กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง•ตอนที่ 4

คำสั่งที่ห้ามปฏิเสธ

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
เงาร่างที่ทาบทับลงมาจากระเบียงกระจกใสไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่คิรากรเท่ากับความนิ่งงันที่แผ่ซ่านออกมาราวกับไอเย็นจากขั้วโลก ดวงตาคมกริบดั่งพญาราชสีห์ละจากใบหน้าซีดเผือดของรินรดา ชั่วพริบตาเดียวที่แววตาดุดันนั้นไหววูบด้วยความรู้สึกซับซ้อนบางอย่าง ก่อนจะถูกกลบฝังด้วยหน้ากากเยือกเย็นที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม รินรดายังคงยืนตัวสั่นเทาอยู่ภายใต้วงแขนแข็งแกร่งที่กักขังเธอไว้กับผนังห้อง กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและน้ำหอมกลิ่นไม้กฤษณาโชยเข้าแตะนาสิกจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นแขกผู้มาเยือนยามวิกาล—ชายชุดดำร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบดั่งเงาพราย เธอก็ยิ่งรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังถูกดึงลงไปในหลุมพรางที่ไร้ซึ่งก้นบึ้ง "ออกไปก่อน..." เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันของคิรากรดังขึ้น เป็นคำสั่งที่สั้นห้วนและทรงอำนาจจนผู้มาใหม่ต้องหยุดชะงักโค้งคำนับเล็กน้อยก่อนจะถอยรấpหายลับไปทางเดิมอย่างรู้หน้าที่ ทว่าความเงียบที่กลับคืนมาในห้องนอนกว้างขวางกลับไม่ได้ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดให้ขาดออกจากกันได้ คิรากรหนั่้นกลับมามองหญิงสาวที่ติดอยู่กับอกแกร่งของเขาอีกครั้ง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอระหงทำให้รินรดาต้องเกร็งตัวแน่นด้วยความหวาดระแวง "คิดว่ารอดแล้วงั้นเหรอ รินรดา..." น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน นิ้วเรียวยาวแข็งแกร่งราวก้ามปูเอื้อมขึ้นมาบีบคางฉัตรของเธอให้เชิดขึ้นบังคับให้สบตา "เธอคิดจริงๆ น่ะหรือว่า เกมนี้มันจบลงแค่การตบตาละครฉากเมื่อครู่?" "ฉัน... ฉันไม่รู้ว่าคุณหมายถึงอะไร..." เธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามฝืนสบดวงตาสีดำสนิทที่ราวกับหลุมดำคอยดูดกลืนวิญญาณ "ไม่ต้องมาทำเป็นไขสือ!" คิรากรคำรามต่ำในลำคอ แรงบีบที่คางเพิ่มขึ้นจนเธอรู้สึกเจริญร้าว แต่ความเจ็บทางกายยังเทียบไม่ได้กับความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจ "เธอกับไอ้สารเลวนั่น... มีแผนอะไรซ่อนอยู่ หืม? ถึงได้กล้าเล่นละครตบตาฉันถึงในถ้ำเสือแห่งนี้" "ฉันไม่เคยรู้จักใครทั้งนั้น! ปล่อยฉันนะ!" รินรดาพยายามดิ้นรนสุดแรงเกิด มือเล็กทั้งสองข้างทุบลงบนแผงอกกว้างที่แน่นตึงราวกับกำแพงเหล็ก แต่มันกลับไร้ความหมายเมื่อเทียบกับพละกำลังมหาศาลของมาเฟียหนุ่ม คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ ริมฝีปากหยักลึกเหยียดยิ้มเหี้ยมเกรียม ร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามาเบียดชิดจนไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน เขากักขังเธอไว้ด้วยเรือนร่างที่ใหญ่โตกว่าอย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมใบหูที่แดงก่ำด้วยความตื่นตระหนก "ในเมื่อเธอยังดื้อด้านและไม่ยอมปริปากพูดความจริงออกมา งั้นก็จงเตรียมตัวรับบทลงโทษจากฉันซะดีๆ..." สิ้นคำพูดนั้น คิรากรก็ไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวได้ส่งเสียงประท้วงใดๆ อีกต่อไป ริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาปิดกลีบปากนุ่มที่สั่นระริกทันที ความดุดันและเอาแต่ใจพรั่งพรูออกมาผ่านรสจูบที่ไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเร่าร้อน ดิบเถื่อน และการลงทัณฑ์ที่แสนจะป่าเถื่อนเพื่อสยบความพยศ รินรดาสะدัตรดส่ายหน้าหนีด้วยความตกใจ พยายามเม้มปากแน่นเพื่อขัดขืน แต่ทว่า... สัญชาตญาณอันเหนือชั้นของคนเจนจัดในเกมรักหรือจะปล่อยให้เธอได้สมใจ คิรากรใช้มือข้างหนึ่งบีบกรามของเธอให้เผยอออกอย่างง่ายดาย ก่อนจะแทกลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ทั้งจาบจ้วงและเร่าร้อนทำให้สมองของเธอดับวูบ ขາแข้งอ่อนแรงลงจนต้องทิ้งน้ำหนักพึ่งพาแผ่นอกของเขาโดยอัตโนมัติ เสียงครางประท้วงอู้อี้ในลำคอของหญิงสาวถูกกลืนหายไปกับรสจูบที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มือหนาอีกข้างเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคิ้วคอดกิ่ว บีบเค้นผ่านเนื้อผ้าบางเบาจนเธอต้องสะดุ้งเฮือกด้วยความวาบหวามที่ตีคู่มากับความเจ็บแปลบ เนื้อตัวของรินรดาร้อนรุ่มราถูกไฟแผดเผา สัมผัสจากปลายนิ้วแข็งกระด้างที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและสะโพกกลมกลึงทำให้สติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่กระเจิดกระเจิง เขาถอนริมฝีปากออกช้าๆ อย่างนึกเสียดาย ปล่อยให้หอบหายใจโกยอากาศเข้าปอดอย่างน่าเวทนา ขณะที่ดวงตาคู่คมกวาดมองสภาพอันน่าเย้ายวนของเธอ—ริมฝีปากบวมเจ่อแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำน้ำด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับ องศาเรือนร่างที่แนบชิดกันจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก "จำเอาไว้... รินรดา" คิรากรก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากที่ยังคงสั่นระริก น้ำเสียงของเขาทุ้มนุ่มแต่น่ากลัวจนขนลุกซ่า "ต่อจากนี้ไป เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหายใจถ้าฉันไม่อนุญาต... และทุกความต้องการของฉัน คือ 'คำสั่งที่ห้ามปฏิเสธ' เด็ดขาด!" ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้กลืนก้อนสะอื้นลงคอ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งร้อน ตามด้วยเสียงรายงานจากลูกน้องคนสนิทที่หน้าห้อง ซึ่งทำให้ลมหายใจของคิรากรสะดุดกึก และทำให้ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นด้วยโทสะระลอกใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม "นายครับ... ทางฝั่งคลังสินค้าใหญ่ถูกลอบวางเพลิง และหลักฐานสำคัญ... หายไปหมดแล้วครับ!" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งสู่ห้วงเสน่หาอันร้อนแรงนี้ไป1ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%