กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง•ตอนที่ 34

ตามหาหัวใจ

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
เสียงทุบโต๊ะกระจกนิกร้าแตกละเอียดกระจายเกลื่อนพื้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคิรากรที่ลุกพรวดขึ้นด้วยดวงตาสแดงก่ำ ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยสติที่ขาดผึ่ง ราวกับซาตานที่กำลังจะเผาเมืองทั้งเมืองให้เป็นจุลเพื่อแลกกับการได้เธอกลับมา "หาตัวเธอให้พบ! พลิกแผ่นดินหา! ถ้าพวกแกยังหาตัวรินรดาไม่เจอภายในสามชั่วโมงนี้ เตรียมตัวฝังร่างไว้ใต้ดินพร้อมกับคฤหาสน์หลังนี้ได้เลย!" คำสั่งคำรามก้องห้องทำงานใหญ่ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด ลูกน้องนับร้อยชีวิตต่างก้มหน้าตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครเคยเห็นนายใหญ่แห่งวงการมืดสติหลุดและคลุ้มคลั่งถึงเพียงนี้มากเท่านี้มาก่อน รอยแผลในใจที่เคยถูกปิดตายด้วยความแค้นบัดนี้กลับถูกแผดเผาด้วยความกลัว... กลัวว่าจะสูญเสียผู้หญิงที่เป็นดั่งลมหายใจและหยดเลือดสุดท้ายในชีวิตไปตลอดกาล คิรากรก้าวเดินด้วยฝีเท้าหนักหน่วงราวกับพายุหมุน หัวใจของเขาเต้นรัวกระหน่ำด้วยจังหวะที่ผิดปกติ มันเจ็บแปลบที่อกซ้ายจนแทบหายใจไม่ออก ภาพวันคืนที่รินรดาเคยดื้อรั้นต่อต้านเขา ภาพดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแต่ยังคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรี และสัมผัสอันหอมหวานยามที่เรือนร่างแนบชิดกันในค่ำคืนอันเร่าร้อน วนเวียนซ้ำๆ ในหัวราวกับภาพหลอนที่คอยกรีดแทะสติสัมปชัญญะของเขาให้แหลกสลาย เขากวาดทุกอย่างบนโต๊ะลงพื้นด้วยความโกรธเกรี้ยว มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยามหยิบสร้อยข้อมือเส้นบางที่เธอทำตกไว้บนเตียงขึ้นมาแนบแน่นจนฝ่ามือขึ้นรอยแดง รินรดาหนีเขาไป... หนีไปทั้งที่เธอก็รู้ว่าไม่มีทางรอดเงื้อมมือของพญามารอย่างเขาพ้น แต่ทำไม... หัวใจของเขาถึงได้หวาดหวั่นพรพรหมราวกับเด็กน้อยที่กำลังจะสูญเสียของรักที่สุดไป รถสปอร์ตคันหรูพุ่งทะยานออกจากคฤหาสน์ด้วยความเร็วสูงราวกับกระสุนปืน คิรากรเหยียบคันเร่งมิดไมล์อย่างไร้ความกลัวต่อความตาย สายตาคมกริาดกวาดมองสองข้างทางที่มืดมิดในยามวิกาลด้วยความกระวนกระวายใจ เขาตามหาเธอทุกซอกทุกมุม ทุกที่ที่เธออาจจะไป ทุกคนที่เธออาจจะรู้จัก เมืองทั้งเมืองในยามนี้ดูราวกับกรงขังอันว่างเปล่าที่ไม่มีเงาของหญิงสาวผู้เป็นเจ้า หัวใจของมาเฟียผู้ไร้ความปรานีบัดนี้ถูกบีบอัดจนแหลกละเอียด เขาตระหนักแล้วในวินาทีนี้เอง ว่าอำนาจ เงินตรา และความแค้นทั้งหมดที่มี มันไม่มีค่าอะไรเลยหากแลกกับการไม่ได้เห็นรอยยิ้มอวดดีและดวงตาคู่สวยคู่นั้นมองมาที่เขาอีก ผ่านไปหลายชั่วโมงที่การตามล่าพลิกแผ่นดินดำเนินไปอย่างไร้ความปราณี ในที่สุดสายลับและลูกน้องคนสนิทก็ส่งพิกัดสุดท้ายที่ต้องสงสัยมาให้ คิรากรหักพวงมาลัยรถเลี้ยวเข้าสู่ตรอกมืดอับทึบย่านชานเมือง โรงงานร้างที่เคยเป็นแหล่งกบดานเก่า บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดและวังเวง ทว่าสำหรับคิรากรแล้ว ที่นี่คือจุดศูนย์กลางของโลกที่เขากำลังจะวิ่งเข้าไปกระชากเธอกลับสู่อ้อมอก เขาเปิดประตูรถก้าวลงไปในความมืดด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อน อะดรีนาลีนในร่างกายพุ่งพล่านถึงขีดสุด มือหนาปลดเซฟปืนพกในสูทอย่างไร้เสียง ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ดั่งเสือร้ายที่พบเหยื่ออันเป็นที่รัก ทันทีที่พังประตูเหล็กบานใหญ่เข้าไป กลิ่นอับชื้นและกลิ่นฝุ่นคละคลุ้ง ทว่าท่ามกลางความมืดมิดของมุมห้อง ร่างบอบบางที่คุ้นเคยกำลังนั่งคุดคู้กอดเข่าตัวเองอยู่บนพื้นเย็นเฉียบ เสื้อผ้าที่เคยเรียบร้อยยับย่อย เส้นผมยาวสยายยุ่งเหยิง และที่สำคัญที่สุด... ร่างกายของเธอกำลังสั่นเทาด้วยความเหน็บหนาวและหวาดกลัว "ริน..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยดุดันและเย็นชา บัดนี้กลับสั่นเครือและแหบพร่าจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม คิรากรพุ่งเข้าไปหาร่างนั้นราวกับคนบ้า ลืมสิ้นทุกกฎเกณฑ์ ลืมสิ้นความแค้น และลืมแม้กระทั่งลมหายใจของตัวเอง รินรดาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตากลมโตที่บวมช้ำจากการร้องไห้สบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความโล่งอกของเขา ริมฝีปากบางสั่นระริกก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยคำใด ร่างสูงก็พุ่งเข้าโอบกอดเธอไว้แน่นจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน แรงกอดที่รัดแน่นจนเจ็บปวดแต่มันเต็มไปด้วยความโหยหาและโกรธขึ้งผสมปนเปกันจนแทบระเบิด "เธอคิดจะหนีฉันไปไหน... หึ? รินรดา!" เขาซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นสูดดมความหวานที่โหยหามาทั้งคืน เสียงกระซิบพร่าสั่นข้างใบหูเต็มไปด้วยความตัดพ้อและแรงปรารถนาที่พวยพุ่งขึ้นมาอีกครั้ง "คิดเหรอว่าหนีพ้น... คิดเหรอว่าฉันจะยอมปล่อยให้เธอไปไหนได้อีก!" มือหนาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบางสั่นเทา ก่อนจะรั้งท้ายทอยเธอให้แหงนเงยขึ้นรับสัมผัสอันดุเดือด ริมฝีปากหนาประกบจูบลงมาอย่างไร้ความปราณี รสจูบที่ทั้งดุดัน เรียกร้อง และเจือด้วยหยาดน้ำตาของความหวาดกลัวที่เพิ่งคลายลง มันคือจูบแห่งการลงทัณฑ์และจูบแห่งการโอบกอดชีวิตของเขากลับคืนมา ลิ้นร้อนรุกล้ำตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ จนคนตัวเล็กส่งเสียงครางประท้วงในลำคอด้วยความอึดอัดและซาบซ่าน รินรดาทุบกำปั้นน้อยๆ ลงบนอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่แรงแค่นั้นมีหรือจะสู้แรงของพญามารผู้คลุ้มคลั่งได้ คิรากรกดข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะผละริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หอบหายใจรดกันจนอกกระเพื่อม สายตาคมกราบกรานมองสำรวจเรือนร่างเธอราวกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว "จำเอาไว้... ว่าต่อให้เธอหนีไปสุดขอบโลก ฉันก็จะตามลากตัวเธอกลับมาลงโทษให้อยู่ในอ้อมกอดของฉันแบบนี้... จนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะมาถึง" เขากระซิบชิดริมฝีปากบางด้วยน้ำเสียงแหบพร่า รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากท่ามกลางความมืด ก่อนที่เขาจะอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่รอให้เธอได้ปริปากปฏิเสธแม้แต่คำเดียว ทว่า... ในวินาทีที่คิรากรกำลังจะหันหลังอุภากรพาเธอกลับออกไป เสียงปรบมือเบาๆ และฝีเท้าหลายคู่ก็ดังขึ้นจากความมืดมิดที่มุมตึกด้านหลัง เงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวออกมาจากเงามืด พร้อมกับกระบอกปืนนับสิบกระบอกที่เล็งตรงมายังหัวใจของเขาในระยะประชิด "เก่งมาก... ท่านประธานคิรากร ที่ตามหาคนของฉันเจอได้เร็วขนาดนี้" --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%