินและธาวินมาถึงจุดนี้ด้วยนะคะ
รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ•ตอนที่ 28
รอยยิ้มท่ามกลางมรสุม
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!