รอยนิ้วมือของเขาบนหน้าจอโทรศัพท์ที่คว่ำหน้าลง ยังคงทิ้งความเย็นเยียบไว้กลางอากาศ ระหว่างเราไม่มีคำแก้ตัวใดๆ นอกเสียจากเสียงลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกอย่างระมัดระวังของธาวิน ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองตรงมาที่ลลิน คล้ายพยายามค้นหาเงาสะท้อนของความไว้เนื้อเชื่อใจที่เขาเพิ่งทำหล่นแตกคามือไปเมื่อครู่
"ลลินคะ... มันไม่ใช่เรื่องที่คุณกำลังคิด"
น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย ยามเมื่อมือหนาเอื้อมหมายจะแตะลงบนหลังมือของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะกาแฟ แต่ลลินกลับชักมือกลับอย่างนุ่มนวล ทว่าเด็ดเดี่ยวพอที่จะสร้างระยะห่างระหว่างเราให้กว้างขึ้นอีกคืบ
ดาริกาส่องแสงขอพาทุกท่านเดินทางมาถึงตอนที่ 37 แล้วนะคะ บทนี้ลลินของเราจะพาหัวใจที่เคยบอบช้ำมาทบทวนความรู้สึกอย่างถี่ถ้วนอีกครั้งค่ะ
ดวงตากลมโตของหญิงสาวไหวระริกเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะกลับมานิ่งสงบราวผิวน้ำในยามไร้ลมพัด เธอมองหน้าชายหนุ่มผู้ชายที่พยายามวิ่งย้อนเวลากลับมาแก้ไขอดีต แต่วันนี้ เขากลับทำตัวเหมือนคนมีความลับที่ไม่กล้าแม้แต่จะเผชิญหน้า
"ถ้ามันไม่มีอะไร ทำไมคุณถึงต้องรีบคว่ำโทรศัพท์ลงด้วยล่ะคะ ธาวิน" ลลินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งแววประชดประชัน แต่มันกลับบาดลึกยิ่งกว่าคำตัดพ้อใดๆ "เราคุยกันแล้วไม่ใช่หรือคะ ว่าโอกาสครั้งนี้... เราจะเริ่มต้นกันบนกองซากของความจริง ไม่ใช่ความลับ"
"ผมแค่..." ธาวินชะงักไป เขากลืนก้อนความอึดอัดลงคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจยามเจรจาธุรกิจ กลับฉายแวลังเลอย่างที่ลลินไม่เคยเห็นมาก่อน "มีบางเรื่องที่ผมกำลังจัดการอยู่... เรื่องที่คุณอาจจะยังไม่จำเป็นต้องรู้ในตอนนี้ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง"
คำว่า *'เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง'* ทำเอาหัวใจของลลินกระตุกวูบ ประโยคนี้ช่างคุ้นหูเหลือเกิน เป็นประโยคเดียวกันกับที่เขาเคยใช้ในชาติก่อน—ชาติที่เธอถูกทิ้งไว้เบื้องหลังท่ามกลางปัญหาทางธุรกิจและภาระหนี้สินที่เธอไม่เคยรู้เห็น จนกระทั่งวันที่ทุกอย่างพังทลายลงมาทับถมร่างของเธอจนแหลกสลาย
ความหวาดระแวงที่เธอพยายามกดมันลงไปลึกที่สุด ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอีกครั้งราวกับเงาตะคุ่มในความมืด
"คุณกำลังทำแบบเดิมอีกแล้วนะคะ" ลลินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยสักนิด "คุณมักจะตัดสินใจแทนฉันเสมอ มักจะคิดว่าการปกป้องฉันคือการเก็บงำความจริงเอาไว้คนเดียว... ธาวินคะ คุณลืมไปแล้วหรือว่า ฉันไม่ใช่เด็กสาวคนเดิมที่ยอมนั่งรอคอยความเมตตาจากคุณที่บ้านอีกต่อไปแล้ว"
"ไม่ใช่แบบนั้นนะลลิน" ธาวินรีบปฏิเสธ แววตาของเขาร้อนรนจนแทบจะคว้าตัวเธอเข้ามาสวมกอด "ผมแคร์ความรู้สึกของคุณ ผมไม่อยากให้คุณต้องมาเครียดกับเรื่องสกปรกพวกนั้น..."
"แต่การที่คุณปิดบังมัน ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบางๆ ที่พร้อมจะแตกออกเมื่อไหร่ก็ได้นะคะ!"
เสียงของลลินสูงขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยร้าวในความสุขุมที่เธอพยายามรักษาไว้ เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา กลิ่นอายของกาแฟอาราบิก้าเข้มข้นบนโต๊ะไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย มีแต่จะเพิ่มความขมปร่าในลำคอ
รินรดา เพื่อนสนิทที่นั่งรออยู่ไม่ไกลและคอยสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ตัดสินใจเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับวางมือลงบนไหล่บางของลลินเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยนและดึงสติ
"มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าคะ?" รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่สายตากลับมองตรงไปยังธาวินอย่างไม่ไว้ใจนัก ในฐานะเพื่อนที่เห็นลลินเจ็บปวดเจียนตายมาแล้วครั้งหนึ่ง เธอไม่มีวันยอมให้ผู้ชายคนนี้ทำลายเพื่อนรักของเธอซ้ำสองเป็นอันขาด
ธาวินขบกรามแน่น เขาลอบถอนหายใจยาวเหยียด ยอมรับความจริงในใจว่าความซุ่มซ่ามและความหวาดกลัวของตนเองเกือบจะทำลายทุกอย่างที่พยายามสร้างมาตลอดหลายเดือนนี้พังทลายลงในพริบตา
"มันเป็นเรื่องของหุ้นส่วนเก่าคนนั้น..." ในที่สุด ธาวินก็ยอมปริปากออกมาทีละนิด น้ำเสียงของเขาเบาหวิวราวกับคนหมดแรง "เขายังพยายามเข้ามาวุ่นวายกับบริษัท และพยายามขุดคุ้ยเรื่องส่วนตัวของเรา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือต่อรอง... ผมไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังคุณลลิน แต่ผมแค่อยากจัดการมันให้เรียบร้อยก่อนที่คุณจะกังวล"
ลลินนิ่งฟัง สายตาคมปลาบกวาดมองปฏิกิริยาของชายหนุ่มตรงหน้า เธอกำลังใช้เหตุผลและความเป็นผู้ใหญ่มาประเมินสถานการณ์ ความกลัวในอดีตพยายามกระซิบข้างหูว่าให้ถอยหลังกลับไปซะ แต่ความอบอุ่นในปัจจุบันที่เขาเคยทุ่มเทดูแลเธอก็รั้งเธอไว้ไม่ให้ด่วนตัดสินใจ
"คุณกลัวว่าฉันจะเป็นจุดอ่อนของคุณ... ใช่ไหมคะ?" ลลินถามเสียงเบา ลึกซึ้ง และบาดลึก
ธาวินชะงักไป ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยราวกับถูกศรปักเข้าที่กลางใจ เขาไม่กล้าแม้แต่จะปฏิเสธ เพราะลลินพูดถูก... ความกลัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาในตอนนี้ ไม่ใช่การล้มละลาย ไม่ใช่การสูญเสียธุรกิจ แต่มันคือการสูญเสีย *เธอ* ไปอีกครั้ง หากคนพวกนั้นใช้เธอเป็นเครื่องมือ
"ฉันเข้าใจเหตุผลของคุณนะคะ ธาวิน" ลลินเอ่ยต่อ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้น แต่มันกลับเต็มไปด้วยความห่างเหินที่น่าใจหาย "แต่ความเข้าใจ ไม่ได้แปลว่าฉันพร้อมที่จะเอาหัวใจตัวเองไปเสี่ยงกับความไม่ชัดเจนอีกครั้ง"
เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยด้วยท่าทีที่สง่างาม รินรดาขยับตัวเข้ามาประคองเพื่อนสนิทเบาๆ
"ฉันคิดว่า... เราควรเว้นระยะห่างกันสักพัก เพื่อให้คุณได้จัดการเรื่องของคุณให้เรียบร้อย และเพื่อให้ฉันได้ทบทวนดูว่า... ฉันพร้อมจริงๆ หรือเปล่า ที่จะเดินไปข้างหน้ากับคนที่ไม่ยอมเปิดใจให้ฉันถือหางเสือร่วมกัน"
ธาวินผุดลุกขึ้นตามอย่างลืมตัว มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อมือเธอไว้ แต่ก็ชะงักค้างกลางอากาศเมื่อสบเข้ากับแววตานิ่งสงบที่ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ของเธอ แววตาแบบเดียวกับวันที่เธอยื่นใบหย่าให้เขาในชาติที่แล้ว
"ลลิน... อย่าทำแบบนี้เลยครับ... เอ่อ... ไม่สิ อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ ได้โปรด ให้โอกาสผมพิสูจน์อีกสักครั้ง..." เขาเกือบหลุดคำพูดคุ้นเคยออกมา แต่ก็รีบแก้คำพูดแทบไม่ทัน
ในจังหวะที่ลลินกำลังจะก้าวเดินหันหลังให้ ประตูร้านกาแฟกรจกใสก็ถูกผลักเปิดออกพร้อมกับเสียงกระดิ่งลมที่ดังกรุ๊งกริ๊ง
ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมายังโต๊ะของเรา ใบหน้านั้น... เป็นใบหน้าที่ลลินจำได้แม่นยำจากแฟ้มคดีเก่าเมื่อชาติที่แล้ว—บุคคลที่ควรจะยังติดคุกอยู่ต่างจังหวัดในเวลานี้!
"สวัสดีครับ คุณธาวิน... ดูเหมือนว่าผมจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวหรือเปล่าครับเนี่ย?"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความรักที่ได้รับโอกาสครั้งที่สองนี้นะคะ <3
รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ•ตอนที่ 37
การตอบรับที่ลังเล
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!