“ถ้าคุณจะมาเพื่อถามคำถามซ้ำซากพวกนั้นอีก ก็เชิญกลับไปเถอะค่ะ ธาวิน”
ลลินไม่ได้หันไปมองคนพูด เธอยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าหน้าต่างกระจกบานสูงของสำนักงานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองหลวงยามวิกาล แสงไฟจากตึกระฟ้าเบื้องล่างดูพร่าเลือนในสายตาของเธอ แต่ความเย็นเยียบจากผิวกระจกกลับซึมลึกผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ
ธาวินไม่ได้ตอบในทันที เสียงฝีเท้าของเขาหนักแน่นทว่าเชื่องช้า เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับแผ่นหลังของเธอลดลงเหลือเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมประจำตัวที่อบอวลด้วยกลิ่นไม้สนและสัมผัสจางๆ ของยาสูบ—กลิ่นที่เธอเคยหลงใหลในอดีต และเป็นกลิ่นที่ทำให้เธอหวาดกลัวในปัจจุบัน—ฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ
“ผมไม่ได้มาเพื่อถามคำถามเดิม” ธาวินเอ่ยขึ้น เสียงของเขาทุ้มต่ำและราบเรียบอย่างน่าประหลาด “ที่ผมมา เพราะผมต้องการให้คุณรู้ว่า... ต่อจากนี้ไป เส้นทางที่เราเดินอาจจะไม่ราบรื่นเหมือนอย่างที่คิด”
ลลินหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ทันใดนั้น เธอก็สังเกตเห็นริ้วรอยความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ใต้ดวงตาคมกริบคู่นั้น ปกติแล้วธาวินคือผู้ชายที่ไร้ที่ติเสมอ ไม่ว่าจะเป็นสูทสั่งตัดหรือการวางตัว แต่คืนนี้ เนคไทของเขาคลายออกเล็กน้อย และเส้นผมที่เคยเซตไว้อย่างดีกลับยุ่งเหยิงราวกับเขาเพิ่งผ่านการต่อสู้ที่มองไม่เห็นมาอย่างหนักหน่วง
“บริษัทเกิดปัญหาใช่ไหมคะ?” เธอถาม เสียงของเธอไม่ได้มีแววสมน้ำหน้า แต่กลับมีความกังวลที่พยายามซ่อนไว้
ธาวินแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้ง “หุ้นร่วงต่อเนื่องสามวันติด วงเงินสินเชื่อที่ควรจะได้ถูกระงับกะทันหัน คู่ค้าที่เคยจับมือกันกลับหันหลังให้... ดูเหมือนโชคชะตาจะไม่ยอมให้ผมเริ่มต้นใหม่ได้ง่ายๆ อย่างที่ฝันไว้จริงๆ”
“คุณคงกำลังพยายามแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวเหมือนเดิม” ลลินถอนหายใจ เธอขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด สัญชาตญาณของการเป็นคนรักที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาในอดีตชาติทำให้เธอมือสั่นอย่างห้ามไม่ได้ “ธาวิน ในชีวิตที่แล้ว คุณเลือกที่จะปิดบังฉันจนนาทีสุดท้าย แต่ในชีวิตนี้... ถ้าคุณยังคิดจะทำแบบเดิม เราก็ไม่ต่างอะไรกับคนแปลกหน้าที่เดินสวนกันในความมืด”
“ลลิน...” เขาเรียกชื่อเธอ เสียงนั้นสั่นพร่า เขาเอื้อมมือมาหมายจะกุมมือเธอ แต่แล้วกลับชะงักค้างไว้กลางอากาศ ราวกับกลัวว่าหากสัมผัสไปแล้ว เธอจะแตกสลายหายไป “ผมกำลังจะเสียทุกอย่างไป รวมถึงตำแหน่งที่ผมสร้างมาเพื่อจะเป็นหลักประกันให้ชีวิตคุณ ผมไม่ต้องการให้คุณมาตกระกำลำบากเพราะความทะเยอทะยานที่ผิดพลาดของผมอีก”
“นั่นคือสิ่งที่คุณคิดไปเองฝ่ายเดียว”
รินรดาที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องทำงานของลลินตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครทราบ เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด เธอเดินเข้ามาใกล้เพื่อนสนิท สายตาคมปลาบของเธอมองธาวินอย่างพินิจพิเคราะห์ “ธาวิน คุณต้องเลิกทำตัวเป็นพระเอกหนังน้ำเน่าที่คิดว่าการผลักไสคือการปกป้องได้แล้ว ลลินไม่ใช่ตุ๊กตาในตู้โชว์ที่จะต้องถูกเก็บเข้าที่เวลาพายุเข้า เธอเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งพอจะยืนเคียงข้างคุณในวันที่คุณไม่มีอะไรเหลือ... ถ้าคุณเชื่อใจเธอมากพอ”
ธาวินนิ่งงันไปครู่ใหญ่ เขามองลลิน สลับกับรินรดา ก่อนจะมองไปที่กองเอกสารบนโต๊ะทำงานของเขาที่วางระเกะระกะ—หลักฐานของความพ่ายแพ้ทางเศรษฐกิจที่กำลังจะกลืนกินทุกอย่างที่เขาพยายามสร้างขึ้นใหม่
“สถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข” ธาวินพูดต่อ พยายามคุมน้ำเสียงให้มั่นคง “มีคนจงใจปล่อยข่าวลวงเรื่องการฟอกเงินของบริษัทผม และผมมั่นใจว่าคนที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่คู่แข่งทางธุรกิจธรรมดาๆ แต่เป็นคนคนหนึ่งที่คุณ... ลลิน... คุณรู้จักเขาดีกว่าใคร”
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบลงทันที ลลินรู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่แล่นริ้วไปทั่วสันหลัง เธอเม้มปากแน่นจนรู้สึกถึงรสฝาดของเลือด
“คุณหมายความว่า... คนคนนั้นกลับมาแล้ว?” เธอถาม เสียงแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับความเงียบ
ธาวินพยักหน้าช้าๆ เขาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่ใต้กองงานขึ้นมา แล้ววางมันลงบนโต๊ะกลางห้อง “ดูนี่สิครับ ภาพถ่ายพวกนี้ถูกส่งมาที่โต๊ะทำงานผมเมื่อเช้า และผู้ส่ง... คือคนที่คุณเคยเรียกเขาว่าพี่ชายที่แสนดีมาตลอด”
ลลินก้าวเข้าไปคว้าซองเอกสารนั้นมาเปิดดู มือของเธอสั่นระริกเมื่อหยิบภาพถ่ายชุดหนึ่งออกมา ภาพเหล่านั้นไม่ใช่แค่หลักฐานทางการเงิน แต่มันคือภาพของตัวเธอเองที่กำลังเดินอยู่กับธาวินในร้านอาหารเมื่อสองวันก่อน ทุกมุมถูกถ่ายอย่างจงใจ... ราวกับเป็นการประกาศว่า 'ฉันมองเห็นเธออยู่ตลอดเวลา'
“เขากำลังทำลายผม เพื่อบีบให้คุณกลับไปหาเขา” ธาวินพูดต่อ ดวงตาของเขาฉายแววเจ็บปวดและโกรธแค้นในคราวเดียวกัน “เขาไม่ได้ต้องการแค่บริษัท ลลิน... เขาต้องการคุณ”
ลลินทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนัง ภาพในมือร่วงหล่นลงพื้น นี่ไม่ใช่แค่วิกฤตเศรษฐกิจ แต่มันคือเกมที่ลากเอาชีวิตของเธอและธาวินเข้าสู่หลุมพรางที่ไม่มีทางออก ในขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากถามถึงแผนการต่อไป เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของธาวินก็แผดเสียงดังลั่นทำลายความเงียบ
ธาวินมองดูเบอร์ที่โชว์บนหน้าจอ ก่อนจะหันมาสบตาลลินด้วยสายตาที่ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
“เขาโทรมา... คนที่ส่งภาพนี้มาครับ ลลิน”
เขาตัดสินใจกดรับสายและเปิดลำโพง เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีดังลอดออกมาจากเครื่องโทรศัพท์ เสียงที่เคยทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยในอดีต แต่ตอนนี้กลับทำให้เธออยากจะอาเจียน
“ไง... น้องรัก... ดูเหมือนว่าความรักครั้งที่สองของเธอ จะไปได้ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่นะครับ”
ลลินพุ่งตัวไปที่โต๊ะทำงาน หวังจะคว้าโทรศัพท์ แต่แล้วเสียงหัวเราะเย็นเยียบจากปลายสายก็ทำให้เธอชะงักค้าง
“อ้อ... อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธสิครับลลิน เพราะถ้าเธอวางสายตอนนี้ ของขวัญที่ฉันฝากไว้ในห้องนอนของเธอที่คอนโด... มันคงจะสร้างความประทับใจให้เธอไม่น้อยเลยทีเดียว”
ดาริกาส่องแสงขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ตัวละครเหล่านี้ผ่านพ้นมรสุมชีวิตไปพร้อมๆ กันนะคะ
รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ•ตอนที่ 43
อุปสรรคที่ขวางกั้น
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!