หน้าจอมือถือบนโต๊ะทำงานกระจกใสสั่นครึ้มติดต่อกันสามครั้ง ข้อความจากหมายเลขแปลกปลอมที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอไม่ได้ทำให้ลลินตกใจเท่ากับน้ำหนักของความจริงที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังประโยคเหล่านั้น *'การแก้ไขอดีตทุกครั้ง มันต้องมีค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายเสมอ'*
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเบาช้อนขึ้นมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกหน้าต่างตึกสูงระฟ้า เธอกำลังหายใจอยู่จริงๆ และธาวินเองก็เช่นกัน—ชายหนุ่มผู้ซึ่งในอดีตชาติเคยปล่อยให้ความโลภและความเย่อหยิ่งพรากเอาลมหายใจและทุกอย่างไปจากเธอ เขากลับได้โอกาสที่สองเช่นเดียวกับเธอ ปาฏิหาริย์หรือคำสาปร้ายกันแน่นะที่เหวี่ยงพวกเขากลับมาในจุดที่ยังสามารถแก้ไขอะไรได้ทัน
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่บานไม้สีเข้มจะถูกผลักเปิดออก ธาวินก้าวเข้ามาในห้องทำงานของเธอด้วยท่าทีที่ต่างจากอดีตกาลอย่างสิ้นเชิง ไม่มีสูทราคาแพงที่ตัดเย็บอย่างไร้ที่ติเพื่อประกาศความเหนือกว่า ไม่มีรอยยิ้มเคลือบน้ำตาลที่เธอเคยหลงเชื่อจนหมดหัวใจ ในเวลานี้เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้อมือ—รอยแผลที่เกิดจากอุบัติเหตุในคืนวันที่โลกของพวกเขาพังทลาย
"คุณลลินครับ... เอpper... ดิฉันหมายถึง งานออกแบบโปรเจกต์รีสอร์ตที่เกาะกูด ทางทีมสถาปนิกส่งแบบร่างชุดสุดท้ายมาให้ตรวจสอบแล้วค่ะ" ธาวินแก้คำพูดตัวเองอย่างกะทันหันเมื่อเผลอใช้สรรพนามแบบเดิม ดวงตาคมคายคู่นั้นไหววูบด้วยความประหม่าที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีสุขุม
ลลินวางปากกาในมือลง ช้าๆ และมั่นคง เธอยกมือขึ้นกอดอกเพื่อสร้างอาณาเขตทางจิตวิทยา รักษาระยะห่างที่เธอเชื่อว่าปลอดภัยที่สุดสำหรับหัวใจที่เคยแตกสลายเป็นล้านชิ้น "ขอบคุณค่ะคุณธาวิน วางไว้บนโต๊ะนั่นเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันตรวจดูแล้วจะส่งให้ฝ่ายบัญชีจัดการต่อเอง"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้องชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ คลอไปกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวในอกของคนทั้งคู่ ธาวินไม่ยอมขยับเดินออกไปอย่างที่ควรจะเป็น เขายืนนิ่งอยู่ที่เดิม ปลายนิ้วเรียวยาวเกี่ยวเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
"คุณดู... เหนื่อยนะคะช่วงนี้" เขาทักขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือความห่วงใยเอาไว้อย่างระมัดระวัง เกินกว่าฐานะเพื่อนร่วมงานทั่วไปเล็กน้อย แต่ก็ยังพยายามรักษากรอบที่ขีดไว้
"ฉันสบายดีค่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วง แต่ฉันคิดว่าเราควรพูดคุยกันให้ชัดเจนเสียทีนะคะคุณธาวิน" ลลินเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาของเธอว่างเปล่า ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับน่ากลัวยิ่งกว่าเพราะมันเต็มไปด้วยความห่างเหิน "เรื่องที่เราตกลงกันไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน ฉันคิดว่าเราจำเป็นต้องย้ำเตือนขอบเขตอีกครั้งเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย"
ธาวินเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความเจ็บปวดฉายชัดผ่านนัยน์ตาคมกริบนั้นชั่ววินาที "คุณหมายถึง... การที่เราจะเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันอย่างนั้นเหรอครับ"
"ถูกต้องค่ะ" คำตอบรับดังออกมาจากริมฝีปากของลลินอย่างไม่ลังเล แม้ว่าข้างในอกข้างซ้ายจะกระตุกวูบอย่างเจ็บแปลบ "เราต่างคนต่างได้รับโอกาสที่สองแล้วนะคะคุณธาวิน อดีตคือออนิกซ์ที่ถูกฝังกลบ ส่วนปัจจุบัน... เราควรเริ่มต้นใหม่ในพื้นที่ของตัวเอง ฉันไม่อยากเอาความรู้สึกผิด หรือเงาของอดีตชาติมาเป็นโซ่ตรวนผูกมัดเราไว้อีกต่อไป การเว้นระยะห่างที่เหมาะสม คือสิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะมอบให้แก่กันในตอนนี้ค่ะ"
ถ้อยคำนั้นคมกริบราวกับใบมีดที่บรรจงกรีดลงบนหัวใจของคนที่ตั้งใจกลับตัว ธาวินหลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อระงับความสั่นไหวข้างใน เขารู้ดีว่าความผิดบาปที่เขาเคยทำไว้มันมากมายมหาศาลเพียงใด การที่ลลินยอมยืนอยู่ตรงหน้าเขาในฐานะเพื่อนร่วมงาน โดยไม่ไล่ตะเพิดหรือเกลียดชัง ก็ถือว่าเมตตาต่อเขามากที่สุดแล้ว
"ผมเข้าใจแล้วครับ" ธาวินลืมตาขึ้น รอยยิ้มจางๆ ที่ฝืนส่งมาให้เธอมันช่างดูขื่นขม "ถ้าคุณต้องการแบบนั้น... ผมก็จะเคารพการตัดสินใจของคุณ เราจะเป็นแค่เพื่อนร่วมงาน เป็นมืออาชีพที่ร่วมงานกันในโปรเจกต์นี้ให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี... จะไม่มีการล้ำเส้นอีกแน่นอนครับ ผมสัญญา"
คำสัญญานั้นควรจะทำให้ลลินรู้สึกโล่งใจ แต่น่าแปลกที่ก้นบึ้งของความรู้สึก กลับมีก้อนสะอื้นจุกแน่นขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เธอพยักหน้ารับเบาๆ "ขอบคุณที่เข้าใจค่ะ งั้นเชิญคุณไปทำงานต่อเถอะค่ะ ฉันยังมีเอกสารที่ต้องสะสางอีกมาก"
ธาวินโค้งศีรษะเล็กน้อยอย่างให้เกียรติ ก่อนจะหันหลังเดินกลับออกไป ช้าๆ แผ่นหลังกว้างที่ดูโดดเดี่ยวและแบกรับความสำนึกผิดไว้นั้นเกือบจะทำให้ลลินเผลอเอ่ยปากเรียกไว้ แต่เธอก็อดกลั้นไว้ได้ ทว่าในวินาทีที่บานประตูห้องปิดลง เสียงแจ้งเตือนข้อความบนมือถือของเธอกลับดังขึ้นอีกครั้ง
ลลินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย คิดว่าเป็นข้อความงานจากเลขา แต่เมื่อก้มลงมองหน้าจอ ลมหายใจของเธอกลับสะดุดกึก ภาพถ่ายใบเสร็จร้านอาหารแห่งหนึ่งถูกส่งมา พร้อมกับข้อความจากหมายเลขเดิมที่อ่านแล้วทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบลงทันที
*'รักษาระยะห่างกับมันได้ดีนี่... แต่ระวังตัวไว้ให้ดีนะลลิน เพราะความลับที่เธอพยายามปกปิด ไม่ได้มีแค่เรื่องของเธอกับธาวินหรอก... และคนที่จะมาทวงคืนความยุติธรรมในค่ำคืนนี้ ไม่ใช่ฉันคนเดิมแน่ เตรียมตัวต้อนรับแขกไม่速เชิญที่กำลังจะเคาะประตูห้องคุณได้เลย'*
ดวงตาของลลินเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งซ้อน... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ทั้งที่ธาวินเพิ่งเดินออกไปได้ไม่ถึงนาที!
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครในทุกๆ บทตอนนะคะ
รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ•ตอนที่ 9
ระยะห่างที่รักษาสมดุล
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!