“ถ้าคุณธาวินเลือกเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป ผมเกรงว่าตัวเลขในไตรมาสสุดท้ายจะกลายเป็นฝันร้ายที่แก้ไม่ตกนะครับ”
เสียงทุ้มต่ำของกรรมการบริหารคนหนึ่งดังก้องในห้องประชุมที่เย็นเยียบ ลลินที่นั่งอยู่มุมมืดของห้องสังเกตการณ์ผ่านกระจกบานใหญ่ได้แต่เม้มริมฝีปากแน่น เธอเห็นแผ่นหลังของธาวินที่ดูสงบนิ่งผิดปกติ เขานั่งประสานมือบนโต๊ะไม้ตัวยาว แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวไปกับคำเสียดสีหรือข้อเสนอที่เปี่ยมด้วยเล่ห์เหลี่ยมของเหล่าผู้ถือหุ้นที่จ้องจะฉุดรั้งเขาให้ดิ่งลง
ในชาติก่อน ธาวินที่เธอรู้จักคือชายหนุ่มผู้ทะเยอทะยานจนมองไม่เห็นกับดักที่คนรอบข้างขุดไว้ แต่ในตอนนี้... หลังจากที่เขากลับมาพร้อมความทรงจำที่เปลี่ยนแปลงไป ธาวินเลือกที่จะ 'รอ' และ 'ถอย' เพื่อจะกระโดดให้ไกลกว่าเดิม ลลินรู้ดีว่าเขากำลังรอจังหวะที่เหมาะสม แต่ถ้าหากเขาปล่อยให้เหตุการณ์นี้ยืดเยื้อไปมากกว่านี้ ความน่าเชื่อถือของเขากับบอร์ดบริหารจะหมดลงทันที
ลลินหยิบแท็บเล็ตขึ้นมา นิ้วเรียวพิมพ์ข้อความส่งหา 'รินรดา' เพื่อนสนิทที่คอยเป็นเครือข่ายข้อมูลให้เธออยู่เงียบๆ
[ริน... ข้อมูลบริษัทคู่แข่งที่ธาวินต้องการน่ะ ส่งให้เขาผ่านอีเมลกลางของฝ่ายกลยุทธ์นะ อย่าให้เขารู้ว่าเป็นฉัน และที่สำคัญ... ต้องแนบเอกสารยืนยันความโปร่งใสของโครงการที่เราเคยตรวจพบแนบไปด้วย]
[ลลิน นี่เธอจะเล่นแบบนี้จริงๆ เหรอ? ถ้าเขารู้ว่าเธอเป็นคนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ เขาอาจจะรู้สึกว่าเธอไม่ไว้ใจเขาหรือเปล่า?]
[เขาไม่จำเป็นต้องรู้ว่าใครเป็นคนทำ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือธาวินต้องชนะเกมนี้ เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องเสียสิ่งที่เขาพยายามสร้างขึ้นมาอีกครั้ง... แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ]
ลลินวางแท็บเล็ตลงแล้วมองผ่านกระจกไปอีกครั้ง ธาวินในตอนนี้ดูโตขึ้นมาก เขารู้จักการใช้ความเงียบเป็นอาวุธ แต่เขายังขาด 'หลักฐานชิ้นสำคัญ' ที่จะสยบพวกหัวรั้นเหล่านั้น ลลินไม่ได้ต้องการเป็นวีรสตรีในชีวิตเขา เธอเพียงแค่ต้องการเป็นร่มเงาที่คอยประคองไม่ให้เขาต้องล้มลงเหมือนที่เคยเป็นมา
ผ่านไปเพียงสิบห้านาที หน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ในห้องประชุมก็เปลี่ยนไป ธาวินชะงักไปเล็กน้อยขณะที่พนักงานฝ่ายกลยุทธ์ก้าวเข้ามานำเสนอเอกสารชุดใหม่ที่ได้รับมา ‘ปริศนา’ ที่เขาตามหามาตลอดสามวันปรากฏขึ้นตรงหน้า ราวกับปาฏิหาริย์ที่มาทันเวลาพอดี
ดวงตาคมกริบของธาวินกวาดมองเอกสารเหล่านั้น ก่อนจะหันมามองที่กระจกบานใหญ่... ตรงที่ลลินยืนอยู่ แม้เธอจะรู้อยู่เต็มอกว่าเขามองไม่เห็นเธอจากมุมนี้ แต่หัวใจของเธอกลับเต้นผิดจังหวะจนต้องก้าวถอยหลังออกมา
เธอเดินออกจากห้องสังเกตการณ์ มุ่งหน้าไปที่ระเบียงทางเดินที่เงียบสงัด อากาศเย็นยามบ่ายทำให้เธอกระชับเสื้อคลุมตัวบาง ลลินรู้ดีว่าความรู้สึกที่มีต่อธาวินในตอนนี้มันซับซ้อนเกินกว่าจะเป็นแค่ความเห็นใจ มันคือความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นจากการที่เธอได้เห็น 'โอกาสครั้งที่สอง' ของเขากำลังเบ่งบาน
“คุณมาทำอะไรที่นี่เหรอครับ?”
เสียงนุ่มลึกที่คุ้นเคยทำเอาลลินสะดุ้ง เธอหันไปพบธาวินที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีความทะเยอทะยานที่ดุดันอย่างเมื่อก่อน แต่มันมีความนุ่มนวลและคำถามบางอย่างที่ซ่อนอยู่
“ฉันแค่... มาเดินเล่นน่ะค่ะ เห็นคุณประชุมเครียดเลยไม่อยากกวน” ลลินพยายามรักษาท่าทีให้ปกติที่สุด
ธาวินก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับพยายามค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ความสงบนิ่งนั้น “โครงการนี้... มันสำเร็จได้เพราะเอกสารชุดนั้นมาถึงมือผมในเวลาที่พอดีเกินไป เหมือนมีใครบางคนตั้งใจจะสนับสนุนผมอยู่เบื้องหลัง”
ลลินหัวเราะแผ่วเบา พยายามกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก “บริษัทใหญ่ขนาดนี้ ข้อมูลย่อมไหลเวียนไปมาเป็นธรรมดาค่ะ อย่าคิดมากเลยนะคะ รีบไปจัดการงานของคุณต่อเถอะ”
“ลลิน...” ธาวินเอื้อมมือมาจับข้อมือเธอเบาๆ ก่อนจะปล่อยออกอย่างรวดเร็วเหมือนกลัวว่าเธอจะอึดอัด “ถ้าคนคนนั้นอยากช่วยผมจริงๆ ทำไมเขาถึงไม่ยอมปรากฏตัวออกมาล่ะครับ? การที่ต้องยืนอยู่ในเงามืดแบบนี้... มันไม่เหนื่อยเกินไปสำหรับเขาหรือยังไง”
ลลินนิ่งงันไป คำถามของเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องงาน แต่มันหมายถึงตัวเธอด้วย แววตาของธาวินที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดบางอย่าง เหมือนเขารู้ดีว่าความเย็นชาของลลินในอดีตนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร
“การสนับสนุนที่ไม่หวังผลตอบแทน คือสิ่งที่สวยงามที่สุดไม่ใช่เหรอคะ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะหันหลังเดินหนี
“แต่สำหรับผม... ผมไม่ได้ต้องการแค่ความสำเร็จที่ไม่มีคุณร่วมฉลองด้วยนะ!” ธาวินตะโกนตามหลังมา แต่ลลินยังคงก้าวเดินต่อไปโดยไม่หันกลับไปมอง
ขณะที่ลลินเดินผ่านทางเดินโถงยาวเพื่อกลับไปที่รถ โทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น เป็นสายจากรินรดาที่ดูร้อนรน
“ลลิน! มีคนสืบพบแล้วว่าข้อมูลที่ส่งไปที่อีเมลกลางของบริษัทน่ะ ถูกส่งมาจากเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวที่เป็นชื่อของเธอโดยตรง! ตอนนี้พวกบอร์ดบริหารเริ่มตั้งคำถามแล้วว่าเธอแอบเอาข้อมูลบริษัทไปทำอะไรกันแน่ และที่สำคัญ... ธาวินกำลังเดินตรงไปที่ห้องไอทีเพื่อเช็กต้นตอของข้อมูลแล้ว!”
ลลินชะงักเท้า แสงไฟในโถงทางเดินสั่นไหวราวกับสัญญาณเตือนของพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำเข้ามาในชีวิตของเธอ เธอไม่เคยคิดว่าความใจร้อนของรินรดาจะทำให้ทุกอย่างโป๊ะแตกได้เร็วขนาดนี้
ปลายทางเดิน ธาวินเดินออกมาจากลิฟต์ด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย... แต่ดวงตานั้นจับจ้องมาที่เธอราวกับนักล่าที่พบเหยื่อที่ตัวเองเฝ้าตามหามาตลอดชีวิต ในมือของเขาถือแท็บเล็ตเครื่องนั้นไว้แน่น... เครื่องที่เป็นหลักฐานว่าลลินคือผู้อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง
รอยจูบที่เคยเป็นความทรงจำอันขมขื่นในฤดูใบไม้ผลิปีนั้น กำลังจะกลายเป็นรอยแผลที่ถูกเปิดออกอีกครั้งด้วยความจริงที่เธอยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกปิดมันไว้
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงติดตามความรักของลลินและธาวินมาถึงตอนนี้ มาร่วมลุ้นกันต่อนะคะว่าความลับนี้จะเปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเขาไปอย่างไรในตอนหน้า ดาริกาส่องแสงค่ะ
รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ•ตอนที่ 25
การสนับสนุนที่ไม่หวังผล
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!