"คุณไม่ได้ตอบคำถามฉัน ธาวิน"
ลลินไม่ได้ตะโกนกลับ เธอเพียงวางแก้วไวน์ในมือลงบนโต๊ะหินอ่อนเบาๆ เสียงกระทบกันของแก้วคริสตัลดังกังวานบาดลึกในความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัวที่บ้านพักตากอากาศ แรงกดดันในอากาศอัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก สายตาของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเธอเคยคิดว่ารู้จักดีที่สุด แต่ในเวลานี้ เขากลับดูเหมือนคนแปลกหน้าที่พยายามจะรื้อฟื้นอดีตที่เธอฝังกลบไปแล้ว
ธาวินกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เขาไม่ได้เดินหนี แต่เขากลับก้าวเข้ามาใกล้เธอจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมบุรุษผสมกับกลิ่นไอความตึงเครียดทำให้ลลินเผลอกลั้นหายใจ
"ผมไม่ได้ทำเพื่อจับผิดคุณ ลลิน" เขาลดเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้ความโกรธ "แต่ความลับที่คุณถือไว้น่ะ มันเหมือนระเบิดเวลา และตอนนี้มันเริ่มนับถอยหลังต่อหน้าต่อตาผมแล้ว คุณคิดจริงๆ เหรอว่าเรื่องในวันนั้น... วันที่คุณคิดว่าไม่มีใครเห็น จะไม่มีวันถูกขุดขึ้นมา?"
ลลินแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "คุณเป็นคนประเภทไหนกันแน่คะ? คนที่ยอมคุกเข่าขอโอกาสเริ่มต้นใหม่ หรือคนที่ยังจมปลักอยู่กับสัญชาตญาณนักสืบที่เอาไว้ทำลายชีวิตคนอื่น?"
เธอลุกขึ้นยืน เผชิญหน้ากับเขาโดยไม่หลบสายตา ความทรงจำเกี่ยวกับความผิดพลาดในอดีตที่เธอเคยพยายามหนีห่างกลับมาแจ่มชัดในใจ เธอไม่ได้กลัวธาวิน แต่เธอกลัวความจริงที่จะทำให้ทุกอย่างพังทลายลงอีกครั้ง
"ลลิน! ธาวิน!"
เสียงเรียกที่แทรกผ่านความตึงเครียดมาจากบานประตูที่เปิดค้างไว้ รินรดา ยืนมองทั้งคู่ด้วยแววตาวิตกกังวล เธอถือถาดเครื่องดื่มค้างไว้ มือไม้สั่นเล็กน้อยจนน้ำแข็งในแก้วกระทบกันเป็นจังหวะที่ไม่คงที่
"พอได้แล้วทั้งคู่" รินรดาเดินเข้ามาแทรกกลางอย่างถือวิสาสะ เธอวางถาดลงบนโต๊ะด้วยแรงที่มากกว่าปกติเล็กน้อย สายตาของเธอกวาดมองเพื่อนสนิทและชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความเคลือบแคลง "ฉันว่าพวกคุณเริ่มเสียสติกันไปใหญ่แล้วนะ สองสามวันที่ผ่านมานี้บรรยากาศมันผิดปกติจนคนในงานเริ่มซุบซิบกันไปทั่ว ลลิน... เธอโอเคไหม?"
ลลินหันไปมองเพื่อนสนิท พยายามปั้นยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ฉันไม่เป็นไร ริน เธอไม่ต้องห่วงหรอก"
"ไม่เป็นไรอย่างนั้นเหรอ?" รินรดาหันไปจ้องหน้าธาวิน "ธาวินคะ ถ้าคุณยังไม่สามารถจัดการความรู้สึกหรือความทะเยอทะยานที่ชอบควบคุมทุกอย่างของคุณได้ ฉันคิดว่าคุณควรออกไปจากที่นี่ก่อนที่ลลินจะเสียศูนย์ไปมากกว่านี้ คุณจำไม่ได้หรือไงว่าทำไมเธอถึงเกลียดความไม่ชัดเจน?"
ธาวินนิ่งงัน คำพูดของรินรดาเหมือนดาบสองคมที่แทงเข้าที่จุดสำคัญ เขามองลลินที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ความเฉยเมยของเธอในวินาทีนี้มันน่ากลัวกว่าคำด่าทอใดๆ
"ผมแค่..." ธาวินพยายามจะเอ่ยบางอย่าง แต่เขากลับเลือกที่จะเงียบไปเอง เขาหันหลังกลับช้าๆ ก่อนจะหยุดฝีเท้าที่หน้าประตูโดยไม่หันมามอง "ผมจะรอข้างนอก ถ้าคุณพร้อมจะพูดความจริง... หรือแม้แต่ถ้าคุณต้องการจะไล่ผมไปให้พ้นจากชีวิตอีกครั้ง"
เมื่อร่างสูงลับสายตาไป รินรดาก็ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาข้างลึก เธอกุมมือลลินไว้แน่น "บอกความจริงฉันมา ลลิน... เรื่องพินัยกรรมนั่น มันไม่ใช่แค่เรื่องทรัพย์สินใช่ไหม? มีอะไรที่ธาวินรู้ แต่เธอพยายามจะปิดบังฉันด้วยหรือเปล่า?"
ลลินนั่งลงตาม แววตาของเธอเหม่อลอยออกไปทางหน้าต่างบานใหญ่ที่เผยให้เห็นสวนดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานในฤดูใบไม้ผลิ แต่มันกลับดูแห้งเหี่ยวในสายตาของเธอ "ริน... บางความลับ ถ้ามันถูกเปิดเผยออกมาในเวลาที่ไม่ใช่ มันจะทำลายคนที่เรารักที่สุด แม้แต่คนที่เธอคิดว่าเขาไม่มีวันได้รับผลกระทบก็ตาม"
"แล้วเธอจะเก็บมันไว้นานแค่ไหน? จนกว่าความสัมพันธ์นี้จะพังลงอีกครั้งเหมือนชาติที่แล้วเหรอ?" รินรดาถามด้วยเสียงจริงจัง
ลลินสั่นศีรษะ เธอหันมามองเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มที่ขื่นขม "ฉันไม่มีทางเลือก ริน... เพราะหลักฐานที่ธาวินถืออยู่น่ะ ไม่ใช่สิ่งที่เขาค้นพบจากความบังเอิญ แต่มันคือสิ่งที่มีคนส่งไปให้เขา... คนที่ฉันไม่เคยนึกว่าเขาจะกลับมาเหยียบเมืองนี้อีกครั้ง"
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอตั้งใจจะเอ่ยถามชื่อคนคนนั้น แต่ยังไม่ทันที่เสียงของเธอจะหลุดออกมา เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและรีบร้อนก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องทำงาน ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่รุนแรงจนบานไม้สั่นสะเทือน
"ลลิน! เปิดประตู!" เป็นเสียงธาวิน แต่มันไม่ใช่เสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธเหมือนเมื่อครู่ มันคือเสียงที่สั่นพร่าด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"มีอะไรอีกคะธาวิน?" ลลินตะโกนตอบพร้อมกับลุกขึ้นยืนด้วยความสงสัย
"คุณต้องดูนี่... มีคนส่งพัสดุมาที่หน้าบ้าน และข้างในนั้น..." ธาวินหยุดหายใจไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนถึงกระดูก "มันคือภาพถ่าย... ภาพในวันที่คุณบอกว่าคุณไปที่นั่นเพียงลำพัง... แต่ในภาพนั้น มีใบหน้าของคนตายคนหนึ่งปรากฏอยู่ด้วย!"
ลลินหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เธอรีบก้าวไปที่ประตูและกระชากมันเปิดออกทันที ภาพถ่ายที่สั่นไหวในมือของธาวินสะท้อนอยู่ในม่านตาของเธอ มันไม่ใช่แค่ภาพถ่าย แต่มันคือหลักฐานที่สามารถส่งเธอกลับเข้าสู่ความมืดมิดที่เธอเพิ่งพยายามก้าวออกมา
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเปราะบางของหัวใจลลินในตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าดาริกาส่องแสงจะทำให้คุณประทับใจค่ะ
รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ•ตอนที่ 17
ความเห็นต่างของคนใกล้ตัว
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!