รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ•ตอนที่ 18

คำถามที่ไม่ได้รับคำตอบ

ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
"คุณกำลังกลัวอะไรอยู่กันแน่ ลลิน... กลัวฉัน หรือกลัวความจริงที่ว่าคุณยังไม่เคยลืมฉันเลยสักวินาที" เสียงทุ้มต่ำของธาวินดังก้องอยู่ในห้องทำงานที่เงียบสงัด จนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ลลินชะงักมือที่กำลังจัดระเบียบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมอ่อนๆ ที่เธอคุ้นเคยจางๆ จากตัวเขาทำให้หัวใจที่พยายามประคองให้มั่นคงสั่นไหวไปชั่วขณะ เธอวางปากกาลงช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มที่ยืนพิงขอบโต๊ะทำงานของเธอด้วยท่าทีคุกคามอย่างสุภาพ ลลินไม่ได้ถอยหนี แต่เธอเลือกที่จะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมคู่นั้น ดวงตาที่ในชาติก่อนเคยทำให้เธอหลงใหล แต่ในชาตินี้มันกลับเป็นเครื่องเตือนใจถึงหยาดน้ำตาที่เสียไปอย่างไร้ค่า "วินคะ... การที่คุณถามคำถามแบบนี้ มันไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ระหว่างเราดีขึ้นเลยนะคะ" ลลินตอบเสียงเรียบ นิ่งสงบดั่งผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อม "เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอคะว่าจะเริ่มต้นกันใหม่ในฐานะคนรู้จักที่ดี หรืออย่างน้อยก็ในฐานะเพื่อนร่วมงาน" "เพื่อนร่วมงาน?" ธาวินแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาของเขาจ้องเขม็งราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงวิญญาณของเธอ "คุณใช้คำว่าเพื่อนร่วมงานกับคนที่คุณเคยใช้ชีวิตอยู่ด้วยมาห้าปีงั้นเหรอ ลลิน คุณเปลี่ยนไปมาก... เปลี่ยนไปจนฉันจำไม่ได้ว่าผู้หญิงที่เคยร้องไห้กอดฉันในคืนที่ฝนตกหนักหายไปไหนแล้ว" ลลินแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "คนที่คุณพูดถึงน่ะเหรอคะ... เขาตายไปพร้อมกับความเชื่อใจที่พังทลายไปนานแล้วค่ะวิน ทุกวันนี้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าคุณ คือผู้หญิงที่เรียนรู้ว่าความรักไม่ใช่จุดจบของทุกอย่าง และที่สำคัญ... คือผู้หญิงที่รู้จักคุณดีเกินกว่าจะปล่อยให้ตัวเองตกหลุมพรางเดิมซ้ำสอง" ธาวินก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว จนลลินรู้สึกถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา เขาไม่ได้แตะต้องเธอ แต่การที่เขาบีบบังคับพื้นที่ส่วนตัวของเธอนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เธอบีบมือตัวเองแน่นใต้โต๊ะ "ถ้าคุณเกลียดฉันมากขนาดนั้น ทำไมถึงยังเก็บสร้อยข้อมือเส้นนั้นไว้" ธาวินถามพลางชี้สายตาไปที่ข้อมือบางของลลิน แม้มันจะถูกปกปิดด้วยแขนเสื้อเชิ้ต แต่เขาก็จำได้แม่นว่าภายใต้ผ้านั้นคืออะไร ลลินชะงักไปครู่หนึ่ง เธอกลืนก้อนสะอื้นที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก "มันเป็นแค่ของเก่าค่ะ... ฉันแค่ขี้เกียจทิ้ง ไม่ได้มีความหมายอะไรลึกซึ้งอย่างที่คุณกำลังคิดหรอกนะคะ" "โกหก" ธาวินก้าวประชิดตัวจนลลินต้องเอนหลังพิงเก้าอี้ เขาโน้มตัวลงมา ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น "ถ้ามันไม่สำคัญ ทำไมมือคุณถึงสั่นตอนที่ฉันพูดถึงเรื่องวันวาน ทำไมสายตาคุณถึงดูเจ็บปวดทุกครั้งที่ฉันพยายามจะเข้าใกล้ คุณไม่ได้แค่เปลี่ยนไป ลลิน... แต่คุณกำลัง 'หนี' อะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจนั่นต่างหาก" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง คล้ายกับมีพายุโหมกระหน่ำอยู่ในใจของคนทั้งสอง ลลินจ้องมองคนตรงหน้า ความทรงจำในชาติก่อนที่เขาเคยมองข้ามความรู้สึกของเธอไปให้ความสำคัญกับงานและความทะเยอทะยานจนความสัมพันธ์พังทลายยังคงแจ่มชัด แต่ในวันนี้... ธาวินคนนี้กลับดูต่างออกไป เขามีความอ่อนโยนที่แฝงความร้อนแรง เขาพยายามเข้าหาเธอด้วยวิธีที่เขาไม่เคยทำในอดีต "ฉันไม่ได้หนีค่ะวิน" ลลินตอบเสียงแผ่ว แต่หนักแน่นในความรู้สึก "ฉันแค่กำลัง 'สร้างใหม่' และตัวตนใหม่ของฉัน... ไม่มีพื้นที่ให้คนที่ไม่รู้จักรักษาคำสัญญาอีกต่อไปแล้ว" ธาวินนิ่งงันไป คำพูดของเธอราวกับมีดที่กรีดลงบนหัวใจของเขา เขาเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า ความเจ็บปวดที่เขาเคยมอบให้เธอนั้นมันฝังรากลึกเกินกว่าที่เขาจะคิดไว้ "งั้นบอกฉันมา..." ธาวินลดเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ "ต้องทำยังไง... ต้องทำยังไง คุณถึงจะยอมมองฉันในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังพยายามแก้ไขอดีต ไม่ใช่แค่คนแปลกหน้าที่คุณต้องอดทนทำงานด้วย" ลลินเม้มปากแน่น เธออยากจะบอกเขาเหลือเกินว่ามันไม่มีทาง เพราะเธอไม่อยากเจ็บซ้ำอีก แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นเพื่อจะเอ่ยปฏิเสธ สายตาของเขากลับสะท้อนความเปราะบางที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นความเปราะบางที่ทำให้กำแพงในใจของเธอกำลังร้าวฉาน จังหวะที่ลลินกำลังจะอ้าปากตอบ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะบอกกล่าว "ลลิน! ฉันมีเรื่องด่วนจะบอก... อุ๊ย!" รินรดาชะงักกึกทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า ภาพธาวินที่กึ่งโอบล้อมลลินอยู่บนโต๊ะทำงานทำให้บรรยากาศที่ควรจะเป็นการสนทนาตึงเครียดกลายเป็นความน่ากระอักกระอ่วนใจ แต่สิ่งที่ทำให้รินรดาหน้าถอดสีไม่ใช่เรื่องนั้น เธอกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "ลลิน... วางงานทุกอย่างลงเดี๋ยวนี้... สิทธิพงษ์... เขาออกมาจากคุกแล้ว และเขากำลังมุ่งหน้ามาที่นี่" ลลินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ชื่อของชายผู้เป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมในชาติก่อนทำให้เธอหน้าซีดเผือด ธาวินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ถึงกับนิ่วหน้าด้วยความโกรธแค้น เขาหันมาสบตาลลินที่ดูเหมือนจะหยุดหายใจไปแล้ว ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของธาวินก็ดังขึ้นพร้อมกัน ข้อมูลบนหน้าจอแสดงชื่อเบอร์แปลกหน้าที่ส่งข้อความรูปถ่ายล่าสุดของลลินที่ยืนอยู่ในห้องนี้เข้ามา พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า... *“ฉันเห็นเธอนะ ลลิน... รอบนี้ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอหนีไปไหนอีก”* ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเปราะบางของหัวใจลลินในตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าดาริกาส่องแสงจะทำให้คุณประทับใจค่ะ
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%