“ถ้าเธอขยับก้าวออกไปจากห้องนี้แม้แต่ก้าวเดียว ลลิน... ฉันรับรองได้เลยว่าสิ่งที่รอเธออยู่ที่คอนโด มันจะกลายเป็นความทรงจำที่เธอไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต”
เสียงทุ้มต่ำของชายที่คุ้นเคยในอดีตดังผ่านลำโพงโทรศัพท์ น้ำเสียงนั้นไม่ได้เกรี้ยวกราด แต่แฝงไปด้วยความรื่นรมย์ของนักล่าที่ถือไพ่เหนือกว่า ลลินกำสมาร์ทโฟนในมือแน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว เธอไม่ได้หวาดกลัวจนสั่นสะท้านเหมือนในอดีต หากแต่ความรู้สึกที่คุกรุ่นอยู่ข้างในคือความโกรธที่เงียบงันและเยือกเย็น
“ธนา... คุณยังใช้วิธีสกปรกแบบเดิมๆ ไม่เปลี่ยนเลยนะคะ” เธอเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตาที่มองไปยังบานกระจกสะท้อนภาพใบหน้าที่ผ่านการขัดเกลาด้วยประสบการณ์ชีวิตถึงสองชาติ “แต่ขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะ ว่าฉันในตอนนี้ ไม่ใช่ผู้หญิงที่รอให้คุณมาข่มขู่แล้วจะร้องไห้กอดเข่าอีกต่อไป”
“งั้นเหรอ? งั้นก็ลองกลับไปดูเองสิ... แล้วจะรู้ว่าโลกที่เธอพยายามสร้างขึ้นใหม่น่ะ มันเปราะบางแค่ไหน”
เสียงสัญญาณตัดไปทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดทับอยู่ในห้องทำงานของลลิน เธอวางสายลงบนโต๊ะไม้โอ๊คช้าๆ กวาดสายตามองเอกสารที่วางกองอยู่ตรงหน้า งานที่เธอใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองมานานแรมปีเพื่อหลุดพ้นจากพันธนาการของความล้มเหลวในอดีต แต่วันนี้... สิ่งที่สำคัญกว่าตำแหน่งหน้าที่การงาน คือหัวใจที่เธอกำลังพยายามรักษาไว้ให้ดีที่สุด
ลลินคว้ากระเป๋าถือขึ้นมา เธอตัดสินใจก้าวเดินออกจากบริษัทโดยไม่หันกลับไปมองรอยแยกของเงาอดีตที่ธนาพยายามจะขุดขึ้นมาทำลายความสุขของเธอ
...
ยี่สิบนาทีต่อมา รถยุโรปคันหรูเลี้ยวเข้าจอดหน้าบริษัทสตาร์ทอัพเล็กๆ ที่ธาวินกำลังปลุกปั้น ลลินไม่ได้ตรงดิ่งไปที่คอนโดของตัวเองเพื่อจัดการกับ "ของขวัญ" ของธนา แต่เธอเลือกที่จะมาที่นี่... มาหาคนที่เธอเลือกแล้วว่าจะมอบชีวิตที่เหลืออยู่ให้
ภายในออฟฟิศที่เต็มไปด้วยกลิ่นกาแฟและไออุ่นจากความมุ่งมั่น ธาวินกำลังยืนกางแผนผังโครงการอยู่หน้ากระดานไวท์บอร์ด เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะไล่สายตาอ่านตัวเลขที่อาจจะทำให้อนาคตของเขาพังทลายหรือรุ่งโรจน์ได้ในเวลาเดียวกัน
“วันนี้มาเร็วนะครับลลิน” ธาวินหันมาเห็นเธอ เขายิ้มกว้างจนดวงตาเป็นประกาย ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักดูเหมือนจะมลายหายไปในทันทีที่เห็นใบหน้าของเธอ “นึกว่าวันนี้เธอจะติดประชุมยาวเสียอีก”
ลลินไม่ได้ตอบในทันที เธอเดินเข้าไปใกล้เขา กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของธาวินที่ผสมกับกลิ่นกระดาษทำให้ใจเธอสงบลงอย่างประหลาด เธอเฝ้ามองแผ่นหลังที่กว้างขึ้นและท่าทีที่สุขุมขึ้นของเขา เขาไม่ใช่ธาวินคนเดิมที่ทะเยอทะยานจนมองข้ามความรู้สึกของเธออีกแล้ว แต่เขากำลังกลายเป็น "บ้าน" ที่เธอสามารถพักพิงได้จริงๆ
“ธาวินคะ” เธอเรียกเขาเบาๆ
“หืม? หน้าตาเครียดๆ นะครับ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” เขาละมือจากปากกาเคมี ก้าวเข้ามาหาเธอด้วยความกังวลที่ฉายชัดในแววตา
ลลินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอหยิบจดหมายลาออกที่ร่างไว้ในใจมาตลอดทางออกมาวางลงบนโต๊ะทำงานของเขา “ฉันตัดสินใจแล้วค่ะ”
“เรื่องอะไรครับ?”
“เรื่องงาน... ฉันลาออกแล้วค่ะ” เธอเว้นจังหวะหนึ่ง พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “และฉันต้องการมาช่วยงานคุณ ธาวิน... เรามาสร้างทุกอย่างไปด้วยกันเถอะนะคะ ไม่ใช่ในฐานะคู่รักที่ต่างคนต่างไป แต่ในฐานะคู่ชีวิตที่เดินเคียงข้างกันจริงๆ”
ธาวินนิ่งงันไปครู่ใหญ่ เขามองจดหมายลาออกแผ่นนั้นสลับกับใบหน้าของเธอ ความตกใจค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความตื้นตันใจที่ยากจะบรรยาย เขารู้ดีว่ากว่าลลินจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ เธอต้องแลกกับน้ำตาและหยาดเหงื่อมากแค่ไหน
“เธอแน่ใจนะลลิน? งานของฉันมันอาจจะไม่ได้มั่นคงเหมือนงานที่คุณทำ... และผมอาจจะไม่มีอะไรรับประกันความสบายให้เธอได้ในตอนนี้”
“ความสบายไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน แต่มันอยู่ที่ว่าเราตื่นมาแล้วเจอใครข้างกายต่างหากค่ะ” เธอเอื้อมมือไปกุมมือที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักของเขาไว้ “ธนาพยายามข่มขู่ฉัน... เขาบอกว่ามีบางอย่างที่คอนโด แต่ช่างมันเถอะค่ะ ต่อให้เขาส่งอะไรมา หรือจะพยายามพังชีวิตฉันยังไง ถ้ามันไม่มีคุณอยู่ในนั้น สิ่งเหล่านั้นก็ไม่มีค่าอะไรเลย”
ธาวินกำมือเธอกลับแน่น แววตาของเขาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความเด็ดขาดที่ทรงพลัง “ถ้าเขาคิดจะแตะต้องเธอ... เขาจะต้องผ่านผมไปก่อน ลลิน ผมไม่ได้เป็นธาวินคนเดิมที่เธอเคยรู้จักอีกแล้ว”
ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังมองตากันอย่างซาบซึ้ง ประตูออฟฟิศก็ถูกเปิดออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น ลลินและธาวินหันไปมองพร้อมกันด้วยความตกใจ รินรดายืนหอบหายใจอยู่ที่หน้าประตู สีหน้าของเพื่อนสนิทดูแตกตื่นจนลลินใจคอไม่ดี
“ลลิน! ธาวิน! พวกเธอต้องมาดูนี่!” รินรดารีบยกแท็บเล็ตในมือขึ้นมาให้ทั้งคู่ดู ภาพในหน้าจอคือฟีดข่าวจากสื่อสังคมออนไลน์ที่กำลังเป็นกระแสไปทั่วประเทศ
“นั่นมันอะไรน่ะ?” ธาวินถามด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
ลลินจ้องมองภาพบนหน้าจอ ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตระหนก ภาพงานเลี้ยงการกุศลเมื่อคืนนี้... ภาพที่เธอและธาวินยืนคุยกันอย่างใกล้ชิดถูกเผยแพร่ไปพร้อมกับพาดหัวข่าวตัวโตที่เขียนว่า *“ทายาทตระกูลดังควงเลขาฯ อดีตภรรยาศัตรูทางธุรกิจ หวังฮุบสมบัติลับก่อนล้มละลาย?”*
ไม่เพียงเท่านั้น ด้านหลังของธาวินในภาพนั้น... มีร่างของชายคนหนึ่งที่คุ้นเคยยืนยิ้มเยาะอยู่เงาๆ นั่นคือธนา... ที่กำลังถือเอกสารบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็น "สัญญาความลับ" ที่จะทำลายล้างบริษัทของธาวินให้พินาศภายในเช้าวันพรุ่งนี้
“ธนาไม่ได้แค่ขู่ที่คอนโด” รินรดาเสียงสั่น “เขากำลังทำลายพวกเธอผ่านสื่อ... และตอนนี้ ตำรวจกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ พร้อมหมายค้นคดีทุจริตที่เขาป้ายสีให้พวกเธอแล้ว!”
ดาริกาส่องแสงหวังว่ารี้ดเดอร์จะอดทนรอตอนต่อไปไหวนะคะ ขอบคุณที่ติดตามกันเสมอมาค่ะ
รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ•ตอนที่ 44
เคียงข้างกัน
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!