กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง•ตอนที่ 22

ความเร่าร้อนที่แฝงความเสียใจ

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
เสียงคำรามต่ำในลำคอของคิรากรดังแข่งกับเสียงสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดกระจกบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุง เอกสารในมือหนาถูกขยำจนยับยู่ยี่ในพริบตา นัยน์ตาสีสนิมดุจสัตว์ป่ากระหายเลือดกำลังลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล *“นายครับ... คนที่มันหักหลังคุณเมื่อห้าปีก่อน... มันกลับมาแล้วครับ!”* คำพูดของลูกน้องคนสนิทatตอกย้ำก้องอยู่ในโสตประสาท ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ ทว่าในความมืดมิดและเปี่ยมด้วยพิษสงของค่ำคืนนี้ กลับมีบางสิ่งที่ร้อนรุ่มยิ่งกว่า... นั่นคือร่างบางของรินรดาที่กำลังยืนสั่นเทาอยู่เบื้องหน้าเขา หญิงสาวก้าวถอยหลังทีละก้าว เมื่อเห็นเงาทมิฬของซาตานหนุ่มเคลื่อนกายเข้ามาใกล้ ความกดอากาศในห้องลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณู รินรดาไม่รู้เลยว่าข่าวการกลับมาของใครคนนั้นจะส่งผลร้ายต่อเธอมากแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ เวลานี้ คิรากรกำลังมองเธอด้วยสายตาที่พร้อมจะบดขยี้ให้แหลکคามือ "ถอยไปนะคะ..." รินรดาเอ่ยเสียงสั่น พยายามซ่อนความหวาดกลัวไว้ภายใต้ใบหน้าเชิดรั้นที่เขานึกเกลียดนักหนา "ถอยงั้นเหรอ?" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบเสียจนบาดผิวเนื้อ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าประชิดในเสี้ยววินาที มือหนาราวกับคีมเหล็กคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วแล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกบางปะทะเข้ากับแผงอกแกร่งเต็มแรง "ในเมื่อคนของเธอมันกล้ากลับมาเหยียบที่นี่... เธอก็ต้องเป็นคนชดใช้มันแทน!" "ฉันไม่รู้เรื่อง! ปล่อยนะ คิรากร!" รินรดาตวัดสายตาขึ้นมองด้วยความโกรธกรำ พร้อมกับใช้มือเรียวทุบตีลงบนอกแกร่งเพื่อขัดขืน แต่แรงอันน้อยนิดของเธอกลับเปรียบเสมือนการสะกิดผิวกายของเสือร้ายเท่านั้น ชายหนุ่มไม่เพียงไม่ปล่อย แต่กลับใช้มืออีกข้างรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้หลังไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะกดริมฝีปากหยักลึกบดขยี้ลงมาบนเรียวปากอิ่มทันทีอย่างไร้ความปรานี จูบที่ปะปนไปด้วยความโกรธแค้น ความหึงหวง และความโหยหาที่อัดอั้นมาเนิ่นนาน รสจูบที่ทั้งดิบเถื่อนและเร่าร้อนราวกับจะสูบเอาวิญญาณของเธอหลุดลอย รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีและเม้มริมฝีปากแน่น แต่ความดื้อรั้นของเธอกลับยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้พุ่งพล่านขึ้นไปอีก คิรากรขบเม้มริมฝีปากเธอบังคับให้เปิดรับความวาบหวามที่เขาเป็นผู้มอบให้อย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างตะกละตะกลาม มือหนาเลื่อนขึ้นขยุ้มกลุ่มผมยาวสลวยเพื่อตรึงใบหน้าของเธอให้รับสัมผัสจากเขาได้ถนัดขึ้น รินรดาครางอือในลำคอ ร่างกายที่เคยต่อต้านเริ่มอ่อนยวบลงด้วยพิษสวาทที่เขาจงใจแผดเผา ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่แฝงไว้ด้วยความเสียใจอย่างลึกซึ้ง... เสียใจที่หัวใจเจ้ากรรมยังคงทรยศด้วยการเต้นแรงทุกครั้งที่สัมผัสโดนตัวเขา เสื้อผ้าเนื้อบางถูกกระชากออกด้วยมือเพียงข้างเดียวของมาเฟียหนุ่ม ผิวเนียนนุ่มสัมผัสกับอากาศเย็นยะเยือกของห้อง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความร้อนระอุจากฝ่ามือและริมฝีปากของเขาที่ไล่พรมจูบไปทั่วลาดไหล่เนียนและซอกคอหอมกรุ่น รินรดาหอบสะท้าน ยามที่ฟันคมขบเม้มเบาๆ บนผิวเนื้อจนเกิดรอยแดงกุหลาบ สัมผัสของเขาในค่ำคืนนี้ช่างอันตรายและเต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนที่ไม่อาจปฏิเสธได้ "จำไว้... ว่าเธอเป็นของฉัน รินรดา" เสียงทุบต่ำกระซิบชิดริมหู ขณะที่ร่างสูงทาบทับลงมาครอบครองเรือนร่างอรชรบนเตียงนอนกว้าง ความเย็นชาทั้งหมดถูกหลอมละลายหายไปในเปลวเพลิงแห่งความเสน่หา บทเพลงรักอันดุเดือดท่ามกลางพายุฝนด้านนอกโหมกระหน่ำยิ่งกว่าเดิม เสียงหอบหายใจและเสียงครางหวานปนสะอื้นดังประสานกับเสียงคำรามของฟ้าผ่า คิรากรเคลื่อนกายเข้าหาด้วยจังหวะที่เนิบนาบแต่หนักหน่วง เร่าร้อน และลึกซึ้ง ราวกับต้องการหลอมรวมเธอให้เป็นเนื้อเดียวกับความแค้นและรักที่เขามี รินรดาจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มเพื่อระบายความเสียวซ่านและหยาดน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้ม เธอทั้งรักทั้งเกลียดผู้ชายคนนี้... คนที่มอบทั้งความสุขสมและรอยแผลเป็นไว้ในคราวเดียวกัน เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่ ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงฝนโปรยปราย ร่างทั้งสองนอนแนบชิดกันบนเตียงใหญ่ คิรากรซบใบหน้าลงกับลาดไหล่เนียน ปลายจมูกโด่งคลอเคลียสูดดมความหอมจากซอกคอของหญิงสาวที่นอนหลับตาพริ้มด้วยความอ่อนเพลีย มือหนายังคงโอบกอดเอวบางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปในอากาศ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความเงียบสงบอันเปราะบาง เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงทุบประตูด้านนอกห้องเพนต์เฮาส์ก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง ขัดจังหวะห้วงเวลาอันแสนเร่าร้อนนั้นทันที ลูกน้องคนเดิมเปิดประตูพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด หอบหายใจโยนแฟ้มเอกสารอีกชุดลงบนเตียงตรงหน้าคิรากร โดยไม่สนใจสภาพกึ่งเปลือยของทั้งคู่ "นายครับ... ไม่ใช่แค่ไอ้สารเลวนั่นที่กลับมา... แต่มันพา 'ผู้หญิงคนนั้น' กลับมาด้วยครับ!" คิรากรชะงักกึก นัยน์ตาสีสนิมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ความเย็นชาดั่งน้ำแข็งจะกลับมาปกคลุมใบหน้าหล่อเหลานั้นอีกครั้ง รินรดาที่ลืมตาขึ้นมามองตกใจไม่แพ้กัน เมื่อเห็นชื่อและรูปถ่ายที่ปรากฏหลุดออกมาจากแฟ้มเอกสาร... ใบหน้าที่เธอคุ้นเคยดีกว่าใคร ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนและปมปริศนากลางพายุนี้ด้วยกันนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%