กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง•ตอนที่ 29

ค่ำคืนแห่งการสยบยอม

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
เสียงปลดล็อกสลักนิรภัยของปืนพกสั้นนิกเกิลสีเงินสะท้อนแสงไฟนีออนสลัวจากห้องโถงใหญ่ มันไม่ใช่เสียงที่ดังนัก แต่ในความเงียบงันที่ถูกกัดเซาะด้วยความตึงเครียด มันกลับก้องกังวานเสียดแทงประสาทสัมผัสจนแทบหยุดหายใจ คิรากรไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีหรี่แคบลงจนเหลือเพียงเส้นตรง รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่แผ่ซ่านกดดันบรรยากาศรอบตัวจนแทบเป็นสุญญากาศ เกมหมากตานี้... พวกมันไม่ได้เล่นแค่กับชีวิตของเขา แต่มันกำลังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตระกูลอัครเดชาโชติภายในอาณาจักรที่เขาเป็นผู้สร้างขึ้นมาด้วยหยาดเลือดและคราบน้ำตา "คิดว่าเล่นสนุกอยู่หรือไง" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาอย่างเหี้ยมเกรียม มือหนาเอื้อมไปคว้าขอบโต๊ะทำงานไม้สักทองแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนดั่งรากไม้โบราณ ก่อนที่ร่างสูงจะหมุนตัวกลับเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าเบื้องหน้า ที่ซึ่งเงาดำทะมึนของผู้บุกรุกกำลังทาบทับอยู่บนผ้าม่านกำมะหยี่สีเลือดหมู ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่สัญชาตญาณดิบเถื่อนกำลังจะระเบิดออกเป็นสยาสีเลือด ร่างบางระหงในชุดเดรสผ้าไหมสีดำสนิทของรินรดาก็พุ่งเข้ามาขวางกลางระหว่างคมกระสุนและแผ่นอกกว้างของเขาอย่างไม่กลัวตาย ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาแต่กลับกางออกกั้นหน้าอกแกร่งไว้ ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววดื้อรั้นบัดนี้มีแต่ความตื่นตระหนกและหยาดน้ำใสคลอหน่วย "อย่าค่ะ... คิรากร พอได้แล้ว!" น้ำเสียงหวานสั่นเครือแต่เด็ดเดี่ยวหลุดรอดจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนซีดเซียว คิรากรชะงักกรามขบเข้าหากันแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาสีรัติกาลจ้องมองหญิงสาวที่กล้าดึงดันเอาชีวิตตัวเองเข้ามาแลกกับความบ้าคลั่งของเขา ความโกรธเกรี้ยวที่กำลังแผดเผาช่องท้องเปลี่ยนทิศทางกลายเป็นความเร่าร้อนอันตราย มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวบางของเธอทันที แรงบีบมหาศาลทำให้รินรดาสูดปากด้วยความเจ็บปวด แต่ไม่ยอมปริปากร้องสักแอะเดียว "เธอเอาอะไรมากล้า... รินรดา! หลบไปจากตรงนี้เดี๋ยวนี้!" เขาคำรามต่ำในลำคอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดลาดไหล่เนียนที่โผล่พ้นร่มผ้า "ถ้าคุณยิงมันตอนนี้... คุณก็จะติดกับพวกมัน!" เธอยื้อยุทธ์ ดึงดันสบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง ความดื้อรั้นในแววตานั้นจุดประกายเพลิงประลัยกัลป์ในอกของมาเฟียหนุ่มให้ลุกโชนขึ้นไปอีกขั้น ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก ความตึงเครียดจากภายนอกถูกหลอมรวมเข้ากับแรงดึงดูดทางเพศที่ดิบเถื่อนและไม่อาจต้านทาน ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและปรารถนาอันมืดบอด มือที่เคยบีบต้นแขนเปลี่ยนเป็นเลื่อนขึ้นโอบรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวอย่างแรงจนร่างบางแทบจมหายไปกับอกแกร่ง กลิ่นกายหอมหวานรัญจวนใจผสมผสานกับกลิ่นอายอันตรายของดินปืนและหยาดเหงื่อ สร้างความปั่นป่วนจนสติที่เหลืออยู่ของคิรากรขาดผึ่ง "อยากลองดีนักใช่ไหม... งั้นก็มารับบทลงโทษของเธอก่อนเถอะ รินรดา" สิ้นเสียงคำรามทุ้มต่ำ คิรากรก็กระชากร่างบางให้หมุนคว่ำแล้วดันแผ่นหลังเนียนแนบติดกับบานกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืนเบื้องล่าง แสงไฟระยิบระยับของมหานครกลายเป็นเพียงฉากหลังเบลอๆ เมื่อเทียบกับไฟสวาทที่กำลังแผดเผาคนทั้งคู่ รินรดาหวีดร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อริมฝีปากหยักลึกประกบทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบในค่ำคืนนี้ไม่มีความอ่อนหวานหรือทะนุถนอม มันคือการจู่โจมที่ดุดัน ร้อนแรง และเรียกร้อง คิรากรบดขยี้ริมฝีปากนุ่มด้วยความกระหาย ดึงทึ้งและกัก Pตลบกลืนทุกเสียงประท้วงของเธอลงไปในลำคอ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจจนหญิงสาวแทบละลายคาอ้อมแขน เขาลากไล้ริมฝีปากร้อนผ่าวลงมาตามซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยกุหลาบสีเข้มเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของท่ามกลางวิกฤตที่รายล้อม "อื้อ... คิรากร... เจ็บ..." เสียงครางประท้วงแผ่วเบาหลุดรอด พร้อมกับมือเรียวที่พยายามทุบตีลาดไหล่กว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านและแรงกดดันที่ถาโถม "จำไว้... ว่าเธอไม่มีสิทธิ์ขัดคำสั่งฉัน" เขากระซิบเสียงพร่าชิดใบหู รอร้อนเป่ารดติ่งหูจนเธอสะท้านเยือก มือหนาฟอนเฟ้นสะโพกกลมกลึงผ่านเนื้อผ้าไหมเนื้อดีอย่างจงใจ ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายของหญิงสาวให้ตื่นขึ้นมาตอบสนองเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความตึงเครียดจากภายนอกห้องหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดและสัมผัสวาบหวามที่ทำให้โลหิตในกายเดือดพล่าน รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความสุขสมที่พร้อมจะดิ่งพสุธาลงไปได้ทุกเมื่อ ศักดิ์ศรีที่เคยพยายามปกป้องถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีภายใต้เงื้อมมือของชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ เธอยอมแพ้... ยอมจำนนต่อสัมผัสที่ร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงที่แผดเผาทุกตารางinchบนเรือนร่าง ชุดเดรสสีดำถูกร่นลงอย่างรวดเร็วเผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนกับแสงไฟสลัว คิรากรก้มลงครอบครองยอดอกอิ่มด้วยความกระหาย ปลายลิ้นร้อนตวัดหยอกล้อจนหญิงสาวแอ่นกายเข้าหาโดยสัญชาตญาณ เสียงครางหวานหูหลุดจากริมฝีปากบางเมื่อความเสียวซ่านแล่นริ้วไปทั่วกระดูกสันหลัง มือเรียวขยุ้มเส้นผมสีดำสนิทของเขาไว้แน่นเพื่อระบายความวาบหวามที่ถาโถมเข้ามาไม่ยั้ง ในห้องที่เต็มไปด้วยอันตรายและความตาย ทั้งคู่กลับสร้างสมรภูมิแห่งความเสน่หาขึ้นมาอย่างไร้ทางถอย ร่างกายแนบสนิทแนบแน่น สอดประสานเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางห้วงอารมณ์ที่พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด รินรดากรอลืมตาขึ้นมองใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยเหงื่อกาฬและแววตาดุดันที่มองมาที่เธอเพียงคนเดียว ความรุนแรงที่แปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงทำให้หัวใจของเธอดิ่งจมลงในหลุมพรางที่เขาขุดไว้ด้วยความเต็มใจ และในจังหวะที่อารมณ์รักกำลังโหมกระหน่ำถึงขีดสุดจนร่างทั้งร่างสั่นสะท้านด้วยความสุขสม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงชุดใหญ่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง พร้อมกับเสียงปืนนัดหนึ่งที่ดังสนั่นหวั่นไหว ลั่นเปรี้ยงทะลุกรอบประตูเข้ามา! คิรากรผละออกจากร่างบางในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ ร่างสูงคว้าปืนพกบนโต๊ะขึ้นมาเล็งตรงไปยังประตูทันทีที่บานประตูไม้สักถูกถีบกระเด็นด้วยแรงมหาศาล ทว่า... เงาร่างที่ก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาท่ามกลางควันจางๆ กลับทำให้มือหนาที่กำด้ามปืนถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ ลมหายใจของมาเฟียผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครกลับสะดุดกึกเมื่อเห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้ฮู้ดสีดำ "ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ลูกชาย" เสียงแหบพร่าเอ่ยทักทายขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่สลักอยู่บนใบหน้าของบุคคลที่ควรจะตายไปจากนรกนานแล้ว! ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในห้วงเสน่หาอันอันตรายนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%