ความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหรากว้างขวางราวกับถูกแช่แข็งไว้ด้วยไนโตรเจนเหลว รินรดารู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบลงทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น—ชื่อที่คิรากรเพิ่งเอื้อnเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉียบไร้คลื่นอารมณ์ แต่กลับบาดลึกเข้า Zไปในขั้วหัวใจของเธอจนปวดร้าว
กลิ่นอายความเย่อหยิ่งและทรงอำนาจของมาเฟียหนุ่มแผ่ซ่านกดดันบรรยากาศรอบตัวจนแทบหายใจไม่ออก นัยน์ตาคมกริบสีนิลคู่นั้นไม่ได้ทอดมองเธอด้วยความเสน่หาดังเช่นทุกค่ำคืนที่ผ่านมา หากแต่ว่างเปล่า เยือกเย็น และเต็มไปด้วยกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อปิดกั้นทุกความรู้สึก
"เงียบทำไมล่ะ รินรดา" คิรากรเอ่ยขึ้นอีกครั้ง เสียงทุ้มต่ำนั้นติดจะเย้ยหยันเล็กน้อยขณะที่เขายกแก้ววิสกี้สีอำพันขึ้นจิบช้าๆ สายตาคมปลาบจับจ้องอยู่ที่เรือนร่างระหงของหญิงสาวราวกับสัตว์ป่ากำลังประเมินเหยื่อ "หรือว่าชื่อนี้มันทำให้ความทรงจำสกปรกๆ ของเธอสั่นคลอนจนพูดไม่ออกกันแน่"
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาไม่ได้เสี้ยวหนึ่งของความเจ็บปวดในอก เธอยืดตัวขึ้นตรง พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะควบคุมเสียงสั่นพร่าของตัวเองไม่ให้แสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้
"ถ้าคุณคิรากรเชิญดิฉันมาที่นี่เพื่อพูดจาดูถูกเหยียดหยามกันด้วยเรื่องไร้สาระแบบนี้... ดิฉันคิดว่าเราไม่มีความจำเป็นต้องเสียเวลาต่อกันอีกแล้วค่ะ" เธอเชิดหน้าขึ้น สบตากับเขาตรงๆ แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะสั่นไหวรุนแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความดุดันอันตราย เขาวางแก้วลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่นจนน้ำของเหลวสีอำพันกระฉอก ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวเธอด้วยความเร็วที่รินรดาไม่ทันตั้งตัว
พรึบ!
ร่างบางถูกต้อนจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบอย่างไร้ทางหนี คิรากรกักขังเธอไว้ด้วยวงแขนแข็งแกร่งทั้งสองข้าง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ เป่ารดอยู่ข้างแก้มของเธอ
"เสียเวลาอย่างนั้นเหรอ?" เสียงกระซิบพร่าต่ำลอดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกที่เหยียดยิ้มเยาะ "แต่ฉันกลับคิดว่า... เธอกำลังสนุกกับการเล่นเกมตบตาฉันอยู่เสียมากกว่า รินรดา ผู้หญิงที่ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องครอบครัวจอมปลอมอย่างเธอนี่... เล่นบทผู้บริสุทธิ์ได้แนบเนียนดีนี่"
คำพูดที่จงใจดูถูกเหยียดหยามศักดิ์ศรี ทำให้ความอดทนเส้นสุดท้ายของรินรดาขาดผึ่ง มือเรียวเล็กยกขึ้นผลักอกแกร่งเต็มแรง แต่เขากลับนิ่งสนิทราวกับกำแพงหินผา
"ใช่ค่ะ! ดิฉันมันก็แค่ผู้หญิงหน้าเงิน ผู้หญิงสกปรกที่คุณหวังจะใช้เป็นเครื่องระบายความแค้น!" รินรดาระเบิดอารมณ์ออกมาบ้าง ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใส แต่เธอกลั้นมันไว้ไม่ยอมให้ร่วงหล่นลงมาประจานความอ่อนแอ "ในเมื่อคุณคิดว่าดิฉันเป็นแบบนั้น... แล้วทำไมคุณยังต้องดึงดิฉันไว้ในนรกของคุณล่ะคะ ปล่อยดิฉันไปสิ!"
"ปล่อยเหรอ?" คิรากรทวนคำ นัยน์ตาดำสนิทวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดติดขึ้นมาอย่างง่ายดาย มือหนาเอื้อมไปบีบปลายคางมนของเธอไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ บังคับให้เธอแหงนเงยขึ้นรับสัมผัสที่ทั้งเจ็บปวดและเร่าร้อนในคราวเดียวกัน "ฝันไปเถอะ! ในเมื่อเธอเลือกที่จะเดินเข้ามาในเกมนี้เองแล้ว... เธอก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยปากขอร้องให้ออกจากขุมนรกนี่ รินรดา!"
ความเย็นชาที่ทั้งสองฝ่ายต่างสวมใส่เข้าประชิดตัวกันในตอนนี้ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งโหมกระหน่ำความร้อนระอุและความอัดอั้นตันใจให้พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด รสสัมผัสจากการถูกบีบเคล้นที่คางส่งผ่านความเจ็บแปลbไปทั่วใบหน้า แต่ดวงตาของทั้งคู่กลับไม่มีใครยอมลดละความพ่ายแพ้ให้แก่กัน
รินรดาแค่นยิ้มหยันทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า "คุณมันก็แค่คนใจร้าย... ที่ใช้ความแค้นมาเป็นข้ออ้างในการทำร้ายคนไม่มีทางสู้"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ตัดขาดสติสัมปชัญญะของมาเฟียหนุ่ม คิรากรคำรามต่ำในลำคออย่างเหลืออด ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านผสมปนเปไปกับแรงดึงดูดทางกายที่ไม่อเคยลดน้อยลงเลยแม้แต่วินาทีเดียว เขาประกบเรียวปากลงมาปิดกลีบปากนุ่มที่กำลังต่อต้านเขาอย่างดุดันและไร้ความปรานี
"อื้อ..." รินรดาครางประท้วงในลำคอ มือเล็กระดมทุบตีไปที่แผงอกกว้างของเขาเพื่อขัดขืน แต่ทว่าเรี่ยวแรงอันน้อยนิดหรือจะสู้แรงมหาศาลของชายหนุ่มได้ คิรากรใช้มืออีกข้างรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะกดน้ำหนักร่างแนบชิดบดเบียดเข้าหาร่างนุ่มนวลอย่างไร้ช่องว่าง
รสจูบในครานี้ไม่ได้มีความอ่อนหวานหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือการลงทัณฑ์ คือการประกาศกร้าวถึงอำนาจเหนือกว่า และเป็นการระบายความเร่าร้อนที่แผดเผาทั้งสองร่างให้หลอมละลายเข้าหากัน ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ เรียวปากของเธอถูกขบเม้มจนบวมเจ่อ รสชาติเค็มปร่าของหยาดน้ำตาที่ไหลรินผ่านมุมปากผสมผสานไปกับรสจูบอันดุเดือด ยิ่งปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวของมาเฟียหนุ่มให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มพิกัด
รินรดารู้สึกหายใจไม่ออก สมองพร่าเลือนจนแทบแยกแยะไม่ออกว่าความเจ็บปวดหรือความวาบหวามกันแน่ที่กำลังครอบงำร่างกายของเธอ แรงต่อต้านค่อยๆ อ่อนระโหยโรยแรงลงทีละน้อย เมื่อสัมผัสร้อนผ่าวจากมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้เนื้อผ้าอย่างจงใจปลุกเร้า
คิรากรผริมฝีปากออกช้าๆ ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันในความเงียบ นัยน์ตาคมกริบจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อและใบหน้าที่แดงก่ำของหญิงสาวด้วยแววตาสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนที่มันจะกลับมาเย็นชาดั่งเดิม
"จำใส่สมองของเธอเอาไว้... รินรดา" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดริมหูของเธออย่างจงใจย้ำเตือน พร้อมกับปล่อยข้อมือของเธอให้เป็นอิสระ "ว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหันหลังให้ฉัน... จนกว่าฉันจะเป็นคนอนุญาตเอง"
รินรดายกมือขึ้นลูบข้อมือตัวเองที่ขึ้นรอยแดงจางๆ เธอกัดริมฝีปากมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อและทิฐิ แม้ร่างกายจะสั่นเทาด้วยพิษเสน่หาที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลัง แต่เธอก็ยังเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้นสู้
"ต่อให้คุณจะขังดิฉันไว้ด้วยวิธีไหน... แต่หัวใจของดิฉัน มันไม่มีวันเป็นของคุณหรอกค่ะ"
คำพูดประชดประชันนั้นทำให้แววตาของคิรากรวูบไหวด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง เขายื่นมือออกหมายจะคว้าตัวเธอเข้ามาลงโทษอีกครั้ง แต่ทว่า—
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดภายในห้องอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดยาวนานโดยไม่รออนุญาต
"บอสครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ..."
เสียงลูกน้องคนสนิทที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาหยุดชะงักกึกทันที เมื่อเห็นภาพนายใหญ่และหญิงสาวกำลังยืนแนบชิดกันในบรรยากาศที่คุกรุ่นไปด้วยแรงอารมณ์ คิรากรตวัดสายตาคมกริบดั่งใบมีดไปมองผู้มาใหม่ด้วยความโมโหสุดขีดที่ถูกขัดจังหวะ
รินรดาอาศัยจังหวะชุลมุนนั้น เบี่ยงตัวหลบจากวงแขนของเขาแล้วก้าวถอยหลังออกห่างทันที ดวงตากลมโตมองหน้ามาเฟียหนุ่มเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย
แต่ทว่า ประโยคถัดมาที่หลุดออกมาจากปากของลูกน้องคนสนิท กลับทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงยิ่งกว่าเดิม และหยุดทุกย่างก้าวของเธอไว้ทันที...
"สายรายงานด่วนเข้ามาว่า... คนที่พวกเราตามหามาตลอดสิบปี ปรากฏตัวขึ้นแล้วครับ... และเป้าหมายแรกที่มันกำลังมุ่งหน้าไป ก็คือคุณรินรดาครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมเดินทางระอุไฟรักนี้ไปด้วยกันนะคะ
กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง•ตอนที่ 26
ระยะห่างที่ว่างเปล่า
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!