“ถ้าคุณยังมองว่าความรักคือสมการที่ต้องคำนวณกำไรขาดทุนเหมือนการทำธุรกิจ เราก็คงต้องหยุดคุยกันตรงนี้แหละค่ะ ธาวิน”
ลลินวางแก้วน้ำในมือลงบนโต๊ะหินอ่อน เสียงกระทบของมันดังแผ่วเบาทว่ากลับบาดลึกในความเงียบงันของห้องทำงานที่ถูกปิดตาย เธอไม่ได้หันไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ร่างสูงนั้นสงบนิ่งราวกับรูปปั้น หากแต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด
ธาวินกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาไม่ได้เถียง เขาไม่ได้แก้ตัว เหมือนกับที่เขาเคยทำในอดีตที่ผ่านมาหลายสิบปี แต่ครั้งนี้... ความเงียบของเขามันต่างออกไป มันไม่ใช่ความเงียบของคนเย่อหยิ่ง แต่เป็นความเงียบของคนที่กำลังสำลักความผิดพลาดของตัวเอง
“ผมไม่ได้กำลังคำนวณมันอยู่... ลลิน” เสียงของเขาแหบพร่าคล้ายคนเพิ่งผ่านการเจ็บป่วยมาอย่างหนัก “ผมแค่ไม่รู้ว่าจะแสดงออกอย่างไรให้คุณมั่นใจว่า ครั้งนี้มันไม่ใช่แค่ความทะเยอทะยานที่ผมเคยมี ผมกลัว... กลัวว่าทุกก้าวที่ผมเดินเข้าหาคุณ จะกลายเป็นการผลักคุณออกไปไกลกว่าเดิม”
ลลินหันกลับมามองเขา สายตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ทำให้อีกฝ่ายใจหาย เธอเห็นความเสียใจที่สะท้อนอยู่ในแววตาเขา มันไม่ใช่การเสแสร้ง แต่มันคือความจริงที่สายเกินไปสำหรับความรู้สึกของเธอในฐานะผู้หญิงที่เคยตายไปแล้วครั้งหนึ่งจากการรอคอย
“ความกลัวของคุณมันคือปัญหาของวันวานค่ะ ธาวิน แต่ปัญหาของวันนี้คือ เรากำลังยืนอยู่บนรอยแผลเดิมที่ยังไม่ทันได้รักษาให้หายดี แล้วคุณจะให้ฉันก้าวต่อไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจได้ยังไง ในเมื่อแม้แต่ตัวคุณเองยังไม่สามารถก้าวข้ามเงาของตัวเองได้เลย”
เธอเดินผ่านเขาไปโดยไม่รอคำตอบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคยของเธอทิ้งร่องรอยความหอมอบอวลไว้ในห้อง ซึ่งบัดนี้มันกลับกลายเป็นกลิ่นของความเจ็บปวดที่บาดลึกหัวใจของชายหนุ่มจนแทบหายใจไม่ออก
---
คืนนั้น ณ อพาร์ตเมนต์ส่วนตัวของลลิน รินรดาคอยดูเพื่อนรักที่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาเลื่อนลอย ความเงียบงันภายในห้องถูกเติมเต็มด้วยเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างแผ่วเบา รินรดาวางถ้วยชาอุ่นๆ ลงบนโต๊ะข้างกายเพื่อน
“ถ้าหัวใจมันยังเจ็บ แปลว่ามันยังมีชีวิตอยู่นะลลิน” รินรดาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “แต่การเอาตัวเองไปขังไว้ในอดีตที่พังทลายไปแล้ว... มันไม่ใช่วิธีการปกป้องตัวเองหรอกนะ มันคือการกักขังอนาคตของเธอเองต่างหาก”
ลลินละสายตาจากกระจกใสที่สะท้อนเงาของเธอเอง “ริน... ถ้าคนหนึ่งคนเปลี่ยนตัวเองเพื่อเรา แต่สิ่งที่เขาเปลี่ยนมันมาจากความรู้สึกผิด ไม่ใช่ความรักที่บริสุทธิ์จริงๆ ตั้งแต่แรก เธอจะเรียกสิ่งนั้นว่าอะไร”
“คำตอบนั้นเธอรู้อยู่แก่ใจ เพียงแต่เธอแค่ไม่อยากยอมรับ” รินรดาขยับเข้าไปใกล้ ลูบไหล่เพื่อนเบาๆ “ธาวินคนนี้ไม่ใช่ธาวินคนเดิมที่เธอเคยแต่งงานด้วย เขาคือคนที่เรียนรู้จากความสูญเสีย ถ้าเธอปิดประตูใส่เขาทั้งที่เขากำลังพยายามเคาะเรียก... เธอแน่ใจนะว่าจะไม่เสียใจในวันที่เขาเลิกเคาะจริงๆ”
ลลินไม่ได้ตอบ เธอเพียงแต่หลับตาลง ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับกับภาพที่เขาแววตาสั่นไหวในวันนี้ ความรู้สึกที่สับสนตีรวนราวกับพายุที่ยังไม่ยอมสงบ
ในขณะเดียวกัน ที่สำนักงานของธาวิน ชายหนุ่มยังคงนั่งจมอยู่ท่ามกลางความมืดมิด เขามองดูแหวนแต่งงานที่เขาเก็บไว้ในกล่องไม้เล็กๆ บนโต๊ะ มันเป็นแหวนที่เขาเคยโยนทิ้งไปในความทรงจำที่ขมขื่น แต่วันนี้เขากลับหยิบมันขึ้นมาหมุนเล่นด้วยมือที่สั่นเทา
เขาตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดส่งข้อความสั้นๆ ไปยังปลายทางที่เขาเฝ้ารอคอยมาตลอดกาลเวลา
*‘ถ้าความรักของผมคือแผลเป็น ผมขอใช้เวลาที่เหลือทั้งหมดรักษาให้มันกลายเป็นความทรงจำที่งดงามที่สุดของคุณ แม้ว่าคุณจะไม่อภัยให้ผมเลยก็ตาม’*
เสียงข้อความดังขึ้นในโทรศัพท์ของลลินท่ามกลางความเงียบ เธอหยิบขึ้นมาอ่าน แสงจากหน้าจอสะท้อนในแววตาที่เริ่มคลอไปด้วยหยาดน้ำตา แต่ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องพักของเธอก็ดังขึ้นรัวเร็วและหนักแน่นผิดปกติในยามวิกาล
ลลินขมวดคิ้ว เธอเดินไปที่ประตูด้วยความฉงน เพราะไม่ควรจะมีใครมาหาเธอในเวลานี้ เธอส่องช่องตาแมวแล้วต้องชะงักงัน ร่างที่ยืนอยู่หน้าห้องไม่ใช่ธาวิน... แต่เป็นใครบางคนที่ควรจะอยู่ในที่ที่ห่างไกลจากชีวิตของเธอไปตลอดกาล
หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมาเมื่อเห็นว่าเขาคนนั้นถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่คุ้นตาติดมือมาด้วย ราวกับว่าความลับที่เธอพยายามซ่อนไว้ในอดีตกำลังถูกกระชากออกมาต่อหน้าต่อตาในวินาทีนี้...
ดาริกาส่องแสงจะตั้งใจร้อยเรียงบทต่อไปให้หัวใจของนักอ่านเต้นไม่เป็นจังหวะมากกว่าเดิมนะคะ
รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ•ตอนที่ 47
กลับมาทบทวน
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!