“คุณธาวินคะ... การพยายามซ่อมแซมแจกันที่แตกละเอียดไปแล้วด้วยกาวเพียงหยดเดียว มันไม่ได้ทำให้แจกันใบนั้นกลับมาสมบูรณ์เหมือนวันแรกที่ถูกปั้นขึ้นมาหรอกค่ะ”
ลลินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของธาวิน น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ทว่าสั่นไหวเล็กน้อยในประโยคท้าย เธอกำลังกอดอกแน่น สายตาจดจ้องไปยังเอกสารสัญญาบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ แทนที่จะมองหน้าชายหนุ่มผู้กำลังยืนพิงขอบหน้าต่างบานสูงอยู่ไม่ไกล
ธาวินไม่ได้ขยับตัว เขายังคงมองออกไปภายนอกตึกสูงระฟ้าที่ยามค่ำคืนเปลี่ยนเมืองหลวงให้กลายเป็นมหาสมุทรแห่งแสงไฟ เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะหันกลับมาสบตาหญิงสาว แววตาของเขาไม่ได้มีความทะเยอทะยานที่เคยมุ่งร้ายเหมือนในอดีตชาติ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่เจือปนด้วยความอาทร
“ผมไม่ได้ตั้งใจจะซ่อมแจกันใบเดิมหรอกครับลลิน” เขาเว้นจังหวะ เดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอเหลือเพียงช่องว่างเล็กๆ “ผมแค่กำลังเรียนรู้ที่จะปั้นแจกันใบใหม่... ด้วยดินโคลนก้อนเดิม แต่ปรับเปลี่ยนวิธีนวดและแรงกดให้ทะนุถนอมกว่าเก่า”
ลลินแค่นยิ้มที่มุมปาก มือที่กอดอกเริ่มคลายออก เธอขยับตัวเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะห่าง “คุณช่างเปรียบเทียบเก่งเหมือนเดิมเลยนะคะ แต่ลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าดินก้อนนั้นมันผ่านการเผาด้วยไฟแห่งความเจ็บปวดมามากพอที่จะแตกร้าวได้ทุกเมื่อหากคุณเผลอมือหนักเกินไป”
ความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดเหมือนครั้งก่อนๆ มันเป็นความเงียบที่มีจังหวะการเต้นของหัวใจสองดวงสอดประสานกัน ธาวินขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนกลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์จางๆ ของเขาปะทะกับจมูกของลลิน มันเป็นกลิ่นเดิม กลิ่นที่เธอเคยเกลียดในตอนที่มันเป็นสัญลักษณ์ของความเย็นชา แต่ในวันนี้... กลิ่นนี้กลับทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะอย่างน่าประหลาด
“ลลิน...” เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ น้ำเสียงแหบพร่า “ที่ผ่านมาผมทำผิดพลาดไปมาก... ผมรู้ดีว่าเวลาที่เสียไปมันเรียกคืนไม่ได้ แต่ในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ ผมแค่อยากให้โอกาสตัวเองได้ทำหน้าที่ผู้ชายคนหนึ่ง ที่รู้จักคำว่า 'พอดี' กับคำว่า 'ให้เกียรติ' ต่อผู้หญิงที่เขารัก... จริงๆ”
ลลินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่สวยของเธอมีความระแวดระวังฉายชัด แต่ในขณะเดียวกัน มันก็มีร่องรอยของความโหยหาที่เธอพยายามซ่อนเร้นไว้ภายใต้ความสุขุม เธอไม่ใช่เด็กสาววัยแรกรุ่นที่จะหลงเชื่อคำหวานได้ง่ายๆ โดยเฉพาะหลังจากที่เคยผ่านการตายจากความรักในอดีตมาแล้วครั้งหนึ่ง
“คุณกำลังบอกว่า... เรากำลังจะก้าวข้ามเส้นขนานนั่นจริงๆ ใช่ไหมคะ?”
ธาวินยกมือขึ้นช้าๆ ก่อนจะวางลงบนข้างแก้มของเธอ แผ่วเบาและทนุถนอมเหมือนกลัวว่าหากเขาเผลอแรงไปเพียงนิด เธอจะแตกสลายคามือ “เราข้ามมันมานานแล้วลลิน... เพียงแต่คุณกำลังแสร้งมองไม่เห็นมันอยู่ก็เท่านั้น”
ลลินหลับตาลงรับสัมผัสที่อบอุ่นนั้น ความอบอุ่นที่เธอโหยหามาเนิ่นนาน ทว่าในจังหวะที่หัวใจกำลังจะยอมแพ้ต่อความปรารถนาลึกๆ เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่ประตูจะเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างของรินรดาเดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด
“ลลิน! ธาวิน! พวกคุณต้องดูนี่...” รินรดาแทรกตัวเข้ามาพร้อมแท็บเล็ตในมือ ใบหน้าของเพื่อนสนิทเผือดสี “ข่าวใหญ่ในหน้าโซเชียลตอนนี้... มีคนปล่อยภาพถ่ายเหตุการณ์ในค่ำคืนนั้นที่งานเลี้ยงการกุศล ภาพที่พวกคุณยืนคุยกันตรงระเบียง... และคนที่ถ่ายมัน คือคนที่ฉันไม่เคยนึกระแวงมาก่อนเลย”
ธาวินชะงัก มือที่แตะแก้มลลินค่อยๆ ตกลง เขาหันไปมองหน้าจอที่รินรดายื่นให้ ดวงตาของเขาวูบไหวด้วยความตกใจอย่างรุนแรงเมื่อเห็นชื่อบัญชีผู้ปล่อยภาพ
มันไม่ใช่ศัตรูทางธุรกิจคนไหน... แต่เป็นบุคคลที่ควรจะอยู่เคียงข้างและสนับสนุนเขามาโดยตลอดชีวิต
“นั่นมัน... เป็นไปไม่ได้” ธาวินพึมพำออกมาเสียงแผ่ว “แม่ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน?”
ลลินที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ ถึงกับตัวเย็นเฉียบ เมื่อชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอคือชื่อที่เธอคิดว่าหลุดพ้นจากวงโคจรของพวกเขาไปนานแล้ว... การที่แม่ของธาวินก้าวเข้ามาแทรกแซงในจังหวะที่ความสัมพันธ์ของพวกเขาเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างสวยงาม ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการประกาศสงครามครั้งใหม่ที่เธอไม่ได้เตรียมตัวจะรับมือ
ดาริกาส่องแสงขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบทที่ 22 มาด้วยกันนะคะ
รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ•ตอนที่ 22
ก้าวข้ามผ่านเส้นขนาน
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!