“ของขวัญสำหรับการเริ่มต้นใหม่ไงครับ... ที่รัก”
คำพูดนั้นยังคงดังก้องอยู่ในมโนภาพของลลิน ราวกับประโยคบอกเล่ากึ่งคำสั่งที่ทิ้งความสั่นไหวเอาไว้ในส่วนลึกของหัวใจ เธอจ้องมองกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มในมือด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าฝ่ามือที่เย็นเยียบกลับบ่งบอกถึงความพายุในใจได้เป็นอย่างดี กลิ่นน้ำหอมไม้กฤษณาจางๆ ของธาวินยังคงอบอวลอยู่รอบกาย ราวกับเขากำลังยืนซ้อนหลังเธออยู่ตรงนี้ ทั้งที่ความจริงแล้ว เขาก้าวเดินจากไปทิ้งไว้เพียงความเงียบงันให้เธอจัดการกับเศษซากความทรงจำที่กำลังถูกรื้อฟื้น
ทว่า ความเงียบนั้นไม่ได้อยู่กับเธอนานนัก
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายฉกรรจ์สามคนในชุดสูทสีเทาหม่นที่ก้าวเข้ามาขัดจังหวะบรรยากาศอันเป็นส่วนตัวในโถงทางเดินของโรงแรมหรู ทำให้ลลินต้องเก็บกล่องใบนั้นลงกระเป๋าถืออย่างรวดเร็ว เธอพยายามรักษาท่าทีให้นิ่งสงบที่สุด แม้สัญชาตญาณในใจจะกรีดร้องเตือนถึงอันตราย
“คุณลลินครับ... ท่านประธานต้องการพบคุณเป็นการส่วนตัว เพื่อเคลียร์เรื่องสัญญาที่ค้างคาอยู่” ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยการคุกคามที่ปิดไม่มิด
ลลินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบของเธอปะทะกับสายตาที่แฝงไปด้วยเลศนัยของอีกฝ่าย “การนัดหมายควรจะทำผ่านเลขาฯ ของดิฉันนะคะ และดิฉันจำได้ว่าไม่ได้มีการลงตารางงานนี้ไว้”
“มันเป็นเรื่องด่วนครับ และความด่วน... มักจะไม่รอคอยคำอนุญาต”
หนึ่งในนั้นขยับเข้ามาใกล้จนเธอกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขา ลลินก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ สมองของเธอเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว นี่ไม่ใช่การนัดหมายเพื่อคุยธุรกิจ แต่มันคือการข่มขู่เพื่อให้เธอคายข้อมูลสำคัญที่เธอถือครองอยู่ ซึ่งเป็นความลับที่อาจจะทำลายอำนาจของตระกูลที่อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของชีวิตแต่งงานในชาติก่อนของเธอ
“ดิฉันคิดว่าเราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกนะคะ” ลลินหันหลังกลับหมายจะเดินไปทางลิฟต์ แต่ชายคนหนึ่งขยับตัวมาขวางทางไว้อย่างรวดเร็ว
“เราคงให้คุณไปไม่ได้หรอกครับ จนกว่าจะได้สิ่งที่ต้องการ”
ความรู้สึกกดดันบีบคั้นหัวใจ ลลินรู้ดีว่าต่อให้เธอจะแข็งแกร่งเพียงใดในยุคสมัยนี้ แต่กับพละกำลังของผู้ชายสามคนในที่ลับตาคนเช่นนี้ เธอเสียเปรียบอย่างมหาศาล ความหวาดกลัวที่เธอเคยมีในอดีตผุดพรายขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าในวินาทีที่เธอเกือบจะยอมจำนนด้วยการถอยไปจนสุดผนังทางเดิน
พรึ่บ!
เงาร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาคั่นกลางระหว่างเธอกับชายฉกรรจ์เหล่านั้นอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น ธาวินยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าเธอ แผ่นหลังกว้างของเขากลายเป็นปราการที่ปกป้องเธอจากสายตาหยาบโลนเหล่านั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“ดูเหมือนพวกคุณจะลืมไปนะครับว่า... คนของผม ใครก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง”
น้ำเสียงของธาวินเรียบเย็น หากทว่าอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นทำเอาอีกฝ่ายชะงักไปครู่หนึ่ง ชายฉกรรจ์ทั้งสามหันมาเผชิญหน้ากับเขา ท่าทีที่ดูย่ามใจเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความระแวดระวัง
“คุณธาวิน... เรื่องนี้เป็นธุรกิจส่วนตัวครับ อย่ามาทำตัวเป็นพระเอกจะดีกว่า”
“ธุรกิจที่ต้องใช้คนสามคนล้อมผู้หญิงคนเดียวงั้นหรือครับ?” ธาวินแค่นยิ้มที่มุมปาก มือข้างหนึ่งของเขาล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างผ่อนคลาย ในขณะที่อีกข้างขยับมาบังลลินให้มิด “ผมว่านั่นมันไม่เรียกว่าธุรกิจ แต่มันคือคำจำกัดความของคนขี้แพ้”
การปะทะด้วยวาจาเริ่มตึงเครียดขึ้น ลลินมองแผ่นหลังของคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ความทรงจำที่ว่าเขาเคยเป็นคนที่เย็นชาและทะเยอทะยานในอดีตเริ่มเลือนหายไป แทนที่ด้วยความอบอุ่นที่เขากำลังหยิบยื่นให้ในวินาทีนี้ เขาไม่ได้มาเพื่อบังคับ แต่เขามาเพื่อเป็นที่พักพิง
ธาวินไม่ได้รอให้พวกนั้นตอบโต้ เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รัศมีอำนาจกดดันจนชายทั้งสามเริ่มถอยกรู “จะให้ผมโทรเรียกตำรวจ หรือจะให้ผมจัดการพวกคุณด้วยวิธีการที่พวกคุณชอบใช้กันดีล่ะครับ? ผมจำได้ว่าตึกนี้มีกล้องวงจรปิดทุกมุม... หรือว่าพวกคุณอยากจะดังในหน้าข่าวเศรษฐกิจหน้าหนึ่งวันพรุ่งนี้?”
บรรยากาศนิ่งงันไปครู่ใหญ่ ก่อนที่ชายคนที่เป็นหัวหน้าจะยอมแพ้ด้วยการสะบัดหน้าหนี “ฝากไว้ก่อนเถอะ... เรื่องนี้ยังไม่จบ”
เมื่อความกดดันหายไป ลลินพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ความเหนื่อยล้าพุ่งเข้าใส่จนเธอต้องเกาะขอบผนังไว้ ธาวินหันกลับมามองเธอทันที แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนที่แทบจะละลายความแข็งแกร่งของเธอได้
“คุณเป็นอะไรไหมครับ?” เขาสอบถามพลางขยับเข้ามาใกล้ แต่รักษาระยะห่างไว้อย่างให้เกียรติ
“ดิฉันไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ... ที่เข้ามาช่วย” ลลินพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ แม้มือของเธอจะยังสั่นอยู่เล็กน้อย
ธาวินมองดูเธอด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง เหมือนเขากำลังมองทะลุผ่านความกล้าหาญที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อปกปิดความอ่อนแอ “ผมสัญญาไว้แล้วไม่ใช่หรือครับ ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณได้อีก... แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม”
เขายื่นมือออกมา แต่ไม่ได้สัมผัสเธอ เพียงแค่รอให้เธอตัดสินใจว่าจะรับความช่วยเหลือหรือไม่ ลลินมองมือนั้นอยู่นาน ความสงสัยในหัวใจของเธอยังคงทำงานไม่หยุดหย่อน ว่าเหตุใดชายผู้ที่เคยเย็นชาถึงได้เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนในชาตินี้
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะยื่นมือออกไปเพื่อตอบรับความปรารถนาดีนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น
หน้าจอแสดงชื่อของ ‘รินรดา’ เพื่อนสนิทที่เธอเพิ่งคุยด้วยเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของลลินสะดุดกึก ไม่ใช่เพียงแค่ชื่อผู้โทรเข้า หากแต่เป็นข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาในจังหวะเดียวกันจากระบบรักษาความปลอดภัยในอพาร์ตเมนต์ส่วนตัวของเธอ
*‘มีบุคคลแปลกหน้าพยายามเข้าถึงไฟล์ข้อมูลในแล็ปท็อปของคุณ... รหัสผ่านถูกถอดรหัสสำเร็จแล้วในนาทีนี้’*
ลลินเบิกตากว้าง ความเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วกระดูกสันหลัง เธอเงยหน้าขึ้นมองธาวินที่ยังคงยืนรอคำตอบอยู่ตรงหน้า แววตาของเขาดูสงบนิ่งเกินกว่าจะเป็นคนที่ไม่รู้อะไรเลย หรือนี่คือส่วนหนึ่งของแผนการที่เขาวางไว้เพื่อบีบให้เธอต้องพึ่งพาเขาอย่างสมบูรณ์แบบกันแน่?
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับและหัวใจของลลินในทุกตอนนะคะ ดาริกาส่องแสงจะตั้งใจร้อยเรียงทุกตัวอักษรเพื่อคุณค่ะ
รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ•ตอนที่ 14
มือที่ยื่นเข้ามา
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!