รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ•ตอนที่ 19

กำแพงที่เริ่มพังทลาย

ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
“คุณยังเก็บสร้อยข้อมือเส้นนั้นไว้อีกเหรอคะ?” คำถามนั้นหลุดออกจากริมฝีปากของลลินโดยที่เธอไม่ทันได้ยั้งคิด ราวกับกลไกบางอย่างในจิตใต้สำนึกถูกกระตุกจนทำงานโดยอัตโนมัติ ในขณะที่นิ้วเรียวยาวของธาวินกำลังสาละวนอยู่กับการจัดดอกไม้ในแจกันคริสตัลบนโต๊ะอาหารมื้อค่ำที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศน่าอึดอัด ชายหนุ่มชะงักกึก ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนดูผ่อนคลาย แต่ทว่าแผ่นหลังที่กว้างนั้นกลับเกร็งตัวขึ้นในเสี้ยววินาที เขาไม่ได้หันกลับมามองเธอทันที แต่หยุดนิ่งอยู่นานเสียจนเสียงเข็มนาฬิกาบนผนังที่เคยแผ่วเบากลายเป็นเสียงกังวานราวกับเสียงทุบกลองในหูของลลิน “ผมไม่เคยบอกคุณ... ว่าผมเก็บมันไว้” ธาวินหมุนตัวกลับมา น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งทว่าแฝงไปด้วยความระแวดระวัง ดวงตาคมคายคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าเรียบเฉย ลลินตระหนักได้ทันทีว่าเธอพลาดไปแล้ว เธอเผลอไผลปล่อยให้ ‘ความทรงจำจากชีวิตที่แล้ว’ เล็ดลอดออกมาผ่านคำพูด เธอเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกถึงความเย็นวาบที่แล่นผ่านปลายนิ้ว ความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของเขาดูเหมือนจะบีบอัดอากาศจนหายใจลำบาก “ฉัน... ฉันแค่อ่านเจอในบันทึกของคุณน่ะค่ะ ตอนที่จัดเอกสารให้เมื่อสัปดาห์ก่อน” เธอโกหกคำโตอย่างแนบเนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระดอนออกมานอกอก ธาวินก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ จังหวะการเดินที่มั่นคงนั้นกดดันจนเธอต้องก้าวถอยหลังไปพิงกับขอบหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน เขาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่หนึ่งช่วงลมหายใจ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของเขาที่เธอคุ้นเคยดีตลอดหลายปีที่ผ่านมากลับทำให้เธอรู้สึกถึงความเปราะบางของกำแพงที่เธอก่อไว้ “บันทึกของผมเล่มนั้นผมเก็บไว้ในตู้เซฟที่บ้านพักต่างจังหวัด” เขาเอ่ยเสียงต่ำพลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “แล้วคุณไปจัดการเอกสารที่นั่นตอนไหนล่ะครับ ลลิน?” คำถามนั้นไม่ใช่คำถามทั่วไป แต่เป็นกับดักที่ดักรอให้เหยื่ออย่างเธอเดินลงไป ลลินพยายามควบคุมใบหน้าไม่ให้แสดงความตื่นตระหนก เธอรู้ดีว่าธาวินไม่ใช่คนโง่ เขามีความเฉลียวฉลาดที่น่ากลัว โดยเฉพาะเมื่อเขากำลังจับผิดใครบางคนอยู่ “อาจจะเป็นตอนที่คุณลืมทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานที่ออฟฟิศมั้งคะ ฉันก็แค่... ผ่านตาไปบ้าง” ลลินเบือนหน้าหนี แต่ถูกนิ้วแกร่งของเขาเชยคางให้หันกลับไปสบตา “คุณดูหลบเลี่ยงผมนะ” ธาวินกระซิบ เสียงของเขาเปลี่ยนจากความสงสัยเป็นความอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความปรารถนาบางอย่างที่ทำให้ลลินใจสั่น “หรือว่า... จริงๆ แล้วคุณรู้อะไรบางอย่างที่ผมไม่เคยบอกใคร” บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป กำแพงที่ลลินพยายามสร้างไว้เพื่อกั้นเขตแดนระหว่าง 'คนรักเก่าในความทรงจำ' กับ 'ผู้ชายที่กำลังเริ่มต้นใหม่' เริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง เธอรู้ดีว่าหากเขาสงสัยมากขึ้นกว่านี้ ความลับเรื่องการย้อนคืนของเวลาอาจถูกเปิดเผย และนั่นคือสิ่งที่เธอหวาดกลัวที่สุด “ฉันแค่อยากรู้ว่าทำไมคุณถึงให้ความสำคัญกับของชิ้นนั้นนัก” ลลินเปลี่ยนเรื่องอย่างแนบเนียน เธอรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แม้ภายในใจจะร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา “ในเมื่อเราทั้งคู่ต่างก็เริ่มชีวิตใหม่แล้ว ของบางอย่าง... การลืมมันไปอาจจะง่ายกว่าไหมคะ?” ธาวินหัวเราะในลำคอ แต่ไม่มีความขบขันในแววตาของเขาเลยแม้แต่น้อย เขาขยับเข้ามาใกล้จนหน้าผากของเขาเกือบจะแตะกับหน้าผากของเธอ “สำหรับคนอื่นอาจจะง่ายครับ แต่สำหรับผม สร้อยเส้นนั้นไม่ใช่แค่เครื่องประดับ แต่มันคือสัญญา” “สัญญา?” ลลินทวนคำ เสียงสั่นพร่า “สัญญาว่าจะไม่ทำพลาดอีก... ในครั้งนี้ ผมจะไม่ยอมให้ความผิดพลาดในอดีตพรากคุณไปจากผมเป็นครั้งที่สอง แม้ผมจะไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงพูดถึงมันเหมือนกับว่าคุณรู้ดีว่าผมหวงแหนมันแค่ไหน แต่เชื่อเถอะลลิน... ยิ่งคุณพยายามผลักไสผมออกไปเท่าไหร่ ผมยิ่งมั่นใจว่าหัวใจของคุณไม่ได้ไร้ความรู้สึกต่อผมเลย” เขาขยับเข้าไปใกล้จนช่องว่างระหว่างทั้งคู่แทบจะเป็นศูนย์ ลลินรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านเข้ามา เธอหลับตาลงแน่น พยายามระงับความสับสนในใจที่กำลังตีรวน เธอไม่ได้อยากตกหลุมรักผู้ชายคนเดิมซ้ำอีก แต่ทุกสัมผัสของเขาในตอนนี้ช่างแตกต่างจากความเย็นชาที่เขาเคยทิ้งไว้ให้เธอในอดีต ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของธาวินก็แผดเสียงดังทำลายความเงียบงันที่กำลังก่อตัวเป็นมวลความรู้สึกที่ลึกซึ้ง เขาถอนหายใจอย่างหงุดหงิดพลางผละห่างออกไปมองหน้าจอ ใบหน้าของธาวินเปลี่ยนสีไปในทันทีเมื่อเห็นชื่อผู้โทรเข้า เขามองมาที่ลลินด้วยสายตาที่ซับซ้อน ก่อนจะกดรับสายแล้วเอ่ยเพียงประโยคเดียวที่ทำให้เลือดในกายของลลินเย็นเฉียบ “ใครส่งรูปนี้มาให้คุณ?” ลลินก้าวเข้าไปดูหน้าจอโทรศัพท์ของเขา และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนจอไม่ใช่รายงานการประชุมหรือเรื่องงาน แต่มันคือภาพถ่ายของ ‘สร้อยข้อมือเส้นนั้น’ ในสภาพที่แตกหักและมีรอยคราบเลือดติดอยู่ ซึ่งเป็นสภาพเดียวกับที่เธอเห็นในวันสุดท้ายก่อนที่เธอจะสิ้นใจในชีวิตที่แล้ว... และที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้น คือในภาพมีวันที่ระบุไว้ว่าเป็น ‘เมื่อวานนี้’ ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเปราะบางของหัวใจลลินในตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าดาริกาส่องแสงจะทำให้คุณประทับใจค่ะ
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%