กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง•ตอนที่ 27

ความหึงหวงที่รุนแรง

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวแทบจะระเหยกลายเป็นไอเดียลคุโชน เมื่อข้อความแจ้งเตือนจากสายรายงานด่วนสั่นสะเทือนอยู่บนหน้าจอมือถือ... *คนที่พวกเราตามหามาตลอดสิบปี ปรากฏตัวขึ้นแล้ว... และเป้าหมายแรกที่มันกำลังมุ่งหน้าไป ก็คือคุณรินรดาครับ!* รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยปากถามถึงความตื่นตระหนกบนใบหน้าของบอดี้เนิร์ดมือขวาที่เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ประตูห้องบานใหญ่ก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มของคิรากรก้าวเข้ามาด้วยรัศมีคุกคามที่แผ่พุ่งจนอากาศรอบตัวแทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ากราดมองไปยังร่างบางที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างชายแปลกหน้า—นักธุรกิจหนุ่มทายาทตระกูลดังผู้ร่วมลงทุน ที่เพิ่งเอื้อมมือมาแตะเบา ๆ ที่ข้อศอกของเธอเพื่อแสดงความห่วงใยจากเหตุการณ์ชุลมุนเมื่อครู่ "คุณรินรดาครับ หน้าตาคุณซีดมาก ไปพักผ่อนที่ห้องรับรองก่อนดีไหมครับ เดี๋ยวผม—" *ผวะ!* หมัดหนักหน่วงของคิรากรซัดเข้าที่ใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้นเต็มแรงจนร่างโปร่งล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น พรมราคาแพงเปื้อนคราบเลือดทันทีที่มุมปากของอีกฝ่ายแตกย้อย รินรดากรيدร้องออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานถอดสีจนซีดเผือด เธอก้าวเข้าไปขวางหน้าชายผู้เคราะห์ร้ายไว้โดยสัญชาตญาณ ปลายเล็บจิกเข้าหากันแน่นเพื่อระงับความสั่นเทา "คุณคิรากร! คุณทำบ้าอะไรลงไป!" เสียงหวานหวีดร้องออกมาอย่างเหลืออด ความโกรธผสมผสานกับความหวาดกลัวตีรวนอยู่ในอก แต่คิรากรในยามนี้ไม่ได้ยินเสียงใด ๆ ทั้งสิ้น ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม ยิ่งเห็นร่างบางปกป้องไอ้หน้าอ่อนที่กล้าแตะต้องตัวผู้หญิงของเขา ความหึงหวงที่รุนแรงจนแทบเสียสติก็กัดกินขั้วหัวใจจนเขาแยกแยะความถูกผิดไม่ออกอีกต่อไป สัญชาตญาณดิบเถื่อนของนักล่าถูกปลุกเร้าให้ตื่นขึ้น พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งที่กล้าเข้ามาใกล้ของหวง "ถอยไป รินรดา!" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาอย่างเหี้ยมเกรียม มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวเล็กของเธอแล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนร่างบางเซถลาปะทะกับแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามแรงหอบหายใจ "โอ๊ย! เจ็บนะ... คุณเป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีก!" รินรดาพยายามบิดข้อมือหนีแรงพันธนาการที่ราวกับคีมเหล็ก แววตาคู่สวยฉายแววตัดพ้อและหวาดกลัวระคนกัน "ใช่! ฉมันบ้า! บ้าเพราะเห็นมันแตะต้องตัวเธอไง!" คิรากรคำรามลั่นห้อง ดวงตาแดงก่ำจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริกด้วยความโกรธ ความหึงหวงแผดเผาสติสัมปชัญญะของเขาจนมอดไหม้ เขากลัว... กลัวเหลือเกินว่าสิบปีที่เขาเฝ้ารอคอยและตามล่าหาตัวศัตรูเพื่อล้างแค้น จะมีใครฉวยโอกาสพรากเธอไปจากอ้อมกอดของเขาเสียก่อน และยิ่งไปกว่านั้น... ความหวาดหวั่นลึก ๆ ว่าเธoอาจจะตกเป็นเป้าหมายของมัน ทำให้ความดุดันในตัวเขาพุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ ชายหนุ่มส่งสัญญาณมือให้บอดี้การ์ดลากตัวผู้เคราะห์ร้ายออกไปจากห้องทันที ประตูถูกปิดสนิทลง เหลือเพียงความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อระหว่างคนทั้งสอง รินรดาถูกดันจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับบานประตูไม้เนื้อแข็ง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อร่างสูงใหญ่ทาบทับเข้ามาอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านโอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง คิรากรใช้มือข้างหนึ่งตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ส่วนมืออีกข้างไล้ปลายนิ้วร้อนผ่าวไปตามโครงหน้าเรียว ไล่ลงมาที่คอระหงอย่างถือสิทธิ์ "ปล่อยฉันนะ... คนป่าเถื่อน!" เธอพยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสที่ทั้งคุกคามและสั่นคลอนหัวใจ "ป่าเถื่อนงั้นเหรอ?" คิรากรหัวנסในลำคอ เสียงทุ้มพร่าต่ำจนน่ากลัว ใบหน้าคมคายโน้มลงมาจนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียน กลิ่นหอมหวานประจำตัวเธอยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบให้ตื่นตัว "เธอควรจะรู้ว่าฉันหวงของขนาดไหน รินรดา... ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องเธอ มันต้องไม่ตายดี!" ริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาที่กลีบปากนุ่มทันทีโดยไม่ให้อีกฝ่ายได้ทันตั้งตัว มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการลงทัณฑ์และการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างป่าเถื่อน ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาที่พันธนาการข้อมืออยู่คลายออกเพื่อเลื่อนลงมาโอบรั้งเอวคิ้วคอดให้แนบชิดติดกับเรือนกายกำยำ ร่างบางสะท้านเฮือก แรงขัดขืนที่มีเริ่มอ่อนระทวยลงทีละน้อยภายใต้สัมผัสที่ร้อนแรงดั่งไฟเผาผลาญ รสจูบที่ทั้งดุดันและวาบหวามดึงดูดสติของรินรดาให้หลุดลอย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แม้ปากจะต่อต้าน แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการแอ่นอกรับสัมผัสที่เขาหยิบยื่นให้อย่างโหยหา ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแผดเผาจนมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงเปลวเพลิงแห่งเสน่หาที่โหมกระหน่ำซัดสาดเข้ามาในห้วงอารมณ์จนยากจะต้านทาน คิรากรผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้เธอได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่ดวงตาคู่คมยังคงจดจ้องมองใบหน้าหวานที่แดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อจากการจูบอย่างพึงพอใจ นิ้วโป้งหนาเกลี่ยไล้ริมฝีปากเธอนั้นแผ่วเบา น้ำเสียงที่เอמהนออกมาเต็มไปด้วยแรงอารมณ์และคำสั่งเด็ดขาดที่ไม่อาจปฏิเสธ "จำเอาไว้... ว่าเธอเป็นของฉันคนเดียว อย่าได้คิดแม้แต่จะชายตากลมมองผู้ชายหน้าไหนอีก..." ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นรัวเร็วขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนหอบกระหืดกระหอบของบอดี้การ์ดหน้าห้องที่พังทลายทุกความเคลิบเคลิ้มลงในพริบตา "นายครับ! แย่แล้วครับ! มัน... มันส่งจดหมายเลือดมาที่หน้าคฤหาสน์! และในนั้นมี... มีเส้นผมของคุณรินรดาครับ!" ขอบคุณที่ติดตามอ่านด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%