“ถ้าคุณยังเอาแต่มองนาฬิกาแบบนั้น อีกครึ่งชั่วโมงเราคงได้แค่นั่งมองป้ายรถเมล์แทนที่จะได้ไปเที่ยวจริงๆ นะคะ คุณธาวิน”
ลลินเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงรอยยิ้มขบขัน ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองชายหนุ่มที่ยืนกำโทรศัพท์มือถือแน่นราวกับมันเป็นระเบิดเวลา เขาไม่ได้ตอบในทันที แต่หมุนตัวกลับมาสบตาเธอ แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานในอดีต บัดนี้กลับฉายความประหม่าอย่างที่หาได้ยากยิ่ง
“ผมแค่อยากให้ทุกอย่างมันออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดครับ... หมายถึง สำหรับวันนี้” ธาวินชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นคิ้วเรียวสวยของหญิงสาวเลิกขึ้นเล็กน้อย “สำหรับเรา” เขาแก้คำพูดใหม่ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
ลลินเดินเข้าไปใกล้ ยื่นมือไปแตะแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวที่รีดจนเรียบกริบของเขา ความอบอุ่นจากฝ่ามือเธอส่งผ่านเนื้อผ้าไปยังหัวใจของชายหนุ่ม เขาไม่ใช่ธาวินคนเดิมที่มัวแต่วิ่งไล่ล่าความสำเร็จจนลืมมองสิ่งที่อยู่ข้างกาย แต่วันนี้ เขากำลังเรียนรู้ที่จะ 'มีชีวิตอยู่' เพื่อใครสักคนจริงๆ
“ความสุขที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่สิ่งที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าหรอกค่ะ แต่มันคือความเรียบง่ายที่เราได้ใช้ร่วมกันต่างหาก” เธอผละมือออก ก่อนจะหยิบหมวกใบโปรดขึ้นมาสวม “ไปเถอะค่ะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจอยากไปร้านกาแฟข้างล่างนี้แทน”
การเดินทางในวันนี้ไม่มีรถลีมูซีนคันหรูหรือคนขับรถส่วนตัว มีเพียงรถไฟใต้ดินที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนในเช้าวันเสาร์ ลลินชอบที่ตัวเองได้ยืนเบียดเสียดอยู่ข้างธาวิน ท่ามกลางกลิ่นอายของชีวิตผู้คนในเมืองใหญ่ เขาคอยใช้มือประคองแผ่นหลังเธอไว้ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ใครมาเบียดเสียด แม้ธาวินจะดูไม่คุ้นชินกับบรรยากาศที่วุ่นวาย แต่เขากลับไม่มีท่าทีหงุดหงิดเหมือนเมื่อก่อน
พวกเขาแวะทานมื้อเช้าในร้านอาหารเล็กๆ ย่านเมืองเก่า ลลินสังเกตเห็นว่าเขาละสายตาจากจอโทรศัพท์ที่มักจะมีแจ้งเตือนเรื่องหุ้นหรือการประชุมอยู่ตลอดเวลา มาเป็นการตั้งใจฟังเธอเล่าเรื่องสัพเพเหระ รอยยิ้มของธาวินที่มอบให้เธอมันดูจริงใจ... และลึกซึ้งเสียจนเธอเผลอใจสั่นไหวไปชั่วขณะ
“คุณรู้ไหมลลิน” ธาวินวางช้อนลงหลังจากทานของหวานมื้อสุดท้ายเสร็จ เขามองสบตาเธอด้วยสายตาที่ทอดมองอย่างลึกซึ้ง “ในชีวิตที่แล้ว... ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าสีหน้าของคุณตอนหัวเราะเป็นยังไง ผมมักจะเห็นแค่หลังของคุณเวลาที่คุณเดินหนีไปในวันที่เราทะเลาะกัน”
ลลินชะงักไปเล็กน้อย มือที่กำลังถือแก้วน้ำเย็นสั่นไหวเล็กน้อย “อดีตก็คืออดีตค่ะธาวิน เรากำลังอยู่ที่นี่... ในฤดูใบไม้ผลิที่ควรจะเป็นของเรา”
“ใช่ครับ” เขากุมมือเธอไว้แน่น “และผมจะไม่ยอมให้อนาคตที่แสนสวยงามนี้ พังทลายลงเพราะความโง่เขลาของผมอีกเป็นครั้งที่สอง”
ทั้งคู่ใช้เวลาที่เหลือของวันเดินเล่นในสวนสาธารณะที่เต็มไปด้วยดอกไม้ผลิบาน ลลินปล่อยใจให้ลอยไปกับลมที่พัดผ่านใบหน้า เสียงหัวเราะของพวกเขาผสานเข้ากับเสียงดนตรีเปิดหมวกข้างทาง มันคือวันธรรมดาที่ไม่มีอะไรพิเศษ แต่สำหรับคนที่เคยสูญเสียทุกอย่างไปอย่างลลิน นี่คือวันที่ดีที่สุดในรอบหลายปี
ทว่า ความสงบสุขมักมีวันหมดอายุ
ในจังหวะที่ธาวินกำลังเอื้อมมือไปเด็ดกลีบดอกไม้ที่ติดอยู่บนเส้นผมของลลินอย่างอ่อนโยน เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงเขาก็ดังขึ้นสั้นๆ สองครั้ง เป็นสัญญาณจากระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัทที่เขาสั่งให้จับตาดูบุคคลคนหนึ่งไว้
ธาวินก้มมองหน้าจอเพียงแวบเดียว ใบหน้าคมสันที่เคยอ่อนโยนกลับเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในทันที เขาเม้มปากแน่นจนเห็นเป็นเส้นตรง ลลินสังเกตเห็นความผิดปกตินั้นได้ในทันที
“มีอะไรหรือเปล่าคะ?” ลลินถาม น้ำเสียงของเธอเริ่มแผ่วลงด้วยความสังหรณ์ใจ
ธาวินเงยหน้าขึ้นมองเธอ แววตาของเขาสั่นไหวด้วยความสับสนและความกังวลที่พยายามซ่อนไว้ “ผม... ผมขอโทษนะลลิน แต่เราคงต้องกลับกันเดี๋ยวนี้”
“เกิดอะไรขึ้นธาวิน บอกฉันมาเถอะค่ะ” เธอคาดคั้น เสียงของเธอเริ่มสั่นด้วยความกังวล
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมรับสารภาพเสียงต่ำ “รินรดาโทรมา... เธอส่งภาพบางอย่างให้ผมดู มันเป็นภาพถ่ายของคนที่เราต่างก็คิดว่าจากไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน... คนที่ไม่มีทางปรากฏตัวขึ้นมาได้ในตอนนี้”
ลลินเบิกตากว้าง หัวใจของเธอเหมือนถูกบีบจนแทบหยุดเต้น เมื่อธาวินหมุนหน้าจอโทรศัพท์ให้เธอดู ภาพถ่ายเบลอๆ จากกล้องวงจรปิดในโรงแรมแห่งหนึ่งเผยให้เห็นร่างของชายคนหนึ่งที่กำลังเดินผ่านกล้องไป แม้จะสวมหมวกและแว่นตาดำพรางใบหน้า แต่รอยสักรูปหยดน้ำที่ข้อมือข้างซ้ายนั้น... ไม่มีทางที่ลลินจะจำผิดไปได้เลย
มันคือคนคนเดียวกับที่เคยทำลายชีวิตแต่งงานของเธอจนพังพินาศในชาติก่อน
“เขา...เขากลับมาแล้วจริงๆ เหรอ” ลลินพึมพำ น้ำเสียงขาดห้วงราวกับลมหายใจจะขาดร่วงไปเสียตรงนั้น
ธาวินคว้าไหล่เธอไว้แน่น แววตาของเขาเปลี่ยนจากความรักเป็นความเดือดดาลที่ปนเปไปกับความหวาดกลัว “ผมจะไม่ยอมให้มันเข้าใกล้คุณอีกแม้แต่ก้าวเดียว ลลิน... ฟังผมนะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ อย่าปล่อยมือผมเด็ดขาด”
ในวินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ของลลินก็ดังขึ้น สายเรียกเข้าแสดงเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย ทว่าเมื่อเธอรับสาย เสียงแหบพร่าจากปลายสายกลับทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบจนแทบแข็งตัว
“คิดถึงผมไหม... ลลิน?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางของลลินและธาวินอย่างเหนียวแน่นนะคะ ดาริกาส่องแสงสัญญาว่าจะพาทุกคนไปพบกับบทสรุปที่คุ้มค่าที่สุดค่ะ
รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ•ตอนที่ 42
ความสุขในวันธรรมดา
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!