กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง•ตอนที่ 5

รอยสัมผัสแรก

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
คราบเขม่าควันสีดำที่ยังคุกกรุ่นบนหน้าจอแท็บเล็ตราคาแพงในมือของคิรากร ไม่ได้สร้างความตกใจให้แก่มาเฟียหนุ่มแม้แต่น้อย หากแต่ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกลับหรี่แคบลง สะท้อนประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเก็บกดไว้จนถึงขีดสุด บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัว ณ เพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ลูกน้องคนสนิทต่างก้มหน้าหลบสายตา ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงเมื่อได้ยินเสียงบดกรามกรอดของนายเหนือหัว "นายครับ... ทางฝั่งคลังสินค้าใหญ่ถูกลอบวางเพลิง และหลักฐานสำคัญ... หายไปหมดแล้วครับ!" เสียงรายงานที่ดังค้างมาจากปลายสายเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แต่สิ่งที่ทำให้คิรากรเดือดดาลยิ่งกว่าความเสียหายมูลค่าหลายร้อยล้าน นั่นคือความจริงที่ว่า... คนหนอนบ่อนไส้ที่กล้าลูบคมพยัคฆ์อย่างเขา กำลังลอยนวลอยู่ใกล้ตัวเสียยิ่งกว่าใกล้ "ออกไปให้หมด" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยลอดไรฟัน เพียงพริบตาเดียว ร่างของลูกน้องทุกคนก็ถอยร่นหายลับไปจากห้องอย่างไร้สุ้มเสียง เหลือไว้เพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว และร่างบอบบางของรินรดาที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่มุมห้อง เธอตกเป็นจำเลยในสายตาของเขาอย่างไร้ข้อแก้ตัว ตั้งแต่เกิดเรื่องไฟไหม้คลังสินค้า เธอกลายเป็นเป้าหมายเดียวที่คิรากรพุ่งเป้าความสงสัยใส่ทันที รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่ก้าวถอยหลังทีละน้อยเมื่อร่างสูงใหญ่ของคิรากรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าวราวกับมัจจุราชที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม ดวงตาคู่สวยฉายแววหวาดหวั่นระคนดื้อรั้น เธอยืดตัวขึ้นสู้สายตากับเขา แม้ขาพาลจะทรุดลงอยู่รอมร่อ "คิดจะเล่นตลกอะไรอีก รินรดา" คิรากรเอ่ยเสียงเยียบเย็น ขณะก้าวประชิดจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกำแพงกักตัวเธอไว้โดยมีแขนอีกข้างกอดอกมองด้วยแววตาดิบเถื่อน "หักหลังฉัน... สนุกมากใช่ไหม หลอกให้ฉันตายใจ แล้วส่งข่าวให้พวกมันไปเผาคลังสินค้าของฉันเนี่ยนะ!" "ฉันไม่ได้ทำนะคะ!" รินรดาเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตคลอหน่วงด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับ แค้นใจ "คุณจะมองฉันเป็นคนเลวแค่ไหนก็ได้ แต่เรื่องนี้ฉันไม่รู้เรื่องจริงๆ!" "โกหก!" เสียงคำรามต่ำลอดจากลำคอหนา คิรากรหมดความอดทนแล้ว ความยับยั้งชั่งใจที่เคยมีพังทลายลงในชั่วพริบตา ความโกรธแค้นจากเพลิงที่เผาผลาญทรัพย์สิน และความเจ็บปวดที่ถูกคนที่เขาเริ่มเผลอใจใส่หักหลัง ผสมปนเปกันจนกลายเป็นแรงอารมณ์ดิบเถื่อนที่ยากจะควบคุม มือใหญ่เอื้อมมากระชากต้นแขนเรียวบางของเธอเข้าหาตัวอย่างแรงจนรินรดาอุทานออกมาด้วยความเจ็บ แรงบีบหนักหน่วงราวกับคีมเหล็กไร้ความปรานี ร่างบางถูกดึงเข้ามาประชิดแผงอกกว้างจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามของเขาและเธอที่สะท้อนความปั่นป่วนในอก "ปล่อยนะ! ฉันเจ็บ!" รินรดาร้องประท้วง พร้อมกับใช้มือเรียวทุบลงบนอกแกร่งเพื่อผลักไส แต่มันกลับไร้ความหมายเมื่อเทียบกับพละกำลังของมาเฟียหนุ่ม "เจ็บแค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่เธอทำกับฉัน!" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาดุดันจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริกด้วยความกลัว ความต้องการที่จะลงทัณฑ์เธอให้หลาบจำตีตื้นขึ้นมาแทนที่เหตุผลทั้งหมด "ถ้าคิดว่าฉันใจดีนักล่ะก็... เธอคิดผิดแล้ว รินรดา" สิ้นคำพูด ร่างสูงก็โน้มใบหน้าลงมาประกบเรียวปากหยักลึกลงบนกลีบปากนุ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว การจูบครั้งนี้ไม่ใช่ความนุ่มนวลหรือความลึกซึ้งดังเช่นครั้งก่อนๆ แต่มันคือจูบแห่งการลงทัณฑ์ ร้อนแรง ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยวที่แผดเผา รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามสะบัดหน้าหนีและเม้มริมฝีปากแน่น แต่มีหรือที่เรียวแรงอันน้อยนิดจะสู้แรงมหาศาลของเขาได้ นิ้วแกร่งบีบกรามมนให้เผยอออก ก่อนที่ลิ้นร้อนจะรุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานอย่างไร้ความปรานี รสชาติของความดุดันผสมผสานกับความเร่าร้อนทำให้รินรดารู้สึกหายใจไม่ออก สมองขาวโพลนไปหมด ร่างกายที่เคยต่อต้านเริ่มอ่อนยวบลงภายใต้สัมผัสอันทรงพลังที่บดขยี้อย่างไร้ความปรานี มือหนาเลื่อนลงมาโอบรั้งเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น จนไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ความใกล้ชิดที่แนบเนียนทำให้สัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายของคิรากรตื่นเต็มที่ ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะปนกันสร้างความวาบหวามที่ขัดแย้งกับความโกรธอย่างสิ้นเชิง เขากวาดต้อนความหวานจากโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ มืออีกข้างเลื่อนขึ้นสอดเข้าใต้กลุ่มผมยาวสลวยเพื่อตรึงท้ายทอยเธอให้รับสัมผัสจากเขาอย่างเต็มที่ รินรดาหลับตาลงด้วยความจำนน หยาดน้ำตาใสไหลรินผ่านพวงแก้มเนียน รสจูบที่ทั้งดุดันและเร่าร้อนทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบระเบิด ความโกรธเกรี้ยวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสั่นสะท้านที่วิ่งพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย เมื่อคิรากรผริมฝีปากออกช้าๆ ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นถี่ ใบหน้าคมคายอยู่ห่างกันเพียงคืบ ดวงตาสีเข้มคมกريบจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อและแดงก่ำของหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งหลงใหลและโกรธแค้นในเวลาเดียวกัน นิ้วโป้งหนาเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา ราวกับมนמהสِحرบางอย่างที่ทำให้ความดุดันเมื่อครู่เบาบางลงชั่วขณะ "จำไว้... ว่าเธอเป็นของฉัน รินรดา" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหูของเธอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยประกาศิตที่ไม่อาจปฏิเสธได้ "ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องเธอ... แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่มีสิทธิ์ทำลายตัวเองต่อหน้าฉัน!" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังระอุไปด้วยแรงปรารถนาอันตราย เสียงเคาะประตูดังรัวเร็วกระชั้นชิดก็ขัดจังหวะขึ้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงตะโกนตื่นตระหนกของลูกน้องคนเดิมที่ดังทะลุเข้ามา "นายครับ! แย่แล้วครับ... ตำรวจบุกมาถึงหน้าเพนต์เฮาส์แล้วครับ!" คิรากรชะงัก ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองที่ประตูห้องทันที ร่างกายที่เคยโอบกอดรินรดาไว้ผละออกช้าๆ แต่แววตากลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความอำมหิตยิ่งกว่าเดิม รินรดาหน้าซีดเผือด หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อตระหนักได้ว่า... คืนนี้เกมอำนาจและอันตรายเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในห้วงอารมณ์อันร้อนแรงนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%