รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ•ตอนที่ 5

ความบังเอิญที่ตั้งใจ

ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
“ถ้าคุณคิดว่าลายเซ็นนี้คือหลักฐานของความจริงใจเพียงอย่างเดียว คุณก็กำลังดูถูกความฉลาดของตัวเองมากไปหน่อยนะคะ ลลิน” รินรดากระซิบพลางวางแก้วไวน์ราคาแพงลงบนโต๊ะกระจก เสียงของเธอแหลมคมพอที่จะบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของลลินที่ยังคงจ้องมองเอกสารโอนหุ้นตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า สามวันก่อน... ธาวินเซ็นเอกสารฉบับนี้ด้วยตัวเอง ในวันที่เขายังทำตัวเย็นชาและไร้เยื่อใยกับเธอเหมือนคนแปลกหน้า เขาวางแผนอะไรไว้กันแน่? หรือนี่เป็นเพียงหมากอีกตัวที่เขาวางไว้เพื่อเล่นเกมที่เธอไม่เคยรู้จักกฎกติกา? “ฉันไม่ได้อยากจะดูถูกความฉลาดของตัวเองหรอกค่ะริน แต่ฉันแค่... ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องทำอะไรลับหลังในเวลาแบบนี้” ลลินพับเอกสารเก็บด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ความสับสนตีรวนในอกจนแทบหายใจไม่ออก “ไม่ต้องเข้าใจตอนนี้ก็ได้ค่ะ” รินรดาคว้ากระเป๋าถือของเพื่อนสาว “เพราะคืนนี้ คุณต้องไปหาคำตอบนั้นด้วยตัวเองที่งานกาล่าการกุศลของตระกูลวรโชติเมธี อย่าลืมนะคะว่าความบังเอิญในโลกธุรกิจมักถูกเขียนบทไว้ล่วงหน้าเสมอ” *** โคมไฟคริสตัลระย้าส่องประกายวับวาวเหนือศีรษะ เสียงดนตรีคลาสสิกคลอเคล้าไปกับบทสนทนาแผ่วเบาของเหล่านักธุรกิจชั้นนำ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมปนเปกับกลิ่นไวน์ชั้นเลิศ ลลินก้าวเดินเข้ามาในงานด้วยชุดเดรสสีมิดไนท์บลูที่ขับผิวให้ดูโดดเด่นทว่าดูเย็นชาในสายตาคนมอง เธอไม่ได้ต้องการมาเพื่อพบใครเป็นพิเศษ แต่หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่สายตาไล่มองไปทั่วบริเวณ เธอพยายามย้ำกับตัวเองว่านี่คือการมาเพื่อรักษาภาพลักษณ์องค์กร แต่ลึกๆ แล้ว... เธอกำลังตามหาแผ่นหลังของใครบางคนที่เคยคุ้นเคยที่สุดในอดีต “คุณดูไม่เหมือนคนที่กำลังเพลิดเพลินกับบรรยากาศเลยนะคะ” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง ลลินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงนั้น ธาวินยืนอยู่ตรงนั้นในชุดสูทสีเทาเข้มที่เข้ารูปพอดีตัว ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่เธอด้วยแววตาที่อ่านยากเหลือเกิน มันไม่ใช่ความเย็นชาเหมือนวันวาน แต่มันคือความรู้สึกที่หน่วงแน่นและหนักอึ้งอย่างประหลาด “ธาวิน...” เธอเรียกชื่อเขาแผ่วเบา สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ “คุณมาทำอะไรที่นี่คะ?” “ผมก็แค่มาในฐานะนักธุรกิจที่ต้องการขยายเครือข่าย” เขายิ้มบางๆ ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่เธอไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก มันไม่ได้ดูโอ้อวดหรือทะเยอทะยาน แต่มันดู... เจ็บปวด “ส่วนคุณ... คงไม่ได้ตั้งใจมาเพื่อถามคำถามที่รู้อยู่แล้วใช่ไหมครับ?” “ฉันไม่ได้รู้อะไรเลยค่ะ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับเอกสารโอนหุ้นนั่น” ลลินพูดแทรก ความอดทนที่มีเริ่มสั่นคลอน “คุณทำแบบนั้นทำไม ธาวิน? คุณต้องการอะไรจากการโยนภาระทางการเงินมาให้ฉัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้คุณแทบไม่อยากจะมองหน้าฉันด้วยซ้ำ” ธาวินก้าวเข้ามาใกล้เธออีกหนึ่งก้าว ระยะห่างที่ลดน้อยลงทำให้ลลินสัมผัสได้ถึงไออุ่นจางๆ จากตัวเขา เขาลดเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “ถ้าผมบอกว่าผมแค่ต้องการ ‘คืน’ สิ่งที่คุณควรได้รับมานานแล้ว... คุณจะเชื่อไหม?” “ความเชื่อของฉันมันพังไปตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนแล้วค่ะ” ลลินตอบเสียงแข็ง พยายามเบือนหน้าหนีสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกนั่น “คุณไม่จำเป็นต้องแสร้งทำเป็นคนดีเพื่อให้ฉันรู้สึกผิด หรือเพื่อให้ฉันลืมว่าเราจบกันยังไง” “ลลิน...” เขายื่นมือออกมา แต่ชะงักไว้เพียงกลางอากาศ ก่อนจะถอนหายใจและเก็บมือลง “ผมไม่ได้ต้องการให้คุณลืม ผมต้องการให้คุณเริ่มต้นใหม่... โดยที่ไม่มีผมเป็นตัวถ่วงชีวิตคุณอีกต่อไป” “งั้นการโอนหุ้นนั่นก็คือค่าจ้างให้ฉันเลิกยุ่งกับชีวิตคุณเหรอคะ?” ลลินถามสวนกลับ เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ “บอกมาสิคะ! ว่าคุณต้องการให้ฉันไปให้พ้นจากชีวิตคุณใช่ไหม?” ความเงียบเข้าปกคลุมบทสนทนาชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงเพลงแว่วหวานที่ขัดกับความตึงเครียดของคนทั้งสอง ธาวินมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ แววตาของเขาไหววูบราวกับมีพายุพัดผ่าน แต่เขากลับเลือกที่จะแค่นยิ้มออกมา “ถ้าการโอนหุ้นนั่นทำให้คุณคิดได้แบบนั้น... ก็แล้วแต่คุณจะตัดสินใจเถอะครับ” เขาตอบเรียบๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปทิ้งให้ลลินยืนนิ่งอยู่กลางงานเลี้ยงด้วยความสับสนที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ลลินจ้องมองแผ่นหลังของชายที่เธอเคยรักหมดหัวใจเดินห่างออกไป เธอควรจะรู้สึกโล่งใจที่เขาดูเหมือนจะยอมปล่อยมือ แต่ทำไมหัวใจของเธอกลับรู้สึกเหมือนถูกบีบจนแทบแหลกสลาย? ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าเดินหนีไปอีกทาง มือข้างหนึ่งของเธอก็ถูกคว้าไว้แน่นโดยใครบางคนที่โผล่มาจากมุมมืดของเสาต้นใหญ่ เธอหันไปมองด้วยความตกใจ ทว่าสิ่งที่เห็นกลับทำให้ลมหายใจเธอแทบหยุดชะงัก “คุณธาวินคนนั้น... เขาไม่ได้บอกความจริงคุณทั้งหมดหรอกครับ คุณลลิน” ชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานคนหนึ่งกล่าวพลางส่งยิ้มที่ดูน่าขนลุกให้เธอ “เขากำลังเล่นเกมที่เขาก็เอาชีวิตตัวเองเป็นเดิมพัน และคืนนี้... สัญญาฉบับนั้นกำลังจะถูกขายต่อให้กับศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของเขาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า” ลลินหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นร่างของธาวินเดินตรงไปหาชายอีกคนที่เธอยอมตายก็ไม่อยากเห็นหน้า... คนที่เคยเป็นต้นเหตุของการล่มสลายของบริษัทเธอในชาติที่แล้ว! หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้คุณรี้ดรู้สึกหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะไปพร้อมกับลลินนะคะ ดาริกาส่องแสงขอขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับนิยายเรื่องนี้ค่ะ
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%