เสียงแก้วคริスタルกระทบกันเบาหวิวในห้องวีไอพีสุดหรูของคลับลับใจกลางกรุง แทบไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศที่คุกรุ่นอยู่ก่อนแล้วผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รินรดากำซอกชุดเดรสกำมะหยี่สีแดงเพลิงของตัวเองแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว สายตาของเธอมองตรงไปยังร่างสูงสง่าของคนที่ก้าวเข้ามาใหม่ด้วยหัวใจที่กระหน่ำรัวระรัวราวกับกลองศึก
"ไม่คิดเลยนะคะ ว่าคนยุ่งระดับคุณภคินจะให้เกียรติมาปรากฏตัวในสถานที่อโคจรแบบนี้"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความเย้ายวนจงใจดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงของ 'มณิการ์' ไฮโซสาวทายาทตระกูลดังที่ใครๆ ต่างก็รู้ดีว่าเธอมีสถานะทางสังคมที่คู่ควรกับคิรากรทุกประการ เจ้าของร่างอรชรในชุดเดรสยาวผ่าข้างสูงเปิดเผยเรียวขาเนียนก้าวเข้าไปประชิดตัวมาเฟียหนุ่มอย่างไม่เกรงใจสายตาใคร รอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ส่งให้คิรากรนั้นเต็มไปด้วยความหมายที่ผู้หญิงด้วยกันย่อมมองออกทันทีว่ามันคือการ "ประกาศตัว"
รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก แม้เธอจะพยายามท่องไว้เสมอว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคิรากรมันเริ่มต้นมาจากข้อตกลงอันมืดมนและหนี้สินที่เธอต้องชดใช้ แต่วินาทีที่เห็นผู้หญิงอีกคนเข้ามาแตะต้องหัวไหล่กว้างของเขาอย่างสนิทสนม เลือดในกายของเธอกลับร้อนรุ่มขึ้นมาด้วยความหึงหวงที่ไม่อาจควบคุม
คิรากรไม่ได้ปัดป้องมือเรียวที่วางอยู่บนลาดไหล่ของเขา ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวสีนิลทอประกายลึกล้ำยากจะคาดเดา เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพง ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักนิ่งสนิทไร้อารมณ์ แต่แผ่นอกกว้างที่กระเพื่อมไหวเล็กน้อยบ่งบอกว่าเขากำลังประเมินสถานการณ์ทุกอย่างด้วยความเยือกเย็น
"ธุรกิจบางอย่าง... ก็จำเป็นต้องใช้คนคุ้นเคยมาช่วยดูแลนะคะ คุณคิรากรคงไม่รังเกียจมดใช่ไหมคะที่ถือวิสาสะตามมาถึงนี่" มณิการ์จงใจทิ้งเสียงกระซิบออดอเซ็นที่คนทั่วห้องย่อมได้ยินชัดเจน เธอทิ้งตัวลงนั่งเบียดชิดกับมาเฟียหนุ่มจนกายแนบชิด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกำจายแข่งกับกลิ่นแอลกอฮอล์ชั้นดี
รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ เธอเป็นเพียงนกน้อยในกรงทองของเขา เป็นผู้หญิงที่เขาซื้อไว้ด้วยเงินตราและอำนาจ แต่วันนี้... เมื่อมีผู้หญิงอีกคนก้าวเข้ามาทวงสิทธิ์ในตัวเขาอย่างเปิดเผย เธอกลับตระหนักได้ทันทีว่าหัวใจของเธอได้ตกเป็นเชลยของซาตานร้ายตนนี้ไปเสียแล้ว และเธอไม่อาจทนมองภาพบาดตาตรงหน้าได้อีกต่อไป
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ตั้งท่าจะหันหลังเดินหนีออกไปจากขุมนรกแห่งนี้ แต่ทว่า...
พรึบ!
ข้อมือเรียวเล็กถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจนร่างทั้งร่างเซถลันเข้าปะทะกับแผงอกแข็งแกร่งของคิรากรที่ลุกขึ้นยืนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์โอบล้อมเธอไว้ในทันที ดวงตาสีิลนิลคู่นั้นก้มมองเธอด้วยแววตาดิบเถื่อนที่ซ่อนไฟบรร Erotic ร้ายกาจเอาไว้ภายใต้ความนิ่งงัน
"ใครอนุญาตให้เธอเดินหนีฉัน รินรดา" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนจนเธอสะท้านเยือก
"ปล่อยฉันค่ะ! ในเมื่อคุณมีแขกคนสำคัญอยู่ทั้งคน ฉันคงไม่อยู่เป็นก้างขวางคอใครให้รำคาญใจหรอกค่ะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ขอบตาจะร้อนผ่าวด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้
มณิการ์ที่นั่งอยู่บนโซฟาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าสวยเฉี่ยวแข็งค้างขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นท่าทีที่คิรากรปฏิบัติต่อผู้หญิงอีกคน ถึงแม้เธอจะรู้ข่าวลือเรื่องที่มาเฟียหนุ่มเก็บผู้หญิงไว้ในคฤหาสน์ แต่การได้มาเห็นกับตาตัวเองว่าเขาสนใจและแสดงความเป็นเจ้าandเข้าครอบครองรินรดามากขนาดนี้ มันทำให้ความริษยาพุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบจะกรีดร้อง
"คุณคิรากคะ มดว่าเรามาคุยเรื่องโปรเจกต์รีสอร์ตที่เกาะสวรรค์กันต่อดีกว่าค่ะ เรื่องผู้หญิงแก้ขัดแบบนี้ ไว้ค่อยจัดการทีหลังก็ได้นะคะ" มณิการ์ลุกขึ้นยืนแล้วเอื้อมมือมาแตะแขนแกร่งของคิรากรอีกครั้งด้วยความจงใจแสดงความเป็นเจ้าของ
คิรากรปรายตามองมือของมณิการ์ที่แตะอยู่บนแขนของเขาด้วยแววตาเยียบเย็นจนน่ากลัว เขาสลัดแขนออกอย่างไม่ไยดีจนไฮโซสาวหน้าเสีย ก่อนที่มือหนาจะรวบเอวบางของรินรดากระชากเข้าหาตัวจนแนบสนิท ไม่มีช่องว่างระหว่างกันแม้แต่นารีเดียว
"ผู้หญิงแก้ขัดอย่างที่คุณพูด... คือคนเดียวที่ผมจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง" เสียงทุ้มกังวานก้องไปทั่วห้องวีไอพีที่เงียบกริบ คำประกาศิตของมาเฟียหนุ่มเฉียบขาดราวกับคมมีด กรีดลงกลางใจของมณิการ์จนเธอหน้าซีดเผือด
รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตะลึง เธอมองเสี้ยวหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความดุดันและอำนาจ ความโกรธขึงในแววตาของเขาเมื่อครู่หายไป ถูกแทนที่ด้วยประกายไฟปรารถนาอันดิบเถื่อนที่จ้องมองมาที่เธอเพียงคนเดียว
คิรากรไม่สนใจสายตาที่เต็มไปด้วยความอับอายและโกรธแค้นของมณิการ์อีกต่อไป เขาใช้มือข้างหนึ่งประคองท้ายทอยของรินรดาไว้มั่น บังคับให้เธอแหงนเงยขึ้นรับสัมผัสอันเร่าร้อนที่เขาจะมอบให้เพื่อเป็นการ "ลงโทษ" ที่เธอคิดจะหนีเขาไปต่อหน้าผู้หญิงอื่น
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี บดขยี้กลีบปากนุ่มของเธอด้วยความโหยหาและเร่าร้อนดั่งไฟเผา รินรดาครางอือในลำคอด้วยความตื่นตระหนก แต่ความนุ่มนวลใดๆ ไม่เคยมีอยู่จริงในจุมพิตของซาตาน ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ มือหนาบีบเคล้นสะโพกอวบอัดผ่านเนื้อผ้ากำมะหยี่แน่นจนเธอต้องระบายความเสียวซ่านด้วยการจิกปลายนิ้วลงบนลาดไหล่กว้างของเขา
รสจูบที่ทั้งดุดันและวาบหวามทำให้สติของรินรดากระเจิง เธอลืมสิ้นทุกสิ่งรอบตัว ลืมกระทั่งว่าพวกเขากำลังยืนอยู่ต่อหน้าคนที่จ้องจะแย่งชิงเขาไป มีเพียงความร้อนรุ่มจากร่างหนาและสัมผัสอันน่าหลงใหลที่ทำให้เธอต้องยอมจำนนต่อสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่เขาปลุกเร้า
เมื่อผริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง คิรากรหอบหายใจเล็กน้อย นัยน์ตาสีนิลคมกริบก้มลงมองใบหน้าหวานที่แดงก่ำและบวมเจ่อจากรสจูบของเขา เขายกนิ้วหัวแม่มือขึ้นเกลี่ยริมฝีปากที่เจ่อช้าๆ ด้วยสัมผัสที่อ่อนโยนขึ้นอย่างน่าประหลาด ทว่าคำพูดต่อมากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง
"จำไว้... ว่าเธอเป็นของฉัน รินรดา" เขาเอ่ยเสียงพร่าชิดริมใบหูของเธอ "อย่าหาญกล้าทำท่าทีอยากจะหนีฉันให้ใครเห็นอีก ไม่อย่างนั้น... บนเตียงคืนนี้ เธอจะไม่แม้แต่จะมีแรงลุกขึ้นมาเดิน"
รินรดาสะท้านเฮือก ขนลุกเกรียวไปทั่วร่างกับคำขู่ที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งเร่าร้อน เธอยังไม่ทันได้เอ่ยคำใดตอบโต้ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคิรากรก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
มาเฟียหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขายอมผละมือออกจากเอวบางเพียงนิดเพื่อหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาดูหน้าจอ แต่เพียงแค่สายตาปะทะเข้ากับเบอร์ที่โทรเข้ามาและข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ นัยน์ตาสีนิลคู่คมก็หรี่แคบลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นความร้อนที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล
รินรดาสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของคิรากร หัวใจของเธอหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นกรามหนาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน
"มีอะไรเหรอคะ..." เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
คิรากรไม่ตอบคำถามของเธอ เขากดรับสายด้วยใบหน้าเรียบสนิทไร้อารมณ์ แต่เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยกรอกลงไปในโทรศัพท์กลับเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน
"ว่าไง... ส่งรูปอะไรมาให้ฉันดู"
รินรดาลอบมองใบหน้าด้านข้างของเขาที่ตึงเครียดขึ้นทุกขณะ ก่อนที่ลมหายใจของเธอจะสะดุดกึก เมื่อคิรากรหันกลับมามองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง—มันไม่ใช่แววตาแห่งความเร่าร้อนหรือความหึงหวงอีกต่อไป แต่มันคือแววตาของ "นักล่า" ที่เพิ่งค้นพบว่าเหยื่อในกรงกำลังถูกแย่งชิงไปต่อหน้าต่อตา!
— ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในห้วงเสน่หาอันร้อนแรงนี้ไปพร้อมกับ จูบแรกยามสายัณห์ นะคะ —
กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง•ตอนที่ 24
ศัตรูที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!