"ถอยออกไปค่ะรินรดา อย่าขวางทางธาวิน"
เสียงของลลินไม่ได้สั่นเครือเหมือนที่รินรดาคาดไว้ มันราบเรียบ ทว่าทรงพลังราวกับเหล็กกล้าที่ถูกหลอมจนแกร่ง ท่ามกลางเสียงไซเรนจากรถตำรวจที่ค่อยๆ ดังใกล้เข้ามาจนกลายเป็นเสียงกังวานน่ารำคาญในโสตประสาท เธอยืนนิ่งอยู่กลางห้องทำงานที่ตอนนี้เต็มไปด้วยเอกสารที่ถูกรื้อค้นจนกระจัดกระจาย
ธาวินไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขากำลังก้มลงพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นจนถึงข้อศอก แววตาของเขาที่เคยเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานที่น่ารังเกียจในชาติก่อน บัดนี้เหลือเพียงความมุ่งมั่นที่เฉียบคมและนิ่งสงบจนน่าประหลาดใจ
"ถ้าคุณยอมให้พวกเขาเข้ามาตอนนี้ หลักฐานปลอมทั้งหมดจะถูกยึด และเราจะตกเป็นผู้ต้องหาทันที" ธาวินพูดพลางกวาดสายตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่รันโค้ดคำสั่งอย่างรวดเร็ว "ลลิน... คุณเชื่อใจผมไหม"
คำถามนั้นช่างเรียบง่าย แต่มันหนักอึ้งดั่งขุนเขาในความรู้สึกของลลิน เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาของเธอวูบไหวเพียงครู่เดียว ก่อนจะตัดสินใจเลือกสิ่งที่เป็นเหตุผลมากกว่าความกลัว
"ฉันเชื่อในสิ่งที่คุณทำ เพื่อแก้ไขความผิดพลาดของเราค่ะ" ลลินขยับเข้าไปใกล้ธาวิน มือเรียวเอื้อมไปหยิบแฟลชไดรฟ์ที่วางอยู่บนโต๊ะ "ถ้าเราจะสู้ เราต้องสู้ด้วยความจริงที่ธนามันซ่อนไว้ ไม่ใช่หนี"
รินรดาที่ยืนมองอยู่ข้างหลังถึงกับถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับเข้ามาประชิดตัวทั้งคู่ "ฉันดึงเวลาให้ได้ไม่เกินสิบนาทีนะ ถ้าพวกคุณจะทำอะไรให้รีบทำ แต่ถ้างานนี้พัง... เราติดคุกยาวแน่"
เสียงเคาะประตูที่รุนแรงดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยเสียงตะโกนแจ้งหมายค้น ธาวินไม่ได้หันไปมองประตู เขากลับดึงมือลลินมากุมไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาที่ส่งผ่านมาทำให้ลลินรับรู้ได้ว่า นี่ไม่ใช่คนเดียวกับชายผู้ที่เคยทอดทิ้งเธอไปเพื่ออำนาจ
"เราไม่ได้กำลังทำลายหลักฐานนะลลิน" ธาวินกระซิบเสียงต่ำขณะนิ้วเรียวพิมพ์รหัสผ่านที่ซับซ้อน "เรากำลัง 'เปิดโปง' เส้นทางการเงินที่ธนาใช้ฟอกเงินผ่านบัญชีบริษัทเราเอง"
"เขาสร้างกับดักไว้ที่ไฟล์ลับชุดนี้สินะ" ลลินเข้าใจทันที เธอขยับไปที่หน้าจออีกเครื่อง ประสานงานกับสิ่งที่ธาวินกำลังทำอย่างรู้ใจ เหมือนกับว่าจังหวะการหายใจของทั้งคู่ถูกจูนเข้าหากันโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใด
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงาน แม้ภายนอกจะเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่ในพื้นที่เล็กๆ แห่งนี้ ลลินรู้สึกถึงความสงบที่น่าประหลาด เธอไม่ได้กลัวการสูญเสียชื่อเสียง ไม่ได้กลัวการติดคุก สิ่งที่เธอกลัวที่สุดในชีวิตนี้คือการกลับไปเป็นคนเดิมที่หวาดระแวงและโดดเดี่ยว
ประตูห้องทำงานถูกกระแทกเปิดออก ตำรวจสามนายก้าวเข้ามาพร้อมกับใบหน้าเคร่งขรึม หัวหน้าชุดสอบสวนกวาดสายตามาที่พวกเขาทั้งสองคน
"คุณลลิน คุณธาวิน หยุดการกระทำทั้งหมดเดี๋ยวนี้ครับ!"
ธาวินยังคงรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว ลลินยืดตัวตรง เผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่โดยไม่หลบสายตา "พวกเราไม่ได้ขัดขืนค่ะเจ้าหน้าที่ แต่พวกเรากำลังทำสิ่งที่เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่ดี"
"หน้าที่อะไร? ทำลายหลักฐานการทุจริตงั้นหรือ?" นายตำรวจหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ ทำท่าจะคว้าแล็ปท็อปของธาวิน
"ไม่ใช่ค่ะ" ลลินก้าวขวางไว้ด้วยความสง่างาม "พวกเรากำลังมอบหลักฐานการฟอกเงินและการปลอมแปลงเอกสารทางบัญชีของ 'บริษัทในเครือธนา' ที่ส่งข้อมูลเท็จมาใส่ร้ายบริษัทของดิฉัน... หลักฐานทั้งหมดกำลังถูกส่งตรงไปยังอัยการและหน่วยงานตรวจสอบบัญชีผ่านระบบ Cloud โดยอัตโนมัติ และมันมีลายเซ็นดิจิทัลที่ระบุตัวตนของ 'ผู้บงการ' ตัวจริงอย่างชัดเจนค่ะ"
ธาวินกดปุ่ม 'Enter' ครั้งสุดท้ายด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "ทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้วครับ คุณจะจับกุมพวกเราก็ได้ แต่นับจากวินาทีนี้ไป ข้อมูลในนี้จะกลายเป็นหัวข้อข่าวหน้าหนึ่งที่ทุกคนต้องจับตามอง... รวมทั้งตัวการที่ส่งพวกคุณมาที่นี่ด้วย"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นไฟล์ข้อมูลนับร้อยที่เด้งขึ้นบนหน้าจอหลักที่เชื่อมต่อกับโปรเจกเตอร์
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลาย ลลินกลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดปกติบนหน้าจอ ลำดับข้อมูลที่ธาวินส่งไปนั้น ไม่ได้มีแค่หลักฐานการทุจริตของธนาเท่านั้น แต่ยังมีโฟลเดอร์สีแดงที่เขียนว่า 'แผนสำรอง: วันที่ไม่มีคุณ' ซึ่งถูกตั้งค่าให้ส่งออกไปยังบุคคลที่สามที่เธอมองไม่เห็นชื่อ
"ธาวิน..." ลลินหันไปมองเขา แววตาสั่นระริก "ไฟล์นั่นคืออะไรคะ? ฉันไม่ได้ตกลงว่าจะส่งอะไรให้คนอื่นนอกจากอัยการ"
ธาวินหันมามองเธอ สายตาของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนก แต่กลับมีความเศร้าสร้อยที่ลึกซึ้งฉายชัดขึ้นมาในเสี้ยววินาทีนั้น
"นั่นคือชีวิตใหม่ของรินรดาและคุณ ในกรณีที่ผมต้องรับผิดชอบทั้งหมดเพียงลำพัง" เขาตอบเสียงเรียบก่อนจะหันไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ "ผมพร้อมแล้วครับ... เชิญคุมตัวผมไปได้เลย"
ทว่าก่อนที่กุญแจมือจะแตะข้อมือของธาวิน เสียงโทรศัพท์ของหัวหน้าชุดสอบสวนก็ดังขึ้น สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันทีที่รับสาย จากความมั่นใจกลับกลายเป็นความตระหนกสุดขีดเมื่อฟังปลายสายสั่งการบางอย่าง
เขาวางสายแล้วมองมาที่ธาวินและลลินด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "ผมเกรงว่า... พวกคุณคงต้องรีบไปที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ครับ"
"เกิดอะไรขึ้นคะ?" ลลินถาม เสียงของเธอเริ่มสั่น
"คนที่เป็นพยานปากเอกของฝ่ายธนาเพิ่งถูกลอบทำร้ายระหว่างนำตัวมาสอบปากคำ... และเขาทิ้งข้อความสุดท้ายไว้ก่อนหมดสติว่า 'คนที่บงการตัวจริง ไม่ใช่ธนา... แต่คือคนที่คุณไว้ใจที่สุด'"
หัวใจของลลินเหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะ เธอหันไปมองรินรดาที่ยืนอยู่ตรงมุมห้อง เพื่อนสนิทคนเดียวของเธอที่กำลังก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวเอาไว้ภายใต้เงามืดนั้น
ขอบพระคุณทุกกำลังใจที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 45 นะคะ ดาริกาส่องแสงจะตั้งใจรังสรรค์เรื่องราวให้ลึกซึ้งที่สุดเพื่อรี้ดเดอร์ทุกคนค่ะ
รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ•ตอนที่ 45
พลังของความเชื่อใจ
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!