"อย่าไป... ธาวิน ได้โปรด อย่ารับข้อเสนอนั้น"
เสียงของลลินแหบพร่าและสั่นเครือ มันไม่ใช่เสียงพูดปกติ แต่เป็นเสียงที่เค้นออกมาจากก้นบึ้งของความทรงจำที่แตกสลาย ร่างบางสะดุ้งสุดตัวขึ้นจากเตียงกว้าง หยาดเหงื่อเย็นเฉียบผุดพรายตามกรอบหน้าและแผ่นหลัง ในความมืดมิดของห้องนอนที่เงียบสงัด ความรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นด้วยมือที่มองไม่เห็นยังคงตกค้างอยู่ราวกับเข็มพิษที่ฝังลึก
ลมหายใจหอบถี่ของเธอประสานกับเสียงนาฬิกาที่เดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ลลินยกมือขึ้นกุมหน้าอก หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำเหมือนกลองรบที่กำลังจะพ่ายแพ้ ภาพในฝันเมื่อครู่ยังคงเด่นชัด... ภาพของธาวินในชุดสูทสีเข้มแววตาที่ว่างเปล่าขณะกำลังเซ็นชื่อลงบนเอกสารสัญญาฉบับหนึ่ง ที่นั่น... ในห้องทำงานที่โอ่อ่าแต่หนาวเหน็บ เธอเห็นเขาทอดทิ้งเธอไปเพื่อแลกกับอำนาจที่เขาเคยฝันถึงในชาติก่อน
"แค่ฝัน... มันก็แค่ฝันร้ายที่ตามมาหลอกหลอน" เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นสั่นไหวจนแทบไม่ได้ยิน
เธอก้าวลงจากเตียงด้วยความรู้สึกอ่อนแรง ขาของเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่ ลลินเดินไปที่บานหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ มองออกไปสู่แสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงยามดึก แสงสีเหลืองนวลจากเสาไฟข้างถนนไม่ได้ทำให้ความหนาวในใจลดลงเลยแม้แต่น้อย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนที่แล้ว... ประโยคกำกวมของผู้ชายคนนั้นที่ยื่นข้อเสนอให้ธาวิน มันคือก้อนหินที่ถูกโยนลงในผืนน้ำที่เริ่มนิ่งสงบ
ธาวินในชาตินี้เปลี่ยนไปแล้ว เขาเป็นคนรักที่แสนดี เป็นสามีที่ประคองทุกย่างก้าวของเธอ แต่ความระแวงที่กัดกินใจมานานหลายปีไม่ได้หายไปไหน มันเพียงแค่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของจิตใต้สำนึก และรอคอยเวลาที่จะกัดกินความมั่นใจของเธอให้พังทลายลง
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้อง ลลินรีบปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มทิ้งอย่างรวดเร็ว เธอไม่อยากให้เขาเห็นสภาพที่เปราะบางนี้ ไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอยังคงหวาดกลัวเงาของอดีตที่เขาเองก็อาจจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำ
"ลลิน? ยังไม่นอนอีกเหรอครับ" เสียงทุ้มต่ำของธาวินดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่เขาจะเปิดประตูเข้ามา เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมบนออกเล็กน้อย ผมที่ยุ่งเหยิงจากการนอนทำให้เขาดูเข้าถึงง่ายขึ้น แต่นัยน์ตาคมคู่นั้นกลับฉายแววกังวลทันทีที่เห็นแผ่นหลังของภรรยา
"ฉัน... แค่ฝันร้ายน่ะค่ะ" ลลินตอบโดยไม่หันไปมอง เธอพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด
ธาวินเดินเข้ามาใกล้ เขาไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงแต่กลับเลือกที่จะยืนอยู่ข้างหลังเธอ ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาส่งผ่านทางอากาศมาถึงเธออย่างชัดเจน เขาค่อยๆ เอื้อมมือมาโอบไหล่บางไว้หลวมๆ แรงบีบที่แผ่วเบานั้นคือการปลอบประโลมที่เธอเคยโหยหามาตลอดชีวิต
"ฝันเรื่องอะไรครับ บอกผมได้ไหม?"
คำถามนั้นทำให้หัวใจของลลินกระตุกวูบ เธออยากจะบอกเขาเหลือเกิน อยากจะตะโกนถามเขาไปตรงๆ ว่า 'คุณจะทิ้งฉันไปเพื่ออำนาจพวกนั้นอีกไหม' แต่เธอก็ทำได้เพียงเม้มปากแน่น ความเงียบกลายเป็นกำแพงที่กั้นระหว่างความจริงที่เธอรู้ กับความจริงที่เขากำลังเผชิญ
"ฝันว่า... คุณเดินจากไปในที่ที่ฉันตามไปไม่ถึงค่ะ" ลลินแค่นยิ้มขมขื่น "ฟังดูงี่เง่าใช่ไหมคะสำหรับคนโตๆ แบบเรา"
ธาวินหันตัวเธอให้เผชิญหน้า มือหนาประคองใบหน้าของเธอไว้อย่างทะนุถนอม นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเช็ดรอยชื้นบนผิวแก้มอย่างเบามือ สายตาของเขามีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าที่ใครจะเข้าใจ มันเป็นสายตาของคนที่พร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ ไม่ว่าอดีตจะโหดร้ายแค่ไหน
"ไม่มีอะไรที่งี่เง่าถ้ามันทำให้คุณเสียใจ ลลิน" เขากระซิบใกล้ริมฝีปากเธอ "ไม่ว่าฝันนั้นจะเป็นยังไง หรือต่อให้โลกทั้งใบพยายามจะพรากเราจากกัน จำไว้นะว่าผมเลือกแล้ว... ผมเลือกคุณมากกว่าความทะเยอทะยานใดๆ ที่เคยโง่เขลาขวางทางเราในตอนนั้น"
ถ้อยคำนั้นควรจะทำให้เธออุ่นใจ แต่หัวใจของลลินกลับสั่นสะท้านด้วยความกลัว เพราะนั่นหมายความว่าเขารู้... เขารู้ว่าเขามีอดีตที่ไม่น่าจดจำซ่อนอยู่ และเขากำลังพยายามไถ่โทษมันด้วยชีวิตของเขาเอง
"คุณรู้อะไรมาใช่ไหมคะธาวิน?" ลลินถาม เสียงของเธอเริ่มสั่นระริก "คนที่มาพบคุณ... ข้อเสนอที่คุณได้รับ... คุณกำลังเก็บงำความลับอะไรไว้จากฉันหรือเปล่า?"
ธาวินชะงักไปครู่หนึ่ง เงาในดวงตาของเขาวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัด เขาไม่ได้ตอบทันที แต่กลับหลบสายตาไปทางอื่น ซึ่งท่าทางนั้นเองที่ทำให้ลลินใจหายวาบ มันเป็นท่าทางเดียวกับเขาก่อนที่เขาจะจากเธอไปในชาติที่แล้ว... ท่าทางของคนที่กำลังตัดสินใจเลือกสิ่งที่ 'ดีกว่า' ให้กับครอบครัวโดยไม่ถามความสมัครใจของเธอเลย
"ถ้าผมบอกว่าผมกำลังพยายามปัดเป่าภัยคุกคามที่อาจจะทำลายเรา... คุณจะเชื่อใจผมไหม?" ธาวินถามกลับ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความขัดแย้งในใจ
"เชื่อใจเหรอคะ?" ลลินหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแฝงไปด้วยความรวดร้าว "ถ้าความเชื่อใจนั้นต้องแลกด้วยการที่คุณเอาตัวไปเสี่ยงกับพวกคนพาลพวกนั้น... ฉันไม่ต้องการค่ะ ธาวิน ได้โปรด..."
ทว่าก่อนที่เธอจะพูดจบ ประตูกระจกบานเลื่อนที่ระเบียงกลับถูกเคาะเบาๆ เป็นจังหวะที่แปลกประหลาด... สามครั้งสั้น สองครั้งยาว เหมือนรหัสลับที่ไม่มีใครควรจะรู้ ลลินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่ธาวินหันขวับไปมองที่ระเบียงด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากชายผู้แสนอ่อนโยน กลายเป็นนักธุรกิจผู้เย็นชาและเด็ดขาดในชั่วพริบตา
เขากดไหล่เธอเบาๆ ให้หลบไปข้างหลัง ก่อนจะเดินตรงไปที่ระเบียงด้วยท่าทางที่ไม่ลังเล ลลินมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยใจที่เต้นรัว ความรู้สึกสังหรณ์ใจว่าเหตุการณ์ในฝันกำลังจะกลายเป็นความจริงเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ธาวินเลื่อนบานกระจกออกไป ลมหนาวยามวิกาลกรูเข้ามาในห้องจนผ้าม่านปลิวไสว บนระเบียงนั้นไม่มีใครยืนอยู่ นอกจากซองจดหมายสีดำสนิทที่วางไว้บนโต๊ะรับแขกตัวเล็ก... และเมื่อธาวินหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่าน ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดจนไร้สีเลือด ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองลลินด้วยสายตาที่ทำให้เธอกรีดร้องไม่ออก
"ลลิน..." เขาเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้านที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยิน "คนพวกนั้นไม่ได้เสนอเงิน... พวกมันเสนอภาพถ่าย... ภาพถ่ายของวันที่คุณตายในชีวิตก่อนหน้า"
ดาริกาส่องแสงหวังว่าบทนี้จะทำให้หัวใจของทุกท่านสั่นไหวและอยากติดตามความจริงที่ถูกเปิดเผยในตอนต่อไปนะคะ
รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ•ตอนที่ 7
ความเจ็บปวดที่ยังไม่เลือน
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!