กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง•ตอนที่ 35

ร่องรอยของความรัก

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
"ออกไปจากห้องนี้ซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วทำลายทุกอย่างที่เธอพยายามปกป้อง" เสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าไปด้วยแรงอารมณ์ดังก้องไปทั่วห้องใต้ดินอับชื้น กลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นสาบของเศษซากประวัติศาสตร์ตลบอบอวลอยู่ในอากาศ คิรากรกระชากคอเสื้อของลูกน้องคนสนิทจนตัวลอย ก่อนจะผลักอีกฝ่ายกระแทกกำแพงอิฐจนฝุ่นปูนฟุ้งกระจาย ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อของเขาฉายแววอาฆาตมาดร้ายที่ปิดไม่มิด รินรดา... ผู้หญิงคนนั้นหายไปจากกรงขังที่เขาสร้างขึ้นราวกับอากาศธาตุ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่เขาสัมผัสได้ทุกครั้งเวลาที่หล่อนพยายามหนีห่าง เขาก้าวเท้าออกมาจากคุกใต้ดินด้วยความเร็วเกินกว่าที่ใครจะกล้าขวางทาง แสงไฟนีออนสลัวในโถงทางเดินสะท้อนใบหน้าเรียบเฉยที่ซ่อนพายุคลั่งไว้ภายใน เขาไม่ต้องการคำแก้ตัว เขาต้องการตัวหล่อน และเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้รินรดาเข้าใจว่า 'อิสรภาพ' สำหรับหล่อนนั้นเป็นเพียงภาพลวงตาที่เขาสร้างขึ้นเพื่อทดสอบความอดทนเท่านั้น ทว่า... เมื่อเขาก้าวพ้นประตูเหล็กบานยักษ์ออกสู่สวนหลังคฤหาสน์ร้างกลางป่าลึกที่เขาใช้เป็นสถานที่พักพิงชั่วคราว ก้าวเท้าของมาเฟียหนุ่มก็ชะงักงัน ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาจนเห็นไอเย็นจากน้ำค้าง ร่างระหงของหญิงสาวที่เขาเฝ้าตามหามาตลอดสามวันกำลังยืนนิ่งอยู่ริมสระน้ำโบราณ รินรดาไม่ได้กำลังหนี หล่อนกำลังยืนหันหลังให้เขา สายลมพัดผ่านชายกระโปรงผ้าป่านเนื้อบางจนพริ้วไหว ราวกับนางไม้ที่กำลังเฝ้ารอเวลาดับสูญ "เธอคิดว่าที่นี่... เป็นที่ที่ฉันจะหาไม่เจออย่างนั้นหรือ รินรดา?" คิรากรเดินตรงเข้าไปหา ช้าๆ ทว่าหนักแน่นทุกย่างก้าว ความโกรธเกรี้ยวที่เคยประทุกลับกลายเป็นแรงดึงดูดประหลาดที่รัดรึงหัวใจ เขาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังหล่อน ห่างเพียงลมหายใจกั้น กลิ่นกายหอมสะอาดของหญิงสาวโชยปะทะจมูกจนความเย็นชาที่เขาสวมทับไว้แทบละลายลง รินรดาค่อยๆ หันกลับมา ดวงตาที่เคยอ่อนหวานบัดนี้มีความสั่นไหวลึกๆ อยู่ภายใน มือเรียวบางของหล่อนกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แต่กระนั้นหล่อนก็ยังเชิดหน้าสู้ แววตาเด็ดเดี่ยวที่เขามักจะจงเกลียดจงชังนักหนา แต่มันกลับเป็นสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกว่าหัวใจที่ตายด้านไปแล้วยังคงเต้นอยู่ "ที่ที่คนอย่างคุณมองข้ามเสมอมา คือที่ที่ปลอดภัยที่สุดค่ะ คุณคิรากร" เสียงของหล่อนเบาหวิวแต่กลับทรงพลังจนน่าเหลือเชื่อ คิรากรแสยะยิ้มที่มุมปาก มือแกร่งเอื้อมไปเชยคางมนของหล่อนขึ้น บังคับให้ใบหน้าหวานต้องสบตาเขาตรงๆ สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านไล้ผ่านผิวเนียนละเอียด มันคือสัมผัสที่ผสมผสานระหว่างความถวิลหาและความแค้นเคือง "ฉลาดนักนะ... แต่เธอคงลืมไปว่า ฉันคือคนที่สร้างโลกทั้งใบที่เธออยู่นี้ ต่อให้เธอจะมุดหัวลงไปลึกแค่ไหน กลิ่นเลือดและเหงื่อของเธอก็ยังคงวนเวียนอยู่ในจมูกฉันเสมอ" เขากดร่างบางเข้าหาตัวจนไร้ช่องว่าง ร่างกายกำยำบดเบียดกับส่วนเว้าโค้งของหล่อนอย่างจงใจ ความเร่าร้อนที่ถูกกดทับไว้พุ่งพล่าน รินรดาสะดุ้งเฮือกเมื่อสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งที่ประทุอยู่ใต้กางเกงสแล็คของเขา หล่อนพยายามจะถอยหนีแต่ก็ถูกแขนแกร่งโอบรัดเอวคอดกิ่วไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก "อย่าหนี... รินรดา" เขาขบเน้นคำพูดชิดใบหูเล็ก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนหล่อนขนลุกซู่ "ทุกร่องรอยที่เธอทิ้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตา หรือความเกลียดชังที่เธอมีให้ฉัน... ฉันจะตีตรามันลงบนตัวเธอให้หมด จนกว่าเธอจะจำได้ว่าร่างกายนี้เป็นของใคร" "คุณไม่มีวันได้ครอบครองจิตวิญญาณของฉัน... แม้แต่นิดเดียว" รินรดากัดฟันตอบ ความดื้อรั้นในแววตาทำให้คิรากรคำรามในลำคอด้วยความขัดใจ เขาไม่รีรออีกต่อไป มือข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นไปที่ต้นคอระหง กดยึดหล่อนไว้ก่อนจะก้มลงจุมพิตที่ริมฝีปากอิ่มอย่างหิวกระหาย มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวล แต่เป็นจูบที่เปี่ยมไปด้วยการครอบครองและทำลายล้าง เขาขบเม้มกลีบปากหล่อนอย่างรุนแรงจนรับรู้ถึงรสคาวปร่าของเลือด แต่แทนที่จะหยุด เขากลับยิ่งตักตวงความหวานนั้นอย่างบ้าคลั่ง มือหนาสอดเข้าใต้ชายเสื้อ ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนลื่นจนหญิงสาวต้องหลุดเสียงครางประท้วงในลำคอ รินรดาพยายามใช้มือดันแผงอกแกร่งออก แต่กลับกลายเป็นการกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของมาเฟียหนุ่มให้ลุกโชนยิ่งขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดของสวนร้าง เสียงลมหายใจหอบถี่ของทั้งคู่ดังประสานกัน คิรากรผละริมฝีปากออกเพียงนิด สายตาคมกล้าจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มพร่าเลือนของหญิงสาว "ลองดูสิ... ว่าถ้าฉันทำลายศักดิ์ศรีของเธอจนย่อยยับแบบนี้ เธอจะยังกล้าพูดว่าไม่ยอมเป็นของฉันได้อีกไหม" เขารวบตัวหล่อนขึ้นในอ้อมแขนก่อนจะก้าวเดินไปยังศาลาเก่าแก่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ท่ามกลางความเงียบสงัด จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในสวนก็หยุดการเคลื่อนไหวของทั้งคู่ คิรากรหยุดนิ่ง สายตาของเขาเปลี่ยนจากความหลงใหลเป็นความดุร้ายในชั่วพริบตา เมื่อพบว่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญในค่ำคืนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่เขาเกลียดชังที่สุด... บิดาของหล่อน ที่เพิ่งก้าวออกมาจากเงามืดของพุ่มไม้พร้อมกับปืนที่เล็งตรงมาที่กลางหน้าอกของเขา! "ปล่อยลูกสาวฉัน... คิรากร" ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ในขณะที่รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่พลิกผันเกินคาดเดา รอยจูบที่คิรากรฝากไว้ยังคงร้อนผ่าวอยู่ที่ริมฝีปากของหล่อน แต่วินาทีนี้ ชีวิตของเขากำลังถูกแขวนไว้บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%