“ถ้าคุณจะให้คำตอบฉันด้วยความเงียบแบบนี้อีกครั้ง ต่อไปเราก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาคุยเรื่องอนาคตกันแล้วนะคะ ธาวิน”
ลลินวางแก้วชาเซรามิกราคาแพงลงบนจานรอง เสียงกระทบกันของมันดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของชายหนุ่ม เธอไม่ได้โกรธ และไม่ได้เกรี้ยวกราด แต่ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนโยนกลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก สิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่คำแก้ตัวสวยหรู แต่คือ ‘ความมั่นใจ’ ที่เธอไม่เคยได้รับในชาติที่แล้ว
ธาวินมองหญิงสาวตรงหน้า เขาเห็นรอยร้าวในแววตาของเธอ—รอยร้าวที่เขาสร้างขึ้นเองกับมือในอดีตชาติ ชายหนุ่มลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน ก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ ทิ้งระยะห่างไว้เพียงพอที่จะไม่เป็นการรุกล้ำ แต่ใกล้พอที่จะทำให้ลลินสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
“ผมไม่ได้กำลังนิ่งเฉยเพื่อหลีกเลี่ยงคำตอบครับลลิน...” เขาหยุดถ้อยคำไว้ครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความสั่นไหว “ผมแค่กำลังพยายามหาคำพูดที่ ‘ดีพอ’ เพื่อจะบอกคุณว่า ต่อจากนี้ชีวิตของผม... ไม่ได้เป็นของผมคนเดียวอีกต่อไปแล้ว”
ลลินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แสร้งทำเป็นเมินเฉย “คำพูดพวกนี้คุณเคยใช้กับฉันมาก่อนหน้านี้แล้วนะคะ”
“แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม” ธาวินทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธอ มือหนาเอื้อมไปกุมมือลลินที่วางอยู่บนตักไว้แน่นสัมผัสของเขาอุ่นจัดจนลลินต้องกลั้นหายใจ “ผมรู้ว่าความผิดพลาดในอดีตมันกัดกินความเชื่อมั่นของคุณไปมากแค่ไหน แต่การที่ผมได้กลับมาแก้ไขสิ่งที่เคยทำพัง... มันคือโอกาสเดียวที่ผมมี ผมไม่ได้ขอให้คุณเชื่อใจผมในทันที แต่ผมขอคำมั่นสัญญาว่า ผมจะไม่ปล่อยให้วันไหนก็ตามที่คุณลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘ลลินตัดสินใจถูกไหมที่เลือกธาวิน’”
คำพูดที่เรียบง่ายแต่หนักแน่นนั้นทำให้หัวใจของลลินกระตุกวูบ เธอเผลอมองสำรวจใบหน้าของชายผู้ที่เธอเคยรักจนหมดใจและผิดหวังจนอยากตายในชาติที่แล้ว วันนี้แววตาของเขามีความแน่วแน่... ความแน่วแน่ที่ไม่ได้เกิดจากความต้องการเอาชนะโลกธุรกิจ แต่เป็นความต้องการที่จะปกป้องหัวใจของเธอเพียงคนเดียว
“ถ้าคุณผิดสัญญาอีก...” ลลินกระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย “ฉันจะเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับมาอีกเป็นครั้งที่สอง คุณรู้ใช่ไหมคะว่าฉันทำได้”
“ผมรู้ดีที่สุดครับ” ธาวินจูบลงบนหลังมือของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่นุ่มนวลนั้นทิ้งรอยจูบประทับลึกราวกับพันธนาการทางใจ “ผมไม่ได้ขอให้คุณวางใจในตัวผมเพียงอย่างเดียว แต่ผมจะพิสูจน์ให้เห็นว่าความรักของเราในครั้งนี้ มันมีความหมายมากกว่าความสำเร็จใดๆ ที่ผมเคยไขว่คว้ามาทั้งชีวิต”
บรรยากาศในห้องที่เคยตึงเครียดกลับผ่อนคลายลงด้วยความเงียบที่เข้าใจกัน ธาวินลุกขึ้นยืนแล้วดึงตัวลลินเข้าไปกอดไว้แนบอก ลลินซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขา กลิ่นหอมสะอาดแบบผู้ชายที่คุ้นเคยทำให้น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอไม่ได้ร้องไห้เพราะเสียใจ แต่ร้องไห้เพราะความหวาดกลัวที่เกาะกุมใจมานานเริ่มจางหายไป
“ขอบคุณนะคะ... ที่ไม่ถอยไปไหน” เธอพึมพำ
ธาวินกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น “ผมจะถอยไปไหนได้ ในเมื่อโลกทั้งใบของผมยืนอยู่ตรงหน้าผมนี่เอง”
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่มีใครทราบ จนกระทั่งเสียงเคาะประตูจังหวะหนักๆ ดังขึ้นขัดจังหวะช่วงเวลาที่แสนเปราะบาง ลลินรีบผละออกจากอ้อมกอดของธาวิน จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยความรวดเร็ว ทั้งสองคนหันไปมองทางประตูด้วยความแปลกใจ เพราะปกติในเวลานี้จะไม่มีใครกล้าขึ้นมาขัดจังหวะเขา
“เข้ามา” ธาวินเอ่ยเสียงเรียบ แต่คิ้วเข้มกลับขมวดเข้าหากัน
ประตูกระจกบานใหญ่ถูกผลักออก ร่างของเลขาส่วนตัวเดินกึ่งวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือของเขาสั่นจนแทบจะถือแท็บเล็ตไว้ไม่อยู่ “คุณธาวินครับ... ขออภัยที่ต้องรบกวนครับ แต่ว่ามีเอกสารด่วนจากสำนักงานทนายความส่งตรงมาถึงที่นี่ครับ”
“เอกสารอะไร? ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนั้น” ธาวินถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
เลขาส่วนตัวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะยื่นเอกสารแผ่นหนึ่งให้ธาวิน มือที่รับเอกสารของธาวินยังคงนิ่งสงบ แต่เมื่อสายตาของเขาไล่อ่านข้อความบนกระดาษเพียงไม่กี่บรรทัด เลือดในกายของชายหนุ่มก็ดูเหมือนจะหยุดไหลไปชั่วขณะ
ลลินสังเกตเห็นความผิดปกติ เธอเอื้อมมือไปคว้ากระดาษใบนั้นมาดูด้วยความสงสัย ทันทีที่อ่านจบ ร่างกายของเธอก็แข็งทื่อ ใบหน้าขาวซีดเผือดจนไร้สีเลือด
บนหัวกระดาษตราครุฑระบุชัดเจนว่าเป็นหมายศาล... แต่มันไม่ใช่หมายศาลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ มันคือคำร้องฟ้องแบ่งทรัพย์สินและสิทธิ์ในตัวบุตรจาก ‘ภรรยาเก่า’ ที่ตายไปแล้วในอดีตชาติของธาวิน ซึ่งในบันทึกนี้กลับระบุว่าเธอคนนั้นยังมีชีวิตอยู่!
“เป็นไปไม่ได้...” ธาวินพึมพำด้วยเสียงที่สั่นพร่าที่สุดเท่าที่ลลินเคยได้ยินมา “เธอคนนั้นตายไปตั้งนานแล้ว... ตั้งแต่ก่อนที่ผมจะเจอคุณเสียอีก!”
ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของลลินก็ดังขึ้นบนโต๊ะทำงาน ปรากฏชื่อสายเรียกเข้าที่ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น... เป็นเบอร์ของ ‘รินรดา’ เพื่อนสนิทที่ควรจะอยู่ที่บ้าน แต่เสียงที่ตอบกลับมาในสายกลับไม่ใช่เสียงของเพื่อนสาว หากแต่เป็นเสียงของหญิงคนหนึ่งที่ลลินไม่เคยลืม... เสียงที่เคยประกาศก้องว่าจะทำลายชีวิตของเธอให้พินาศตั้งแต่วินาทีแรกที่พวกเขารู้จักกัน
“ไม่เจอกันนานเลยนะคะ... ลลิน”
ดาริกาส่องแสงหวังว่าคุณรี้ดจะยังคงเป็นกำลังใจให้ลลินและธาวินฝ่าฟันความจริงอันโหดร้ายครั้งนี้ไปด้วยกันนะคะ!
รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ•ตอนที่ 41
คำมั่นสัญญา
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!