กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง•ตอนที่ 23

พันธะสวาทที่ไม่ต้องการจบ

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
กระดาษแผ่นบางในแฟ้มเอกสารสีดำสนิทแผ่นนั้น ร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมราคาแพงราวกับขนนกไร้น้ำหนัก แต่เสียงที่มันกระทบพื้นกลับดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของรินรดาจนแทบจะกลบเสียงลมหายใจของเธอเอง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หยาดน้ำใสคลอหน่วยขึ้นอย่างรวดเร็วจนภาพตรงหน้าพร่าเลือน ชื่อและรูปถ่ายที่ปรากฏหราอยู่บนเอกสารลับชุดนั้น ไม่เพียงแต่เป็นใบหน้าที่เธอคุ้นเคยดีกว่าใคร หากแต่เป็นรอยแผลเป็นในอดีตที่เธอพยายามจะฝังกลบมันลงไปให้ลึกที่สุดในหลุมศพแห่งความทรงจำ... รูปถ่ายของมารดาผู้ให้กำเนิด ที่บัดนี้กลับกลายมาเป็นหมากตัวสำคัญในเกมแก้แค้นที่คิรากรกำลังชักใยอยู่เบื้องหลัง "คุณ... คุณได้มันมาจากไหน..." เสียงของรินรดาสั่นพร่าจนแทบไม่เป็นภาษา ริมฝีปากบางเฉียบซีดเผือดไร้สีเลือด เธอเซถอยหลังไปสองก้าวสะดุดเข้ากับมุมโต๊ะทำงานตัวใหญ่ จนร่างบางแทบจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น หากไม่มีท่อนแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กพุ่งเข้ามาคว้าเอวบางเอาไว้เสียก่อน คิรากรไม่พูดเปล่า เขากระชากร่างของเธอเข้ามาแนบชิดจนแผ่นอกกว้างแนบสนิทกับความสั่นเทาของเธอ นัยน์ตาสีสนิมคู่นั้นดุดันและเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ทว่ากลับแฝงไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความอาฆาตมาดร้ายที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล "ตกใจมากสินะคะ... คนที่คุณรักและเทิดทูนนักหนา ถึงได้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่ออาชญากรเศรษฐกิจที่ร่วมมือกันปล้นตระกูลของฉันเมื่อสิบปีก่อน" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงนั้นเยືือกเย็นจนน่ากลัว ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย กลับทำให้รู้สึกราวกับถูกพิษร้ายแล่นริ้วไปทั่วกระดูกดำ รินรดาส่ายหน้าช้าๆ หยาดน้ำตาหยดแรกไหลร่วงลงอาบแก้ม "ไม่... แม่ของฉันไม่เคยทำเรื่องแบบนั้น ท่านเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ท่านไม่มีทาง..." "หลักฐานคาตาขนาดนี้ ยังจะกล้าปฏิเสธแทนคนผิดอีกงั้นเหรอ!" คิรากรตวาดลั่น นัยน์ตาสีสนิมวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกสะสมมาเนิ่นนาน เขาออกแรงบีบกรามมนของเธอแน่นจนรินรดาต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด มือหนาอีกข้างหยิบเอกสารขึ้นมาสะบัดตรงหน้าเธอ "อ่านซะ! ดูให้เต็มตาว่าแม่ผู้แสนดีของคุณ ทรยศหักหลังตระกูลฉันอย่างไรบ้าง!" ความโกรธ ความเจ็บปวด และความอัปยศอดสูตีรวนเข้ามาในอกจนรินรดารู้สึกหายใจไม่ออก เธอมองใบหน้าหล่อเหลาที่บิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้นของคนที่เธอเพิ่งมอบทั้งกายและใจให้เมื่อไม่กี่นาตรีก่อนหน้านี้ ความรู้สึกผิดบาปและความผูกพันลึกซึ้งที่ถักทอขึ้นมาอย่างรวดเร็วดั่งภาพลวงตา พังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความจริงอันโหดร้ายที่กรีดแทงหัวใจจนพรุน "ถ้าคุณเกลียดฉันนัก... ถ้าคุณแค้นครอบครัวฉันขนาดนี้ ทำไมคุณถึงไม่ฆ่าฉันให้ตายไปซะล่ะคะ!" รินรดาตะโกนใส่หน้าเขาด้วยความอัดอั้นตันใจ หยาดน้ำตารินไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย หัวใจดวงน้อยเจ็บปวดร้าวรานจนแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ "จะมาทรมานฉันด้วยวิธีนี้ทำไม!" คิรากรชะงักกึก นัยน์ตาสีสนิมไหววูบไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำตัดพ้อที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ความโกรธเกรี้ยวก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยคลื่นอารมณ์บางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง เขากวาดสายตามองใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาของหญิงสาว เรือนร่างบอบบางที่สั่นเทาอยู่ในอ้อมแขนของเขา และกลิ่นกายหอมหวานที่ยังคงติดตรึงอยู่ในความรู้สึก มันเป็นความรู้สึกย้อนแย้งที่น่ารังเกียจที่สุดในชีวิตของมาเฟียหนุ่ม... เขาทั้งเกลียดชังสายเลือดของคนตรงหน้า ทว่าในขณะเดียวกัน สัญชาตญาณดิบเถื่อนกลับร่ำร้องว่าผู้หญิงคนนี้คือ "เหยื่อ" ที่เขาไม่มีวันยอมปล่อยให้หลุดมือไปไหนเด็ดขาด "ฆ่าเหรอ? มันง่ายเกินไปสำหรับคนอย่างเธอ..." คิรากรโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริก น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นแหบพร่าและเปี่ยมไปด้วยเสน่หาอันอันตราย "ในเมื่อแม่ของเธอติดหนี้เลือดฉัน เธอก็ต้องเป็นคนชดใช้มัน... ด้วยร่างกาย ลมหายใจ และทุกๆ หยดน้ำตาของเธอ บนเตียงนี้ จนกว่าฉันจะพอใจ!" สิ้นคำประกาศิตอันป่าเถื่อน ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาบดขยี้เรียวปากนุ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้รินรดาได้ทันตั้งตัว จูบครั้งนี้ไม่มีความอ่อนหวานละมุนละไมเหมือนคราแรก มีเพียงความดิบเถื่อน รุนแรง และการลงทัณฑ์ที่เต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนทางอารมณ์ที่ปะทุขึ้นราวกับภูเขาไฟระเบิด รินรดาพยายามทุบตีแผงอกกว้างเพื่อประท้วงและปฏิเสธสัมผัสอันจาบจ้วงนั้น แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวของเสือร้าย คิรากรต้อนเธอกลับถอยร่นจนแผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับบานประตูกระจกห้องทำงานอย่างแรง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประกบแนบชิด ใช้ความหนาหนักของสรีระตรึงเธอไว้ใต้พันธะแห่งอำนาจที่ไม่อาจหลีกหนี ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสชาติเค็มปร่าของหยาดน้ำตาผสมผสานไปกับรสจูบอันร้อนแรงจนน่าเวียนหัว คิรากรขบเม้มริมฝีปากเธอกลีบบางจนขึ้นรอยแดงก่ำ มือหนาฟาดฟันเสื้อผ้าเนื้อบางเบาบนเรือนร่างอรชรให้ขาดวิ่นออก ภายใต้สัมผัสหยาบโลนที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ความรู้สึกวาบหวามอันน่ารังเกียจก็เริ่มตีตื้นขึ้นมาในกายของหญิงสาวอย่างห้ามไม่อยู่ ผิวเนียนละเอียดร้อนผ่าวขึ้นทุกครั้งที่ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้ผ่าน เนื้อตัวสั่นสะท้านด้วยแรงปรารถนาที่เขาเป็นผู้ปลุกปั่นมันขึ้นมาเอง "คุณ... อっ... หยุดนะ..." รินรดาร้องประท้วงเสียงสั่นเมื่อมือหนาปัดป่ายไปตามส่วนโค้งเว้าของสะโพกกลมกลึง ปลายนิ้วร้ายกาจล่วงล้ำเข้าสู่ดินแดนต้องห้ามที่เปียกชื้นด้วยหยาดน้ำใสแห่งความตื่นตัว ความเสียวซ่านแล่นริ้วขึ้นมาจนเธอต้องจิกเล็บลงบนลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความสั่นสะท้าน "ปากบอกให้หยุด... แต่ร่างกายเธอกำลังสั่นระริกต้อนรับฉันนะ รินรดา" คิรากรผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อมองใบหน้าที่แดงก่ำและดวงตาที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยเพลิงสวาทของเธอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "เธอเกลียดฉัน... แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้ใช่ไหมว่าเธอกำลังต้องการฉันจนแทบคลั่งเหมือนกัน" เขาไม่รอให้เธอได้แก้ตัว ยกอุ้มร่างบอบบางขึ้นแนบเอวโดยที่เรียวขาเนียนเกี่ยวรัดรอบเอวสอบของเขาไว้โดยสัญชาตญาณ คิรากรก้าวเดินฉับๆ ไปยังโซฟาตัวยาวกลางห้องโถง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งโดยมีร่างอรชรคร่อมทับอยู่ด้านบน ความหนาแน่นและร้อนรุ่มที่แนบชิดกันอยู่ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ติดขัด คิรากรประคองท้ายทอยเธอให้โน้มลงมารับจูบอันดุเดือดอีกครั้ง รสสัมผัสลึกซึ้งและเร่าร้อนราวกับจะกลืนกินวิญญาณ ความโกรธแค้นในตอนแรกหลอมรวมเข้ากับความต้องการทางกายที่รุนแรงจนกลายเป็นพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ ทั้งสองโอบกอดและเกี่ยวพันกันในสมรภูมิรักที่ไร้ซึ่งความปรานี มีเพียงเสียงหอบหายใจกระเส่าและเสียงครางแผ่วเบาที่ดังระคนไปกับความเงียบยามค่ำคืน รินรดารู้สึกราวกับตัวเองกำลังดำดิ่งลงไปในห้วงเหวแห่งความสุขสมที่ลึกเกินกว่าจะปีนปายกลับขึ้นมาได้ เธอพ่ายแพ้... พ่ายแพ้ให้กับสัมผัสอันตรายและดวงตาสีสนิมคู่นั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้จะรู้ว่าปลายทางของความสัมพันธ์นี้คือความตายทั้งเป็นก็ตาม ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเซ็กส์และหยาดเหงื่อ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน เสียงเคาะประตูดังสนั่นสามครั้งติดกัน ก่อนที่ลูกบิดประตูจะหมุนเปิดออกพร้อมกับร่างของชายชุดสูทสีดำสนิทผู้เป็นมือขวาคนสนิทของคิรากรจะก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกับเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่า... "นายครับ... คนของเราทางฝั่งยุโรปรายงานเข้ามาแล้วครับว่า 'บุคคลปริศนา' ที่เราตามหาตัวมาตลอดสิบปี ปรากฏตัวอยู่ที่สนามบินนานาชาติแล้วครับ... และคนๆ นั้น กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ตอนนี้เลยครับ!" ด้วยรักและปรารถนาอันร้อนแรง จูบแรกยามสายัณห์
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%