เพนท์เฮาส์หรูใจกลางมหานครยามวิกาลเงียบสงัดจนน่ากลัว แต่ความเงียบนั้นไม่ได้น่ากลัวเท่ากับความว่างเปล่าที่แผ่ซ่านอยู่ทั่วทุกอณูของห้องสูทเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด คิรากรยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหินอยู่ริมกระจกใสบานยักษ์ที่สะท้อนเงาความมืดมิดของท้องฟ้ายามสายัณห์ ดวงตาคมกริบดั่งพญามารจ้องมองไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า นิ้วแกร่งกำแก้ววิสกี้ในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ของเหลวสีอำพันกระฉอกเปื้อนปลายนิ้ว แต่เขาไม่แม้แต่จะรู้สึกเจ็บหรือสนใจมัน
รินรดาหายไปแล้ว...
คำพูดนี้ดังก้องอยู่ในหัว ซ้ำไปซ้ำมา ราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงบนซี่โครงจนแหลกละเอียด ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่ากักขังไว้ได้ทั้งตัวและวิญญาณ ผู้หญิงที่เปรียบเสมือนเครื่องมือระบายความแค้นและรองรับสัญชาตญาณดิบเถื่อนของเขา บัดนี้ได้ทิ้งความว่างเปล่าและกลิ่นกายหอมหวานจางๆ ไว้ให้ดูต่างหน้าเท่านั้น
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของลูกน้องคนสนิทที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ด้านหลัง ไม่ได้ทำให้ร่างสูงไหวติ่งแม้แต่น้อย
"นายครับ... เราเช็คกล้องวงจรปิดทุกมุมของตึกแล้วครับ คุณรินรดาไม่ได้ใช้ลิฟต์หลัก และไม่มีบันทึกการออกทางประตูล็อบบี้..." ลูกน้องหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รู้ดีว่าเวลานี้เจ้านายของตนกำลังกลายเป็นสัตว์ร้ายที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งที่ขวางหน้า "เธอน่าจะ... ใช้ทางหนีไฟด้านหลังที่เชื่อมต่อกับชั้นจอดรถใต้ดินครับ และรถที่เธอขึ้นไป เป็นรถสปอร์ตสีดำติดฟิล์มทึบ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน..."
*เพล้ง!*
แก้ววิสกี้ในมือของคิรากรแหลกคามือ เศษแก้วคมกริบบาดลึกเข้าไปในเนื้อจนเลือดสีแดงฉานไหลรินหยดลงบนพรมราคาแพง แต่ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดร้าวลึกในอกที่ถูกกระชากความมั่นใจจนย่อยยับ
เขาถูกทิ้ง...
มาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ผู้คุมชะตาชีวิตคนนับร้อย ผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของใครต่อใครมานับไม่ถ้วน กลับถูกผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เขาคิดว่าไม่มีทางหนีพอดักทางและหักหลังได้อย่างเจ็บแสบ ความมั่นใจที่ว่าเธอกลัวเขาจนหัวหด พังทลายลงไม่เป็นท่า ราวกับปราสาททรายที่โดนคลื่นซัดจนราบคาบ
"ออกไป..." เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยไอสังหารที่น่าสะพรึงกลัว "ออกไปให้พ้นหน้าฉันทั้งหมด!"
เมื่ออยู่ตามลำพัง ความเงียบก็เข้ากัดกินจิตใจที่กำลังร้อนรุ่มดั่งไฟนรก คิรากรกวาดสายตามองไปรอบห้องนอนกว้างที่ยังคงมีกลิ่นอายของเธอติดตรึงอยู่ บนเตียงนอนขนาดใหญ่ที่เคยเป็นสมรภูมิรักอันเร่าร้อน รอยยับย่นของผ้าปูที่นอนยังคงฟ้องถึงสัมผัสแนบชิดและเสียงครางหวานหูที่เคยขับขานให้เขาคลั่งไคล้ รสจูบที่ดุเดือดเร้าร้อนจนลมหายใจขาดห่วง ร่างกายที่แนบสนิทและหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ความเร่าร้อนของค่ำคืนอันยาวนาน ภาพเธอนอนหอบสะั่นอยู่ใต้ร่าง แววตาสั่นระริกที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความยอมจำนน ทุกอย่างมันชัดเจนแจ่มแจ้งอยู่ในความทรงจำ
เธอทนอยู่กับความเจ็บปวด รอมชอมกับความป่าเถื่อนของเขา ยอมให้เขาย่ำยีศักดิ์ศรีครั้งแล้วครั้งเล่า เพียงเพื่อรอจังหวะนี้... จังหวะที่จะสะบัดหน้าหนีและหันหลังให้เขาอย่างไม่ใยดี
"รินรดา..." เขาคำรามชื่อเธอออกมาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธเกลียด ชิงชัง และ... เจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก
ความมั่นใจทั้งหมดที่เขามีถูกทำลายลงจนย่อยยับด้วยน้ำมือของเธอ ผู้หญิงที่เขาคิดว่าไร้พิษสง ผู้หญิงที่เขาคิดว่าไม่มีวันบินหนีไปจากกรงทองแห่งนี้ได้
คิรากรทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียง มือหนากุมขมับแน่น ลมหายใจร้อนผ่าวสะท้อนขึ้นลงรุนแรง เขานึกถึงแววตาคู่สวยที่เคยฉายแววดื้อรั้นแต่ยอมจำนนต่อสัมผัสของเขา ร่างกายที่อ่อนปวกเปียกยามเมื่อเขาปรนเปรอความสุขสมให้ รสชาติความหวานล้ำที่เคยลิ้มลองซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเสพติด บัดนี้มันกลับกลายเป็นยาพิษที่ย้อนกลับมาแผดเผาหัวใจของเขาเอง
ไม่มีทาง... เขาไม่มีวันปล่อยให้เธอหนีไปได้พ้น
ในเมื่อเธอเลือกที่จะเล่นเกมนี้เอง รินรดาจะต้องชดใช้... ชดใช้ด้วยการถูกล่า ลากตัวกลับมา และกักขังไว้ในนรกที่เขาเป็นผู้สร้างขึ้นมาด้วยมือของตัวเองตลอดกาล
คิรากรเงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยมีความลังเลเจืออยู่บ้าง บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเหี้ยมเกรียมและดุดันดั่งซาตานร้าย รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหนาก่อนที่เขาจะคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาลูกน้องคนสนิทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่เยือกเย็นจนน่ากลัว
"ส่งคนออกตามล่าให้พลิกแผ่นดิน... ถ้าเจอตัวเธอ พาเธอกลับมาหาฉันทันที แม้ว่าเธอจะเหลือแค่วิญญาณก็ตาม!"
ขณะที่คิรากรกำลังจะกดวางสาย ประตูห้องนอนที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างบางระหงในชุดเดรสยาวสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น รินรดายืนอยู่ตรงนั้น แววตาคู่สวยไม่ได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงประกายแห่งการท้าทายที่จุดไฟแค้นในอกของมาเฟียหนุ่มให้ลุกโชนขึ้นมาจนแทบคลั่ง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันร้อนแรงนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง•ตอนที่ 33
น้ำตาของมาเฟีย
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!