"ถ้าเธอจะมาเพื่อตอกย้ำว่าฉันกำลังตัดสินใจพลาด ก็เชิญพูดมาให้จบเถอะริน แต่ถ้าจะมาเพื่อเตือนเรื่องเดิมๆ ฉันบอกได้เลยว่ามันสายเกินไปแล้ว"
ลลินเอ่ยขึ้นทันทีที่รินรดานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวตรงข้าม น้ำเสียงของเธอราบเรียบ หากทว่าแฝงความสั่นไหวเล็กน้อยในดวงตาที่จ้องมองเพื่อนสนิทไม่กะพริบ บรรยากาศรอบตัวในร้านกาแฟเงียบสงัดราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก มีเพียงเสียงเครื่องชงกาแฟที่ทำงานอยู่ไกลๆ เป็นระยะ
รินรดาไม่ตอบในทันที เธอถอดแว่นกันแดดออก วางลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น สายตาที่เคยมองลลินด้วยความหวังดีเสมอมา บัดนี้กลับฉายแววหนักใจอย่างปิดไม่มิด
"วินไม่ได้เป็นคนเดิมที่เธอเคยรู้จักในความทรงจำนั้นหรอกนะลลิน" รินรดาเริ่มน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "การที่เธอพยายามจะผลักไสเขา... หรือแม้แต่การที่เธอกำลังพยายามดึงคนอย่างฉันเข้ามาเป็นโล่กำบัง มันไม่ได้แปลว่าเธอเข้มแข็งขึ้นหรอกนะ แต่มันแปลว่าเธอกำลังกลัว"
ลลินแค่นหัวเราะในลำคอ ปลายนิ้วเรียววนอยู่บนขอบแก้วลาเต้อุ่นๆ "กลัวเหรอ? ฉันแค่ไม่อยากซ้ำรอยเดิม ชีวิตคนเรามีโอกาสแก้ตัวได้กี่ครั้งกันเชียวริน? ในเมื่อฉันได้รับโอกาสนี้มาแล้ว ฉันก็ควรจะใช้มันเพื่อรักษาความสงบ ไม่ใช่การเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับพายุลูกเดิมที่เคยพัดพาเอาชีวิตฉันพังทลาย"
"แต่ธาวินคนนี้... เขากำลังพยายามซ่อมแซมเรือลำที่เธอพยายามจะจมมันทิ้งเองกับมือนี่นา"
ประโยคนั้นของรินรดาทำเอาลลินชะงัก เธอเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิท พลันเห็นแววตาที่จริงจังของอีกฝ่าย ก่อนจะเบนสายตาไปทางหน้าต่างร้านที่มองเห็นธาวินยืนรออยู่ตรงที่จอดรถ เขาไม่ได้ดูเหมือนนักธุรกิจผู้ทะเยอทะยานที่พร้อมจะเหยียบย่ำทุกอย่างเพื่อชัยชนะเหมือนเมื่อก่อน เขากำลังยืนกอดอกพิงรถ สวมเสื้อเชิ้ตสีอ่อนที่ดูสบายตา สายตาของเขามองตรงมาที่ร้านกาแฟด้วยความอดทน
"เธอไม่รู้อะไรเลย ริน" ลลินกระซิบ "ความอบอุ่นที่เขาแสดงออก ความอ่อนโยนที่เขาหยิบยื่นให้... สำหรับฉันมันเหมือนกับดักที่สวยงามที่สุด ฉันไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงเพราะกลัวว่าถ้าฉันหลงเชื่อมันอีกครั้ง แล้วมันพังลงมาจริงๆ ฉันจะไม่มีแรงเหลือพอที่จะลุกขึ้นใหม่"
รินรดาเอื้อมมือมาแตะหลังมือเพื่อนรักอย่างแผ่วเบา "ลลิน... บางทีความกล้าหาญที่แท้จริง อาจไม่ใช่การเดินหนีปัญหา แต่คือการกล้าที่จะยอมรับว่า 'ความรัก' ในครั้งนี้ มันอาจจะไม่ได้จบลงเหมือนตอนจบของหนังสือเล่มที่เธออ่านจบไปแล้วก็ได้"
การสนทนาหยุดลงชั่วขณะ เมื่อลลินตัดสินใจลุกขึ้นเดินออกไปหาธาวินที่รออยู่ข้างนอก ทันทีที่เธอไปถึงตัวเขา ธาวินไม่ได้ถามว่าเพื่อนของเธอพูดอะไรบ้าง แต่เขากลับยื่นกล่องกำมะหยี่ใบเล็กๆ ให้เธอ ลลินเบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน—มันคือเข็มกลัดดอกไม้เล็กๆ ที่เธอเคยทำหายไปตั้งแต่วันแรกที่พวกเขาเริ่มเดตกันในอดีต
"ผมจำได้ว่าคุณชอบมันแค่ไหน" ธาวินพูดเบาๆ แววตาของเขาซื่อตรงจนน่าใจหาย "ผมอาจจะทำพลาดไปหลายอย่างในชีวิตที่แล้ว... แต่ความทรงจำเล็กๆ น้อยๆ ที่เกี่ยวกับความสุขของคุณ ผมไม่เคยลืมเลยสักวินาทีเดียว"
ลลินนิ่งค้างไป ความรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกระชากหน้ากากที่เธอสวมไว้จนหลุดลุ่ย มือของเธอสั่นเทาขณะรับกล่องนั้นมา แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยคำใดออกไป เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท
"ลลิน! อย่ารับของจากมันนะ!"
เสียงนั้นดังมาจากทิศทางที่รินรดาเดินออกมาพอดี แต่น้ำเสียงที่ตะโกนออกมากลับไม่ใช่ของเพื่อนสนิท หากแต่เป็นเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูอย่างประหลาด ลลินหันขวับไปมอง แล้วลมหายใจของเธอก็ขาดห้วงไปทันที เมื่อร่างของชายวัยกลางคนที่เธอคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่ชาติที่แล้ว กำลังยืนอยู่ตรงนั้น... พร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นที่เธอจำได้ไม่มีวันลืม
เขาไม่ได้มาคนเดียว แต่ในมือของเขากำลังถือรูปถ่ายใบหนึ่งที่เพิ่งถูกพิมพ์ออกมาหมาดๆ มันเป็นรูปของลลินกับธาวินในตอนที่แอบไปพบกันครั้งล่าสุดที่สวนสาธารณะ... มุมที่ไม่มีทางเป็นไปได้ที่ใครจะถ่ายติด หากคนคนนั้นไม่ได้ 'เฝ้าดู' เธออยู่ตลอดเวลา
ดาริกาส่องแสง หวังว่าบทนี้จะทำให้หัวใจของรี้ดเดอร์เต้นไม่เป็นจังหวะนะคะ ขอให้มีความสุขกับการอ่านค่ะ
รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ•ตอนที่ 12
บทสนทนาในร้านกาแฟ
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!