"ถอยออกมาสิคะ... ธาวิน! บอกให้ถอยออกมาไง!"
เสียงตะโกนของลลินแหบพร่าจนแทบเป็นเสียงกรีดร้อง ท่ามกลางกลิ่นไหม้ของยางและฝุ่นควันที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ภาพเหตุการณ์ระเบิดเมื่อครู่ยังคงสั่นคลอนม่านตาของเธอ แต่สิ่งที่สั่นคลอนหัวใจยิ่งกว่า คือการที่ธาวิน—ชายหนุ่มผู้เคยละทิ้งเธอไว้กลางกองเพลิงแห่งความทะเยอทะยานในชาติที่แล้ว—กลับเป็นคนแรกที่พุ่งเข้ามากอดรัดร่างเธอไว้แน่น เพื่อรับแรงอัดกระแทกนั้นแทนเธอทั้งหมด
ความเงียบงันที่น่าใจหายเข้าปกคลุมแทนที่เสียงอื้ออึง ลลินค่อยๆ ลืมตาขึ้น พบว่าพวกเขาทั้งคู่นอนจมอยู่บนพื้นคอนกรีตที่แตกร้าว แสงไฟจากรถยนต์ที่อยู่ไม่ไกลสาดส่องเข้ามาเป็นระยะ
"คุณ... คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?" ธาวินกระซิบ เสียงของเขาแหบแห้ง สั่นพร่า มือหนาที่เปื้อนคราบเขม่าพยายามลูบใบหน้าเธออย่างเชื่องช้า ราวกับจะยืนยันว่าสิ่งที่เขากอดไว้นั้นไม่ใช่เพียงภาพหลอนในความทรงจำ
ลลินไม่ได้ตอบในทันที เธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านตามร่างกาย แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาของเขา ดวงตาคู่เดิมที่เธอเคยเกลียดชังเมื่อหลายปีก่อน ความแข็งกร้าวในใจเธอกลับพังทลายลงเหมือนกำแพงที่โดนแรงระเบิด เธอเห็นความหวาดกลัว... ความหวาดกลัวที่ไม่ได้เกิดจากการเจ็บตัว แต่มันคือความหวาดกลัวที่จะสูญเสียเธอไปอีกครั้ง
"ทำไม..." ลลินเอ่ยถาม เสียงของเธอเบาหวิว "ทำไมถึงทำแบบนี้คะ? ในเมื่อคุณรู้ว่าถ้าคุณถอยไปเสียตั้งแต่ตอนนั้น คุณก็คงปลอดภัย และเราก็คงไม่จำเป็นต้องมาติดอยู่ในวงจรที่พังทลายนี้..."
ธาวินหลับตาลงแน่น หยาดเหงื่อและคราบเขม่าบนใบหน้าทำให้เขาดูหมดสภาพอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุข มีเพียงความขมขื่นที่พรั่งพรูออกมา
"เพราะผมเพิ่งเข้าใจน่ะครับลลิน" เขาพึมพำ ก่อนจะลืมตาขึ้นมองเธอด้วยแววตาที่หนักแน่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "ในวันที่ผมได้ทุกอย่างที่ต้องการ... ในชาติที่แล้วน่ะครับ ผมมองไม่เห็นแม้แต่เงาของตัวเองในกระจก ผมเห็นแค่บริษัท ความสำเร็จ และทิฐิที่คิดว่าตัวเองเก่งกว่าใคร แต่พอผมหันไปข้างหลัง... มันไม่มีคุณแล้ว"
ลลินนิ่งไป ลมหายใจของเธอสะดุดเมื่อได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสำเร็จจอมปลอมของเขา
"ตอนนั้นผมคิดว่าความรักมันคือภาระ" เขาพูดต่อ เสียงนั้นเริ่มสั่นเครือ "ผมคิดว่าถ้าไม่มีคุณ ผมคงทะยานไปได้ไกลกว่านี้ แต่ความจริงคือ... ยิ่งผมสูงขึ้นเท่าไหร่ ผมยิ่งหนาวเหน็บเท่านั้น ในวันที่ผมตัดสินใจทิ้งคุณไว้กับความโดดเดี่ยว ผมไม่ได้ฆ่าแค่ความรักของเราหรอกนะครับ ผมฆ่าตัวตนของตัวเองทิ้งไปพร้อมกันด้วย"
ลลินจ้องมองคนตรงหน้า ความโกรธแค้นที่เคยสั่งสมมานานปีเหมือนถูกชะล้างด้วยน้ำตาที่รื้นขึ้นมาคลอเบ้า เธอเข้าใจ... เธอเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเขาถึงเปลี่ยนไปในชาตินี้ เขาไม่ได้เปลี่ยนเพราะโชคชะตาเล่นตลก แต่เขาเปลี่ยนเพราะเขากำลังแบกรับความตายของหัวใจตัวเองในอดีตมาด้วย
"คุณถึงได้พยายามยื้อทุกอย่างไว้เหรอคะ?" ลลินถามเบาๆ มือบางเอื้อมไปแตะรอยแผลที่โหนกแก้มของเขา "แม้กระทั่งเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยฉันในวันนี้?"
"เพราะผมเพิ่งเข้าใจในวินาทีนี้เองครับ" ธาวินขยับตัวเข้ามาใกล้จนลมหายใจรดรินกัน "ว่ารอยจูบครั้งแรกของเราในฤดูใบไม้ผลิปีนั้น... มันไม่ใช่แค่ความตื่นเต้นของวัยรุ่น แต่มันคือสัญญาที่ผมทำไว้กับตัวเอง ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะไม่มีวันปล่อยมือผู้หญิงที่ทำให้ผมรู้สึกว่า... การมีชีวิตอยู่มันมีความหมายมากกว่าเงินทอง"
ลลินรู้สึกเหมือนหัวใจของเธอถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก เธอเคยคิดว่าเธอเป็นฝ่ายที่เสียหายที่สุดในความสัมพันธ์นี้ แต่เมื่อมองผ่านความขมขื่นของธาวิน เธอจึงเห็นว่าเขาก็เป็นเพียงคนโง่เขลาที่เพิ่งตระหนักได้ว่าตนเองได้ทำลายสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตไปเสียแล้ว
"มันสายไปไหมคะ ถ้าฉันจะบอกว่า..." ลลินหยุดชะงัก สายตาของเธอพร่าเลือนไปด้วยม่านน้ำตา "ฉันเองก็เสียใจ... ที่ในตอนนั้นฉันไม่ได้พยายามเข้าใจคุณให้มากพอ ฉันเอาแต่ตั้งป้อมกำแพงใส่คุณ จนลืมมองไปว่าข้างในนั้น... คุณเองก็กำลังแตกสลายไม่ต่างกัน"
บรรยากาศรอบข้างที่ควรจะเลวร้ายกลับดูนิ่งสนิท ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเพื่อให้ทั้งสองได้มีเวลาปรับจูนความรู้สึกที่ค้างคามานานหลายชาติภพ มือของธาวินกุมมือของลลินไว้แน่น พลังงานจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดความอบอุ่นที่ลลินโหยหามาตลอด
"ลลิน..." เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาเคยมี "เรามาเริ่มต้นกันใหม่ไหมครับ ไม่ใช่ในฐานะคนรักที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นคนสองคนที่รู้ดีว่าจุดแตกหักของกันและกันอยู่ตรงไหน และสัญญาว่าจะไม่เหยียบมันซ้ำอีก"
ลลินพยักหน้าช้าๆ ความรู้สึกโล่งเบาในอกทำให้เธอยิ้มออกมาได้ทั้งน้ำตา เป็นรอยยิ้มแรกในรอบหลายปีที่มาจากหัวใจจริงๆ ไม่ใช่รอยยิ้มที่ฝืนทำเพื่อสร้างหน้าตาทางสังคม
แต่ทว่า ในจังหวะที่ความเงียบงันเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและรีบร้อนของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาจากความมืดมิดทางด้านหลัง พวกเขาไม่ได้มาแค่คนเดียว แต่เสียงนั้นสะท้อนก้องอย่างน่าหวาดหวั่นราวกับทหารที่ออกตามล่าเป้าหมาย
ธาวินชะงักกึก เขารีบลุกขึ้นดึงลลินให้มาหลบอยู่ด้านหลังร่างของเขา สายตาของเขามองไปที่เงามืดนั้นด้วยความระแวดระวังถึงขีดสุด ก่อนที่แสงไฟฉายจากปลายกระบอกปืนจะส่องกระทบใบหน้าของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีดำสนิท ซึ่งก้าวออกมาจากเงามืดพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ
"ดูเหมือนว่า... สิ่งที่พวกคุณพยายามแก้ไขมาตลอด จะไม่ได้มีแค่พวกคุณที่ได้รับโอกาสนั้นนะ" ชายแปลกหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงด้วยความกดดันที่ทำให้ลลินถึงกับตัวสั่นเทา "ยินดีต้อนรับสู่ 'บทลงโทษ' ของคนที่ไม่รู้จักพอครับ คุณธาวิน... คุณลลิน"
ธาวินกำหมัดแน่นเมื่อจำใบหน้านั้นได้ชัดเจน มันคือใบหน้าของคนที่เคยเป็นคนสนิทที่สุดของเขาในชาติก่อน... คนที่ควรจะตายไปพร้อมกับแผนการทุจริตครั้งใหญ่ในอดีต!
"ดาริกาส่องแสงขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจนะคะ"
รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ•ตอนที่ 35
ความเข้าใจใหม่
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!